วงจรชีวิตต้นกัญชา: จากเมล็ดสู่การเก็บเกี่ยว — ครบทุกระยะ

วงจรชีวิตต้นกัญชา: จากเมล็ดสู่การเก็บเกี่ยว

Asiannabis Community • General Discussion
อัปเดต: กรกฎาคม 2569

Cannabis sativa L. เป็นพืชล้มลุกปีเดียว (annual herb) ที่มีวงจรชีวิตสมบูรณ์ภายในฤดูเพาะปลูกเดียว จากเมล็ดเล็กๆ สู่ต้นโตเต็มวัยที่ออกดอก — แต่ละระยะมีความต้องการเฉพาะด้านแสง สารอาหาร อุณหภูมิ และความชื้น การเข้าใจวงจรชีวิตช่วยให้ผู้ปลูกเข้าแทรกแซงได้ถูกจังหวะ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพแคนนาบินอยด์สูงสุด

บทความนี้วิเคราะห์ 4 ระยะหลัก: การงอก (germination), ระยะเติบโต (vegetative), ระยะออกดอก (flowering) และ การเก็บเกี่ยว (harvest) เปรียบเทียบไทม์ไลน์ระหว่างสายพันธุ์ photoperiod กับ autoflower พร้อมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยสำหรับผู้เริ่มต้น


1. ภาพรวมวงจรชีวิตต้นกัญชา

กัญชาผ่าน 4 ระยะพัฒนาที่ชัดเจน แต่ละระยะมีการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยา (morphological) และสรีรวิทยา (physiological) ที่เฉพาะเจาะจง ระยะเวลารวมของวงจรชีวิตอยู่ระหว่าง 8–12 สัปดาห์สำหรับ autoflower และ 16–32 สัปดาห์สำหรับ photoperiod ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ สภาพการปลูก และเป้าหมายการเก็บเกี่ยว

ระยะ ระยะเวลา ช่วงแสง สัญญาณสำคัญ การดูแลหลัก
งอก 2–10 วัน 24/0 หรือมืด รากแก้วปรากฏ, ใบเลี้ยงเปิด ชื้น, อุ่น 22–28°C, ไม่ใส่ปุ๋ย
กล้า (Seedling) 1–3 สัปดาห์ 18/6 ใบจริงชุดแรก (1–3 แฉก) แสงอ่อน, รดน้ำน้อย
เติบโต 3–16 สัปดาห์ 18/6 ใบ 5–7 แฉก, แตกกิ่งแข็งแรง N สูง, training, แสงมาก
ออกดอก 7–12 สัปดาห์ 12/12 ขนสีขาว (pistil), ดอกพัฒนา P-K สูง, ลด N, ควบคุมความชื้น
เก็บเกี่ยว 1–2 สัปดาห์ ไทรโคมขุ่น/อำพัน ล้างราก, ตัด, อบแห้ง, บ่ม

2. ระยะงอก (Germination)

การงอกคือกระบวนการที่เมล็ดดูดซับน้ำ (imbibition) กระตุ้นเอนไซม์ย่อยแป้งสะสมในเอนโดสเปิร์ม และสร้างรากแก้ว (radicle) แรก ระยะนี้เป็นตัวกำหนดอัตรารอด — เมล็ดที่ไม่งอกคือสูญเสียการลงทุนทั้งหมดของต้นนั้น

2.1 สภาวะที่เหมาะสม

  • อุณหภูมิ: 22–28°C (เหมาะสุด 25°C) ต่ำเกินไป (<18°C) ทำให้งอกช้าหรือตาย สูงเกินไป (>32°C) ทำลายเอ็มบริโอ
  • ความชื้น: 70–90% RH เมล็ดต้องดูดน้ำประมาณ 50% ของน้ำหนักเพื่อกระตุ้นเอนไซม์จิบเบอเรลลิน
  • แสง: ไม่จำเป็นในช่วง imbibition หลังใบเลี้ยงเปิดบนผิวดิน เปลี่ยนเป็นแสงอ่อน 200–300 PPFD
  • pH: 6.0–6.5 สำหรับดิน, 5.5–6.0 สำหรับไฮโดร

2.2 วิธีเพาะเมล็ดที่นิยม

วิธี คำอธิบาย อัตราสำเร็จ ข้อดี/ข้อเสีย
กระดาษเปียก วางเมล็ดระหว่าง 2 ชั้นกระดาษชุบน้ำ ห่อในจาน/ซิปล็อก เก็บที่มืดอุ่น 24–72 ชม. 90–95% ควบคุมง่าย; รากเสียหายง่ายตอนย้าย
แช่น้ำ แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 24–48 ชม. จนรากแก้วโผล่ 2–3 มม. แล้วย้ายลงดิน 85–90% เร็ว; แช่นานไป → เมล็ดตายขาดออกซิเจน
หยอดลงดินตรง วางเมล็ดลึก 1–2 ซม. ในดินชื้น รักษาความอุ่น ไม่ต้องย้ายกล้า 80–85% รากไม่เครียด; ควบคุมความชื้นยาก
Jiffy/Rockwool วางเมล็ดใน jiffy หรือ rockwool ที่แช่ pH 5.5–6.0 90–95% มืออาชีพ; ต้องควบคุม pH

2.3 ไทม์ไลน์การงอก

  • วันที่ 1–2: เมล็ดดูดซับน้ำ เปลือกนิ่ม (imbibition phase)
  • วันที่ 2–4: รากแก้ว (radicle) โผล่ออก ยาว 1–3 ซม.
  • วันที่ 4–7: ลำต้นอ่อนดันขึ้นเหนือดิน ใบเลี้ยงเปิด — เริ่มสังเคราะห์แสง
  • วันที่ 7–10: หากเมล็ดไม่งอกหลัง 10 วัน → เมล็ดไม่มีชีวิต ต้องเปลี่ยนใหม่

2.4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • แช่เมล็ดเกิน 48 ชม. → เมล็ดตายจากขาดออกซิเจน
  • วางเมล็ดลึกเกิน (>3 ซม.) → กล้าไม่มีพลังงานพอดันขึ้น
  • อุณหภูมิผันผวน >10°C ในวัน → เอ็มบริโอเครียด ตาย
  • จับรากแก้วด้วยมือเปล่า → รากหัก ติดเชื้อ
  • รดน้ำมากเกินหลังย้ายกล้า → รากอ่อนจมน้ำ เกิด damping-off

3. ระยะเติบโต (Vegetative Stage)

ระยะที่ต้นเติบโตแข็งแรงที่สุด — สะสมมวลชีวภาพ พัฒนาระบบราก ลำต้น กิ่ง และใบ ต้นอาจเติบโต 2–5 ซม./วันในสภาวะเหมาะสม ระยะ vegetative ยาว 3–16 สัปดาห์สำหรับ photoperiod และ 2–4 สัปดาห์สำหรับ autoflower

3.1 ความต้องการแสง

กัญชาระยะ vegetative ต้องการแสงอย่างน้อย 18 ชม./วัน (ตาราง 18/6 นิยมที่สุด) grower indoor หลายคนใช้ 20/4 หรือ 24/0 งานวิจัย Chandra et al. (2023) ชี้ว่า 18/6 ให้ประสิทธิภาพสังเคราะห์แสงดีที่สุดต่อหน่วยไฟฟ้า — 6 ชม. มืดช่วยให้ต้นฟื้นตัวจากความเครียดและกระจายน้ำตาลซูโครส

  • PPFD เหมาะสม: 400–600 μmol/m²/s ต้นอ่อนเริ่มที่ 200–300 PPFD ค่อยๆ เพิ่มเมื่อใบพัฒนาเต็มที่
  • DLI เป้าหมาย: 20–35 mol/m²/วัน (Rodriguez-Morrison et al., 2021)

3.2 ความต้องการธาตุอาหาร

ระยะ vegetative เน้นไนโตรเจน (N) สูง — NPK อุดมคติประมาณ 3-1-2 ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบหลักของคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโน จำเป็นสำหรับการเติบโตของใบและลำต้น

ธาตุ บทบาท อาการขาด EC แนะนำ
Nitrogen (N) คลอโรฟิลล์, กรดอะมิโน, โปรตีน ใบเก่าเหลืองจากล่างขึ้น 1.0–1.6 mS/cm
Phosphorus (P) ATP, DNA, พัฒนาราก ใบม่วง/แดง, รากอ่อน
Potassium (K) ควบคุมน้ำ, เอนไซม์, ขนส่งน้ำตาล ขอบใบไหม้น้ำตาล
Calcium (Ca) โครงสร้างผนังเซลล์ จุดน้ำตาลบนใบอ่อน ยอดหงิก
Magnesium (Mg) ศูนย์กลางโมเลกุลคลอโรฟิลล์ ใบเก่าเหลืองระหว่างเส้นใบ

3.3 เทคนิคการฝึกต้น (Plant Training)

HST (High-Stress Training)

  • Topping: ตัดยอดหลักเหนือข้อที่ 4–5 สร้าง 2 ยอดใหม่ รอต้นมี 5–6 ข้อก่อนตัด ต้องการ 5–7 วันฟื้นตัว
  • FIM: ตัด 75–80% ของยอด สร้าง 3–4 ยอดใหม่
  • Mainlining: Topping 2 ครั้งเพื่อสร้าง 4–8 กิ่งเท่ากัน

:warning: ห้าม HST กับ autoflower — ต้นไม่มีเวลา veg เพียงพอฟื้นตัว ใช้เฉพาะ LST

LST (Low-Stress Training)

  • LST พื้นฐาน: ดัดลำต้น/กิ่ง มัดตรึง สร้างทรงพุ่มแนวนอน
  • ScrOG: วางตาข่ายเหนือต้น สอดกิ่งผ่านตาข่ายกระจายทรงพุ่ม
  • Defoliation: ตัดใบพัด (fan leaves) ที่บังจุดออกดอก ตัดไม่เกิน 20–30% ต่อครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์

3.4 สัญญาณเปลี่ยนระยะ

Photoperiod: เมื่อเปลี่ยนตารางแสงจาก 18/6 เป็น 12/12 ต้นเริ่ม transition ปกติเปลี่ยนเมื่อต้นสูง 50–60% ของความสูงที่ต้องการ (ต้นจะ stretch เพิ่ม 50–100% ใน 2–3 สัปดาห์แรกของ flowering)

Autoflower: ต้นเปลี่ยนเองหลัง 3–5 สัปดาห์จากงอก สัญญาณ: pre-flower (ขนขาวเล็กๆ) ปรากฏที่ข้อ


4. ระยะออกดอก (Flowering Stage)

ระยะออกดอกเป็นตัวกำหนดคุณภาพและผลผลิตสุดท้าย ต้นเปลี่ยนพลังงานทั้งหมดจากการเติบโตลำต้นใบไปสู่การพัฒนาดอก (bud) ผลิตแคนนาบินอยด์และเทอร์พีน ระยะนี้ยาว 7–12 สัปดาห์ตามสายพันธุ์

4.1 กลไกกระตุ้นการออกดอก

สายพันธุ์ photoperiod: การออกดอกถูกกระตุ้นโดยอัตราส่วน phytochrome Pfr/Pr เมื่อกลางคืนยาวต่อเนื่อง ≥12 ชม. phytochrome แดงไกล (Pfr) เปลี่ยนเป็น Pr กระตุ้นฮอร์โมน florigen เคลื่อนจากใบไปยอด เริ่มโปรแกรมออกดอก แสงรั่วใดๆ ใน dark period อาจรีเซ็ตนาฬิกาออกดอก ทำให้เครียดและเกิดกะเทย (hermaphrodite)

สายพันธุ์ autoflower: ยีน autoflowering (จาก Cannabis ruderalis) ควบคุมการออกดอกตามอายุต้นผ่าน age-dependent pathway ไม่ขึ้นกับช่วงแสง

4.2 เฟสในระยะออกดอก

เฟส ช่วงเวลา รายละเอียด การดูแล
Stretch สัปดาห์ 1–3 ต้นยืดตัว 50–100% ข้อห่างออก pre-flower ปรากฏ เพิ่ม P-K ลด N ค่อยๆ ยกโคมตามความสูง
พัฒนาดอก สัปดาห์ 3–6 ดอกก่อตัวและพองใหญ่ ไทรโคมเริ่มปรากฏ NPK: 1-3-2 เสริม Ca-Mg RH 40–50%
สุก (Ripening) สัปดาห์ 6–8+ ดอกแน่น ขนเปลี่ยนน้ำตาล/ส้ม 50–70% ไทรโคมจากใสเป็นขุ่น ใบเหลืองตามธรรมชาติ ลด EC ล้างราก 1–2 สัปดาห์สุดท้าย อุณหภูมิกลางคืน 18–24°C
เก็บเกี่ยว สัปดาห์ 8–12 ไทรโคมขุ่น 70–90% + อำพัน 10–30% ขน 70%+ น้ำตาล 48 ชม. มืดก่อนเก็บ (ทางเลือก) ตัดเช้าตรู่

4.3 ไทรโคม — นาฬิกาเก็บเกี่ยว

สถานะไทรโคม สีสัน ปริมาณ THC ฤทธิ์ คำแนะนำ
ใส (Clear) ใสเหมือนคริสตัล ต่ำ — THCA ยังไม่เต็ม อ่อน ไม่มีฤทธิ์เด่น เร็วเกินไป
ขุ่น/นม (Cloudy) ขาวขุ่น milky สูงสุด — THCA peak Cerebral พลังงาน สร้างสรรค์ Head high
อำพัน (Amber) น้ำตาลเหลือง THC → CBN (ออกซิเดชัน) Body high สงบ ผ่อนคลาย Couch lock

กฎทอง: เก็บเกี่ยวเมื่อ 70–90% ไทรโคมขุ่น + 10–30% อำพัน ตรวจบนดอกหลัก (calyx) ไม่ใช่บน sugar leaf — ใบน้ำตาลสุกเร็วกว่าดอกประมาณ 1 สัปดาห์ (Livingston et al., 2024)

4.4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • แสงรั่ว: แสงใดๆ ในช่วงมืดอาจทำให้เกิดกะเทยหรือกลับไปเป็น veg แม้แค่ไฟ LED standby
  • ไนโตรเจนมากเกิน: N สูงในช่วงออกดอก → ใบเขียวเข้ม ดอกหลวม กลิ่นหญ้าตอนอบ
  • ความชื้นสูงเกิน: RH >60% หลังสัปดาห์ 4 → เสี่ยง botrytis สูงมาก
  • เก็บเกี่ยวเร็วเกิน: ตัดตอนไทรโคมยังใส → สูญเสีย 30–50% ศักยภาพแคนนาบินอยด์

5. การเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว

เก็บเกี่ยวถูกเวลาเป็นแค่จุดเริ่มต้น การอบแห้ง (drying) และบ่ม (curing) กำหนด 50% ของคุณภาพผลิตภัณฑ์สุดท้าย

5.1 ขั้นตอนเก็บเกี่ยว

  1. Flush (ล้างราก): 7–14 วันก่อนเก็บ รดน้ำเปล่า (pH 6.0–6.5) ไม่ใส่ปุ๋ย
  2. 48 ชม. มืด (ทางเลือก): เก็บต้นในที่มืดสนิท 24–48 ชม. ก่อนตัด
  3. ตัดเช้าตรู่: เก็บเกี่ยวก่อนเปิดไฟเมื่อเทอร์พีนเข้มข้นสูงสุด
  4. Wet trim vs Dry trim:
    • Wet trim: ตัดแต่งใบน้ำตาลทันทีหลังตัด ง่าย ดอกสวย แต่แห้งเร็วเกินอาจเสียเทอร์พีน
    • Dry trim: แขวนทั้งกิ่งจนแห้งแล้วค่อยตัดแต่ง รักษาเทอร์พีนดีกว่า แต่ใช้พื้นที่มาก

5.2 การอบแห้ง (Drying)

พารามิเตอร์ ค่าเหมาะสม ต่ำเกินไป สูงเกินไป
อุณหภูมิ 15–20°C <10°C: แห้งช้า เสี่ยงขึ้นรา >25°C: เทอร์พีนระเหย เสียกลิ่น
ความชื้น (RH) 55–65% <45%: เปลือกแห้ง-ในเปียก >70%: ราเติบโตเร็ว
ระยะเวลา 10–14 วัน <5 วัน: คลอโรฟิลล์ยังไม่สลาย >21 วัน: เสี่ยงราเพิ่ม
แสง มืดสนิท แสงสลาย THC → CBN
ลม เบา ไม่โดนตรง ไม่มีลม: ชื้นเฉพาะจุด → รา ลมแรงเป่าตรง: แห้งเร็วเกิน

ทดสอบ: เมื่อกิ่งเล็กหักเป็น “แกร็ก” (snap ไม่งอ) → ดอกแห้งพอสำหรับการบ่ม

5.3 การบ่ม (Curing)

  1. ใส่ดอกในขวดแก้วปิดสนิท เต็ม 70–75%
  2. Burping: 7–10 วันแรก เปิดฝา 5–10 นาที 1–2 ครั้ง/วัน
  3. หลัง 2 สัปดาห์ ลด burping เหลือ 1 ครั้ง/2–3 วัน
  4. บ่มขั้นต่ำ 2–4 สัปดาห์ คุณภาพดีที่สุดที่ 6–8 สัปดาห์
  5. สภาวะ: 16–21°C, RH 55–62% ในขวด, มืดสนิท ใช้ Boveda 62%

6. เปรียบเทียบ Timeline: Photoperiod vs Autoflower

คุณสมบัติ Photoperiod Autoflower
งอก 2–7 วัน 2–7 วัน
กล้า 1–3 สัปดาห์ (18/6) 1–2 สัปดาห์ (20/4 หรือ 18/6)
เติบโต 3–16 สัปดาห์ (18/6) — grower เลือก 2–4 สัปดาห์ — เปลี่ยนเองตามอายุ
ออกดอก 7–12 สัปดาห์ (12/12) 5–8 สัปดาห์ (20/4 หรือ 18/6)
รวมเวลา 14–32 สัปดาห์ (3.5–8 เดือน) 8–12 สัปดาห์ (2–3 เดือน)
กระตุ้นออกดอก เปลี่ยนแสงเป็น 12/12 อัตโนมัติตามอายุ (ยีน ruderalis)
ความสูงเฉลี่ย 60–200+ ซม. 40–100 ซม.
ผลผลิต/ต้น 100–500+ ก. (indoor), 500–2000+ ก. (outdoor) 30–150 ก. (indoor), 50–200 ก. (outdoor)
โคลนได้? ได้ ไม่เหมาะ — โคลนคงอายุ auto
Training HST + LST เฉพาะ LST
ความยาก ปานกลาง — ต้องจัดการตารางแสง ง่ายสำหรับมือใหม่
เหมาะกับ Indoor pro, outdoor, breeding มือใหม่, stealth, หลายรอบ/ปี

7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตามระยะ

ระยะ ข้อผิดพลาด ผลกระทบ วิธีแก้
งอก แช่เมล็ด >48 ชม. เมล็ดตายขาดออกซิเจน แช่สูงสุด 24–36 ชม. เปลี่ยนกระดาษเปียก
หยอดลึกเกิน (>3 ซม.) กล้าไม่มีแรงดัน หยอดลึก 1–2 ซม. ดินร่วน
กล้า ไฟไกล/อ่อนเกิน ต้นยืดยาว ลำต้นอ่อน PPFD 200–300, ไฟห่าง 30–45 ซม.
รดน้ำมากเกิน Damping-off รากเน่า รอดินแห้ง 3 ซม. ก่อนรด
ใส่ปุ๋ยเร็วเกิน รากอ่อนไหม้ 2 สัปดาห์แรกน้ำเปล่า pH ถูก
เติบโต ขาดไนโตรเจน ใบเหลืองจากล่าง โตช้า NPK 3-1-2, EC 1.0–1.6
ไม่ปรับ pH น้ำ ธาตุอาหารล็อก pH 6.0–6.5 (ดิน), 5.5–6.0 (ไฮโดร)
Topping auto ต้นแคระ ผลผลิตลด 30%+ Auto ใช้ LST เท่านั้น
ออกดอก แสงรั่วช่วงมืด กะเทย เมล็ดในดอก ปิดสนิท 100% ตรวจตอนกลางคืน
RH >60% สัปดาห์ 4+ Botrytis ทำลายดอก เครื่องลดความชื้น พัดลม ตัดใบ
เก็บเร็วเกิน สูญเสีย potency 30–50% รอไทรโคมขุ่น 70–90% + amber 10–30%
หลังเก็บเกี่ยว อบเร็วเกิน (>25°C, <5 วัน) กลิ่นหญ้า สูญเทอร์พีน 50%+ 15–20°C, RH 55–65%, 10–14 วัน
ข้ามการบ่ม รสเผ็ด กลิ่นไม่ดี บ่มขวดปิด 2–4 สัปดาห์ขั้นต่ำ
ขวดเต็มเกิน 80% ชื้นสะสม → ราในขวด เต็ม 70–75%, Boveda 62%

เอกสารอ้างอิง

  1. Chandra, S., Lata, H., & ElSohly, M.A. (2023). Cannabis sativa L. – Botany and Biotechnology. 2nd Ed. Springer.
  2. Rodriguez-Morrison, V., Llewellyn, D., & Zheng, Y. (2021). Cannabis yield, potency, and leaf photosynthesis respond differently to increasing light levels. Frontiers in Plant Science, 12, 646020.
  3. Bernstein, N., et al. (2019). Impact of N, P, K, and humic acid supplementation on the chemical profile of medical cannabis. Frontiers in Plant Science, 10, 736.
  4. Livingston, S.J., et al. (2024). Diurnal regulation of trichome metabolism in Cannabis sativa. Plant and Cell Physiology, 65(4), 612–625.
  5. Jin, D., et al. (2021). Cannabis indoor growing conditions, management practices, and post-harvest treatment. American Journal of Plant Sciences, 12(9), 1466–1489.
  6. Backer, R., et al. (2019). Closing the yield gap for cannabis: A meta-analysis. Frontiers in Plant Science, 10, 495.
  7. Caplan, D., Dixon, M., & Zheng, Y. (2019). Increasing inflorescence dry weight using controlled drought stress. HortScience, 54(5), 964–969.
  8. Saloner, A. & Bernstein, N. (2022). Nitrogen supply affects cannabinoid and terpenoid profile. Industrial Crops and Products, 167, 113516.
  9. Danziger, N. & Bernstein, N. (2021). Effect of light spectra on cannabinoid profile. Industrial Crops and Products, 164, 113351.
  10. Stack, G.M., et al. (2021). Season-long characterization of high-cannabinoid hemp. GCB Bioenergy, 13(4), 546–561.
  11. Hesami, M., et al. (2023). Molecular and physiological insights into cannabis seed germination. Plant Cell Reports, 42, 1087–1101.
  12. Eichhorn Bilodeau, S., et al. (2019). An update on plant photobiology and implications for cannabis production. Frontiers in Plant Science, 10, 296.
  13. Viet Growers Community (2015). Viet Grower Handbook.

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ข้อความทางกฎหมาย
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น การปลูกกัญชาในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2568 และกฎกระทรวง พ.ศ. 2569 (มีผลบังคับใช้ เมษายน 2569) ตามกฎหมายปัจจุบัน:
• อนุญาตปลูกเฉพาะเพื่อการแพทย์และวิจัยที่มีใบอนุญาตถูกต้อง
• ผลิตภัณฑ์กัญชาต้องมีปริมาณ THC ตามที่กฎหมายกำหนด
• ห้ามใช้เพื่อนันทนาการ (recreational use)
• การฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษทางปกครองหรือทางอาญา
ผู้อ่านรับผิดชอบในการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่พำนัก
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
© 2026 Asiannabis Community — asiannabis.com


:globe_with_meridians: Read in: :thailand: Thai | :vietnam: Tiếng Việt | :united_kingdom: English | :china: 中文 | :russia: Русский | :japan: 日本語 | :south_korea: 한국어 | :india: हिन्दी | :germany: Deutsch