อาการขาดธาตุอาหารบนใบกัญชา: สัญญาณของแต่ละธาตุ ตั้งแต่ไนโตรเจนถึงโบรอน (ตอนที่ 2 จาก 2)

เมื่อขาดธาตุอาหารตัวใด ใบกัญชาจะแสดงอาการเป็นรูปแบบเฉพาะของธาตุนั้น แต่อาการแบบเดียวกันนี้มักเกิดจากปัญหา pH บริเวณราก ไม่ได้เกิดจากการขาดธาตุจริง คู่มือนี้อธิบายอาการขาดของแต่ละธาตุ ตั้งแต่ไนโตรเจนถึงโบรอน พร้อมสาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้ ท้ายบทความมีตารางสรุปให้เปิดดูได้

มีกฎ 2 ข้อที่ใช้กับทุกหัวข้อด้านล่าง ข้อแรกคือดูว่าอาการเกิดที่ตำแหน่งไหน ธาตุที่เคลื่อนที่ได้ (ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม) จะแสดงอาการที่ใบแก่ด้านล่างก่อน เพราะต้นจะดึงธาตุเหล่านี้ออกจากใบแก่ไปเลี้ยงใบใหม่ ส่วนธาตุที่เคลื่อนที่ไม่ได้ (แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส สังกะสี โบรอน และในทางปฏิบัติรวมถึงกำมะถัน) จะค้างอยู่ตรงที่ถูกนำไปใช้ครั้งแรก จึงแสดงอาการที่ส่วนที่แตกใหม่ด้านบนก่อน

กฎข้อที่สองคือต้องตรวจก่อนให้ปุ๋ย ก่อนเติมผลิตภัณฑ์ใด ๆ ให้วัดค่า pH บริเวณราก และค่า EC ของน้ำไหลออก แล้วดูสภาพรากด้วย น้ำไหลออก (runoff) คือน้ำที่ไหลออกจากก้นกระถางหลังรดน้ำ ส่วน EC (ค่าการนำไฟฟ้า) บอกระดับเกลือที่ละลายอยู่ในน้ำนั้น มีหน่วยเป็น mS/cm

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1100


1. ไนโตรเจน (N): ธาตุเคลื่อนที่ได้

อาการขาดไนโตรเจนบนใบล่างของกัญชา

การขาดไนโตรเจนเป็นปัญหาธาตุอาหารที่พบบ่อยที่สุดในกัญชา และพบมากที่สุดในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น เพราะช่วงนี้ต้นต้องใช้ไนโตรเจนมากเพื่อสร้างใบและลำต้น

อาการ

  • ใบล่างซีดลงเท่า ๆ กันทั้งใบ แล้วเหลืองทั่วทั้งแผ่นใบ เส้นใบก็ไม่เหลือสีเขียว จากนั้นใบจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้วร่วง
  • อาการเหลืองไล่จากโคนต้นขึ้นไปด้านบนเรื่อย ๆ
  • ต้นดูซีดจาง ลำต้นเล็ก โตช้า และมีจุดที่จะออกดอกน้อยลง

ใบจะเหลืองเท่ากันทั้งใบ โดยไม่มีลายเส้นใบสีเขียวเหลืออยู่ ลักษณะนี้ใช้แยกการขาดไนโตรเจนออกจากการขาดแมกนีเซียมหรือเหล็ก

สาเหตุที่พบบ่อย

  • ปุ๋ยที่ให้มีไนโตรเจนน้อยเกินไป ในดินอินทรีย์มักเกิดเมื่อดินผสมใช้มานานแล้ว และธาตุอาหารที่ผสมไว้ถูกใช้ไปหมด
  • pH ไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม รากดูดไนโตรเจนในรูปไนเตรตหรือแอมโมเนียม และทั้งสองรูปไวต่อ pH
  • รากเสียหายจากการให้น้ำมากเกินไป หรือจากดินที่อัดแน่น
  • ล้างวัสดุปลูก (flush) มากเกินไป

วิธีแก้

  • ตรวจ pH ก่อน
  • เพิ่มปุ๋ยส่วน “grow” (สูตรสำหรับระยะเจริญเติบโตทางลำต้น) ในชุดปุ๋ยพื้นฐาน (base nutrients) ที่คุณใช้
  • ถ้าต้องการแหล่งไนโตรเจนที่ได้ผลเร็ว ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ CalMag ที่มีแคลเซียมไนเตรต ถ้าปลูกแบบอินทรีย์ ให้ใช้ปุ๋ยปลาอิมัลชัน (fish emulsion) ซึ่งเป็นปุ๋ยน้ำที่ทำจากปลา

ช่วงปลายระยะออกดอก ใบล่างเหลืองบ้างถือเป็นเรื่องปกติ เพราะต้นจะดึงไนโตรเจนออกจากใบแก่เมื่อใกล้เก็บเกี่ยว ไม่ต้องแก้

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าใบเหลืองไล่ขึ้นจากโคนต้นในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ให้ตรวจ pH ก่อน จากนั้นเพิ่มปุ๋ยสูตร grow ขึ้นเล็กน้อย แล้วดูใบใหม่ที่แตกออกมาในอีก 5–7 วัน ถ้าเกิดช่วงปลายระยะออกดอก ให้จดไว้ว่าเป็นการแก่ตามปกติ แล้วปล่อยไว้


2. ฟอสฟอรัส (P): ธาตุเคลื่อนที่ได้

ฟอสฟอรัสทำหน้าที่ส่งพลังงานไปทั่วต้น และช่วยให้รากเติบโตและต้นสร้างดอก

อาการ

  • ใบแก่จะเป็นสีเขียวเข้มผิดปกติหรือเขียวอมน้ำเงินก่อน แทนที่จะเหลือง
  • ก้านใบ ลำต้น และใต้ใบมีสีม่วง แดง หรือแดงเลือดหมู สีนี้มาจากการสะสมแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีม่วงที่พืชสร้างเองตามธรรมชาติ
  • ถ้ารุนแรง ใบแก่จะมีจุดสีเข้มที่เป็นเนื้อเยื่อตาย (เนโครซิส) และใบอาจม้วนลง
  • ต้นโตช้า รากอ่อนแอ ออกดอกช้า ดอกเล็ก และมีเรซินน้อย

สาเหตุที่พบบ่อย

  • pH ต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 7.0 เมื่อ pH ต่ำหรือสูงขนาดนี้ ฟอสฟอรัสจะจับกับแคลเซียม เหล็ก หรืออะลูมิเนียม กลายเป็นสารประกอบที่ไม่ละลายน้ำ รากจึงดูดไปใช้ไม่ได้
  • บริเวณรากเย็นกว่าประมาณ 15 °C เพราะอุณหภูมิมีผลมากต่อการดูดฟอสฟอรัส
  • เหล็กหรือสังกะสีมากเกินไป เพราะธาตุทั้งสองนี้แข่งกับฟอสฟอรัสในการดูดซึมของราก

วิธีแก้: ปรับ pH ให้ถูกต้อง แล้วเพิ่มปุ๋ยสูตรทำดอก (bloom) หรือเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ PK ซึ่งเป็นปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง แหล่งธาตุอาหารแบบอินทรีย์ ได้แก่ กระดูกป่น มูลค้างคาว (กัวโน) และหินฟอสเฟต

สีม่วงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าต้นขาดฟอสฟอรัส พันธุ์ปลูก (cultivar) หลายพันธุ์สร้างแอนโทไซยานินตามพันธุกรรมอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อกลางคืนอากาศเย็น ให้สงสัยว่าขาดฟอสฟอรัสก็ต่อเมื่อก้านใบเป็นสีม่วงพร้อมกับต้นแคระแกร็น ขณะที่ค่า pH และ EC ปกติดี

หมายเหตุผู้แปล: ถ้าปลูกในพื้นที่ราบซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ของไทย บริเวณรากแทบไม่มีโอกาสเย็นกว่า 15 °C ข้อยกเว้นอาจเป็นพื้นที่สูงทางภาคเหนือในช่วงฤดูหนาว ถ้าคุณปลูกในพื้นที่แบบนั้น ให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิของวัสดุปลูกตอนรุ่งเช้า จะได้รู้ว่าความเย็นเป็นสาเหตุได้หรือไม่

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าลำต้นเป็นสีม่วง อย่าเพิ่งสรุปว่าขาดฟอสฟอรัส ให้ดูก่อนว่าต้นแคระแกร็นด้วยหรือไม่ และ pH กับ EC อยู่ในช่วงที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าต้นโตปกติ ให้จดไว้ว่าสีนี้เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของพันธุ์ปลูก และไม่ต้องเติมฟอสฟอรัส


3. โพแทสเซียม (K): ธาตุเคลื่อนที่ได้

โพแทสเซียมคุมแรงดันน้ำภายในเซลล์ คุมการทำงานของปากใบ (รูเล็ก ๆ บนใบที่เปิด–ปิดให้ก๊าซและน้ำผ่านเข้าออก) และช่วยลำเลียงน้ำตาลไปทั่วต้น

อาการ

  • ขอบใบและปลายใบของใบแก่เหลืองก่อน แล้วกลายเป็นสีน้ำตาลและแห้งไหม้ ส่วนกลางใบยังเขียวอยู่ได้สักพัก
  • ใบแห้งและกรอบ และอาจมีจุดสีสนิมบนแผ่นใบ
  • ขอบใบอาจม้วนขึ้นก่อนเนื้อเยื่อจะตาย นอกจากนี้ต้นยังต้านทานแมลงและโรคได้น้อยลง

สาเหตุที่พบบ่อย

  • pH ต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 7.0
  • ปุ๋ยที่มีแอมโมเนียมสูง แอมโมเนียมจะแย่งช่องทางดูดซึมที่รากกับโพแทสเซียม
  • น้ำมีโซเดียม อนุภาคดินหรือเส้นใยมะพร้าวมีจุดที่เก็บธาตุอาหารไว้ให้ราก โซเดียมจะเข้าไปแทนที่โพแทสเซียมในจุดเหล่านั้น

วิธีแก้: ปรับ pH ให้ถูกต้อง แล้วเพิ่มปุ๋ยสูตรทำดอก/PK อีกทางหนึ่งคือใช้โพแทสเซียมซิลิเกต ซึ่งช่วยให้ลำต้นแข็งแรงขึ้นด้วย ถ้าปลูกแบบอินทรีย์ ใช้สาหร่ายทะเลป่น (สาหร่ายทะเลตากแห้ง) หรือขี้เถ้าไม้ได้ แต่ขี้เถ้าไม้ทำให้ pH สูงขึ้น จึงต้องใช้อย่างระวัง

ช่วงปลายระยะออกดอก ปลายใบไหม้มักเกิดจากใบแก่ตามปกติ และต้นยังต้องการโพแทสเซียมมากในระยะนี้ด้วย อาการนี้ไม่ใช่การขาดธาตุที่ต้องแก้

หมายเหตุผู้แปล: ถ้าคุณใช้น้ำบาดาล ตอนส่งน้ำไปตรวจ ให้ขอให้ห้องปฏิบัติการวัดค่าโซเดียมด้วย เมื่อรู้ค่าโซเดียม คุณจะรู้ว่าน้ำที่ใช้อาจทำให้เกิดปัญหาโพแทสเซียมหรือไม่

สิ่งที่ควรทำ: เมื่อขอบใบแก่ไหม้ ให้ตรวจ pH และ EC ของน้ำไหลออกก่อน ถ้าเป็นช่วงปลายระยะออกดอก อย่าเติมโพแทสเซียมเพิ่มเพื่อแก้ปลายใบไหม้


4. แคลเซียมและแมกนีเซียม (CalMag)

อาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมบนใบกัญชา

การขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมพบบ่อยมากเมื่อปลูกในขุยมะพร้าว (coco coir) และพบบ่อยเช่นกันเมื่อรดด้วยน้ำ RO หรือน้ำกรองแบบอื่น น้ำ RO คือน้ำที่ผ่านระบบ RO (ออสโมซิสย้อนกลับ) ซึ่งแร่ธาตุแทบทั้งหมดถูกกรองออกไปแล้ว

แคลเซียม (Ca): ธาตุเคลื่อนที่ไม่ได้

อาการ: ใบใหม่มีจุดสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอ่อน บางครั้งเรียกว่าลายจุดเสือดาว ใบใหม่งุ้มเป็นถ้วย บิด หรือคลี่ออกไม่เต็มที่ ปลายรากอ่อนแอ และในระยะออกดอก ดอกอาจฝ่อ

สาเหตุที่พบบ่อย

  • pH ต่ำกว่า 5.5
  • ใช้เส้นใยมะพร้าวที่ยังไม่ได้บัฟเฟอร์ (ยังไม่ได้ปรับสภาพก่อนใช้) เส้นใยมะพร้าวแบบนี้จะดึงแคลเซียมออกจากบริเวณราก
  • ปุ๋ยมีแมกนีเซียมมากเกินไปเมื่อเทียบกับแคลเซียม เพราะสองธาตุนี้แย่งกันให้รากดูด
  • การคายน้ำต่ำ การคายน้ำคือการที่น้ำระเหยออกจากใบ ซึ่งช่วยดึงน้ำและแคลเซียมที่ละลายอยู่ขึ้นมาจากราก

แคลเซียมเคลื่อนที่ไปกับกระแสน้ำที่ถูกดึงจากรากขึ้นสู่ใบด้วยแรงคายน้ำเท่านั้น ดังนั้นถ้าความชื้นสูงมาก VPD ต่ำ หรือลมไม่ถ่ายเท ยอดที่กำลังโตก็ขาดแคลเซียมได้ แม้บริเวณรากจะมีแคลเซียมพอ VPD (ค่าความต่างของความดันไอ) บอกว่าอากาศดึงน้ำออกจากใบแรงแค่ไหน เมื่อ VPD ต่ำ อากาศจะชื้นมากจนใบแทบไม่คายน้ำ

เมื่อแสงจัดและอากาศร้อน ต้นอาจโตเร็วจนแคลเซียมส่งขึ้นไปไม่ทัน ปลายยอดจึงไหม้ วิธีแก้คือปรับ VPD และการถ่ายเทอากาศให้ดีขึ้น ไม่ใช่เติมแคลเซียม

หมายเหตุผู้แปล: ในฤดูฝนของไทย ความชื้นในห้องปลูกและโรงเรือนจะสูงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ และถ้าไฟดับจนพัดลมหยุด ความชื้นจะยิ่งสูงขึ้น ให้ดูค่าจากไฮโกรมิเตอร์ (เครื่องวัดความชื้น) ก่อนเติมแคลเซียม และแก้เรื่องการถ่ายเทอากาศกับการลดความชื้นก่อน ถ้าปลูกกลางแจ้ง คุณลดความชื้นไม่ได้ จึงควรปลูกต้นให้ห่างกันพอที่ลมจะผ่านระหว่างต้นได้

แมกนีเซียม (Mg): ธาตุเคลื่อนที่ได้

อาการ: ใบแก่เหลืองระหว่างเส้นใบ (interveinal chlorosis) คือเนื้อใบระหว่างเส้นใบเป็นสีเหลือง แต่เส้นใบยังเขียวชัด เห็นเป็นลายก้างปลาชัดเจน ต่อมาบริเวณที่เหลืองจะกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีจุดเนื้อเยื่อตาย จากนั้นใบจะกรอบ ม้วน แล้วร่วง อาการลามจากโคนต้นขึ้นไปด้านบน

สาเหตุที่พบบ่อย

  • pH ต่ำกว่า 6.0 ในดิน หรือต่ำกว่า 5.5 ในเส้นใยมะพร้าว สาเหตุนี้พบบ่อยที่สุด
  • ให้โพแทสเซียมมาก เพราะโพแทสเซียมกับแมกนีเซียมแข่งกันในการดูดซึมของราก
  • ใช้น้ำ RO หรือน้ำอ่อนมากโดยไม่เติม CalMag
  • รดน้ำเส้นใยมะพร้าวบ่อย แต่ปุ๋ยที่ให้มีแมกนีเซียมน้อยเกินไป

วิธีแก้

  • เติมอาหารเสริม CalMag ตามอัตราบนฉลาก โดยเริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่ม
  • ถ้าปลูกในเส้นใยมะพร้าวหรือใช้น้ำ RO ผู้ปลูกส่วนใหญ่ใส่ CalMag ตั้งแต่ให้ปุ๋ยครั้งแรก
  • ตรวจสัดส่วนแคลเซียมต่อแมกนีเซียมในปุ๋ยพื้นฐานที่ใช้ และตรวจความชื้นกับการถ่ายเทอากาศในห้อง

หมายเหตุผู้แปล: น้ำฝนที่รองเก็บไว้ก็มีแร่ธาตุน้อยมากเช่นกัน ให้วัด EC ก่อน ถ้าค่าใกล้ศูนย์ ให้ใช้แบบเดียวกับน้ำ RO และเติม CalMag

หมายเหตุผู้แปล: ผลิตภัณฑ์ CalMag และเหล็กคีเลต (ดูหัวข้อที่ 5) มีหลายยี่ห้อ ให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยของยี่ห้อปุ๋ยที่คุณใช้ ว่าผลิตภัณฑ์ใดนำเข้าและขึ้นทะเบียนจำหน่ายในไทยแล้ว พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ได้รับการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติปุ๋ย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ส่วนกระทู้ 1464 อธิบายวิธีตรวจว่าปุ๋ยวางขายในไทยอย่างถูกกฎหมายหรือไม่

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าคุณปลูกในเส้นใยมะพร้าว หรือรดด้วยน้ำ RO หรือน้ำฝน ให้ใส่ CalMag ตั้งแต่ให้ปุ๋ยครั้งแรก โดยเริ่มที่อัตราต่ำตามฉลาก ถ้าไหม้เฉพาะปลายใบใหม่ในช่วงที่แสงจัด ให้ตรวจความชื้นและการถ่ายเทอากาศก่อนเติมแคลเซียมเพิ่ม


5. จุลธาตุและกำมะถัน: เหล็ก สังกะสี แมงกานีส และโบรอน

ต้นต้องการจุลธาตุ (micronutrient) ในปริมาณน้อยมาก แต่ถ้าขาดก็สร้างความเสียหายได้จริง ทุกธาตุในหัวข้อนี้แสดงอาการที่ส่วนที่แตกใหม่

เหล็ก (Fe). ใบที่ใหม่ที่สุดเหลืองระหว่างเส้นใบ แต่เส้นใบยังเขียว ถ้ารุนแรง ใบใหม่จะซีดจนเกือบขาว ถ้าดูทีละใบ ใบที่ขาดเหล็กจะเหมือนใบที่ขาดแมกนีเซียมทุกอย่าง จึงต้องดูตำแหน่งบนต้นเพื่อแยกสองธาตุนี้ ขาดเหล็กจะเห็นที่ยอด ขาดแมกนีเซียมจะเห็นที่โคน

สาเหตุของการขาดเหล็ก:

  • pH บริเวณรากสูงกว่าประมาณ 6.5
  • น้ำมีไบคาร์บอเนตสูง ซึ่งค่อย ๆ ดัน pH ให้สูงขึ้น
  • ฟอสฟอรัสสูง ซึ่งจับกับเหล็กเป็นเหล็กฟอสเฟตที่รากดูดไม่ได้
  • รากแช่น้ำขัง

สังกะสี (Zn). ใบใหม่เล็ก แคบ เป็นคลื่นหรือย่น ปล้อง (ช่วงลำต้นระหว่างข้อที่ใบแตกออก) สั้นผิดปกติ ต้นจึงดูแคระแกร็นและใบเบียดกันแน่น ส่วนที่แตกใหม่มีอาการเหลืองระหว่างเส้นใบบ้าง สาเหตุ: pH สูงกว่า 6.5–7.0 หรือฟอสฟอรัสมากเกินไป

แมงกานีส (Mn). ใบอ่อนถึงใบกลางต้นเหลืองระหว่างเส้นใบ และมีจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาล อาการนี้สับสนกับการขาดแมกนีเซียมได้ง่าย แต่จะเกิดที่ใบที่ใหม่กว่า ถ้าต้นได้ปุ๋ยสำเร็จรูปที่ขายทั่วไป จะไม่ค่อยพบ สาเหตุ: pH สูงกว่า 6.5 หรือเหล็กมากเกินไป

โบรอน (B). ยอดที่กำลังโตผิดรูป ใบใหม่หนา กรอบ และไม่คลี่ ปลายยอดแห้งตายลงมา ลำต้นอาจกลวงหรือเนื้อฟ่ามคล้ายไม้ก๊อก การขาดโบรอนเป็นอาการที่ดูออกง่ายที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะทำให้รูปร่างของต้นเปลี่ยน ไม่ใช่แค่สีเปลี่ยน สาเหตุ: pH อยู่นอกช่วง 6.0–7.0 หรือรดน้ำไม่สม่ำเสมอ เพราะโบรอนเคลื่อนที่ไปกับกระแสน้ำที่ถูกดึงจากรากขึ้นสู่ใบด้วยแรงคายน้ำ

กำมะถัน (S). ส่วนที่แตกใหม่ซีดเป็นสีเหลืองอมเขียวเท่ากันทั้งใบ ไม่มีลายเหลืองระหว่างเส้นใบแบบที่เห็นเมื่อขาดเหล็กหรือแมกนีเซียม ถ้าใช้ปุ๋ยเคมีจะพบไม่บ่อย เพราะเกลือซัลเฟตในปุ๋ยเคมีให้กำมะถันไปด้วยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พบในการปลูกแบบอินทรีย์ที่อาศัยการปลดปล่อยธาตุอาหารจากอินทรียวัตถุ (mineralisation) ซึ่งเกิดขึ้นช้า ในกระบวนการนี้สิ่งมีชีวิตในดินจะค่อย ๆ ย่อยอินทรียวัตถุให้เป็นธาตุอาหารที่รากดูดได้ อาการนี้ยังพบเมื่อดินเย็น หรือเมื่อปุ๋ยหมักยังหมักไม่ได้ที่

วิธีแก้: ตรวจ pH ก่อน อาการขาดจุลธาตุส่วนใหญ่เกิดจากธาตุอาหารถูกล็อกเพราะ pH ไม่ใช่เพราะไม่มีธาตุนั้นอยู่จริง ถ้า pH ถูกต้องแล้วแต่อาการยังไม่หาย ให้เติมอาหารเสริมในอัตราต่ำ ถ้าขาดเหล็กให้ใช้เหล็กคีเลต ซึ่งเป็นเหล็กที่จับกับโมเลกุลที่ช่วยให้เหล็กละลายอยู่ในน้ำได้ เหล็กคีเลตแบบ EDDHA-Fe ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อ pH สูง ถ้าขาดสังกะสีให้ใช้ซิงค์ซัลเฟต

หมายเหตุผู้แปล: น้ำบาดาลและน้ำประปาบางแหล่งในไทยเป็นน้ำกระด้าง หมายถึงมีแร่ธาตุละลายอยู่มาก เช่น ไบคาร์บอเนต น้ำแบบนี้จะดัน pH บริเวณรากให้สูงขึ้นช้า ๆ ทีละสัปดาห์ ปัญหาเหล็กจึงค่อย ๆ ปรากฏ ให้วัด pH ของน้ำไหลออกทุกสัปดาห์ จะได้เห็นว่า pH เริ่มสูงขึ้นก่อนที่ใบใหม่จะซีด

สิ่งที่ควรทำ: เมื่อใบใหม่เหลืองระหว่างเส้นใบ ให้วัด pH ของน้ำไหลออกก่อนซื้อจุลธาตุใด ๆ เติมเหล็กคีเลตในอัตราต่ำเฉพาะเมื่อ pH อยู่ในช่วงที่เหมาะสม แล้วดูผลจากใบที่แตกออกมาหลังจากนั้น


6. ตารางสรุปอาการขาดธาตุอาหาร

ธาตุอาหาร เคลื่อนที่ได้หรือไม่ อาการหลัก เห็นก่อนที่ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
ไนโตรเจน (N) ได้ เหลืองเท่ากันทั้งใบ ไล่จากล่างขึ้นบน ใบแก่ที่สุด N น้อยเกินไป, pH ไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
ฟอสฟอรัส (P) ได้ เขียวเข้ม แล้วก้านใบและใต้ใบเป็นสีม่วง ใบแก่ pH ต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 7.0, บริเวณรากเย็น
โพแทสเซียม (K) ได้ ขอบใบและปลายใบเป็นสีน้ำตาลและไหม้ ใบแก่ที่สุด pH ไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม, แอมโมเนียมหรือโซเดียมสูง
แมกนีเซียม (Mg) ได้ เหลืองระหว่างเส้นใบ เส้นใบยังเขียว ใบแก่ pH ต่ำกว่า 6.0 ในดิน, ให้ K มาก, น้ำอ่อน
แคลเซียม (Ca) ไม่ได้ จุดสีน้ำตาล, ใบใหม่ผิดรูป ใบใหม่ที่สุด pH ต่ำกว่า 5.5, การคายน้ำต่ำ, เส้นใยมะพร้าวที่ยังไม่ได้บัฟเฟอร์
เหล็ก (Fe) ไม่ได้ เหลืองระหว่างเส้นใบ ใบใหม่ที่สุด pH สูงกว่า 6.5, ไบคาร์บอเนต, น้ำขัง
สังกะสี (Zn) ไม่ได้ ใบเล็กและผิดรูป, ปล้องสั้น ส่วนที่แตกใหม่ pH สูงกว่า 7.0, ฟอสฟอรัสมากเกินไป
แมงกานีส (Mn) ไม่ได้ เหลืองระหว่างเส้นใบ มีจุดเนื้อเยื่อตาย ใบอ่อนถึงใบกลางต้น pH สูงกว่า 6.5, เหล็กมากเกินไป
โบรอน (B) ไม่ได้ ส่วนที่แตกใหม่หนา กรอบ และผิดรูป ยอดที่กำลังโต pH ไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม, รดน้ำไม่สม่ำเสมอ
กำมะถัน (S) บางส่วน ส่วนที่แตกใหม่เหลืองเท่ากันทั้งใบ ส่วนที่แตกใหม่ที่สุด ปลูกแบบอินทรีย์ที่การปลดปล่อยธาตุอาหารจากอินทรียวัตถุเกิดช้า

สิ่งที่ควรทำ: ใช้ตารางนี้หลังจากตรวจ pH, EC ของน้ำไหลออก และรากแล้วเท่านั้น เลือก 1–2 แถวที่ตรงกับอาการที่คุณเห็นมากที่สุด ปรับ pH ก่อน แล้วรอ 5–7 วัน ก่อนเติมธาตุที่สงสัยในอัตราต่ำ


ถามคำถามของคุณไว้ใต้กระทู้นี้

ถ้าอาการที่คุณเห็นไม่ตรงกับแถวใดในตาราง ให้โพสต์ถามไว้ใต้กระทู้นี้ บอกวัสดุปลูก ค่า pH และ EC ของน้ำปุ๋ยที่ให้และของน้ำไหลออก และบอกว่าใบไหนแสดงอาการก่อน แนบรูปที่ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติตอนกลางวันมาด้วย เมื่อมีข้อมูลครบ ผู้ปลูกคนอื่นจะเทียบต้นของคุณกับอาการแต่ละแบบข้างต้นได้ และบอกได้ว่าควรตรวจอะไรต่อ


หมายเหตุทางกฎหมาย

บทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น การปลูกกัญชาต้องทำตามกฎหมายของพื้นที่ที่คุณอยู่ ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568

การศึกษาวิจัย การส่งออก การจำหน่าย และการแปรรูปสมุนไพรควบคุม ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันนี้ กฎเกณฑ์เรื่องใบอนุญาตรวมถึงกฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 กฎกระทรวงนี้ทำให้หลักเกณฑ์ใบอนุญาตสำหรับช่อดอกกัญชาเข้มงวดขึ้น


เอกสารอ้างอิง

  1. กองบรรณาธิการ Weedmaps. “Nutrient deficiencies in cannabis: How to spot and address them.”
  2. Leafly. “Cannabis nutrient deficiencies & leaf symptoms.”
  3. Sensi Seeds (2021). “How to Spot the 7 Most Common Cannabis Plant Deficiencies by Leaf Symptoms.”
  4. Organitek (2025). “11 Common Cannabis Nutrient Deficiencies.”
  5. Hey Abby (2025). “Cannabis Calcium & Magnesium Deficiency.”
  6. La Huerta Grow Shop. “How to Identify and Fix Nutrient Toxicity in Cannabis Plants.”

ลิงก์: (1) https://weedmaps.com/learn/the-plant/nutrient-deficiencies-in-cannabis (2) https://www.leafly.com/learn/growing/troubleshooting/nutrient-deficiencies (3) https://sensiseeds.com/en/blog/how-to-spot-the-7-most-common-cannabis-plant-deficiencies-by-leaf-symptoms/ (4) https://organitek.com/cannabis-nutrient-deficiencies/ (5) https://heyabby.com/blogs/articles/cannabis-calcium-magnesium-deficiency (6) https://www.lahuertagrowshop.com/blog/en/identify-fix-cannabis-nutrient-toxicity/