กัญชงจะให้ผลดีก็ต่อเมื่อแปลงปลูก ปริมาณไนโตรเจน วันหว่าน และแผนการตรวจ THC เหมาะกับประเภทพืชที่ปลูก ตอนนี้ว่าด้วยดินและธาตุอาหาร การปลูกพืชหมุนเวียน ศัตรูพืชและโรค การเก็บเกี่ยวและการตากแห้งกัญชง CBD กัญชงในประเทศไทย และวิธีเก็บตัวอย่างตรวจ THC ในประเทศต่าง ๆ
กัญชงแบ่งได้เป็นสามประเภท ได้แก่ กัญชงเส้นใย (ปลูกเอาลำต้น) กัญชงเมล็ด (ปลูกเอาเมล็ด) และกัญชง CBD (ปลูกเอาสารแคนนาบินอยด์ในดอกตัวเมีย) แต่ละประเภทใช้ระยะปลูก พันธุ์ และเวลาเก็บเกี่ยวไม่เหมือนกัน ตามที่อธิบายไว้ในตอนที่ 1 กัญชงอุตสาหกรรมคือ Cannabis sativa L. ที่มี THC ต่ำกว่าขีดจำกัดตามกฎหมาย THC คือแคนนาบินอยด์ที่ทำให้มึนเมา
ข้อเตือนด้านกฎหมายไทย: ในประเทศไทย กัญชงหมายถึงพืชที่มี THC ในใบและช่อดอกน้อยกว่า 1.0% ส่วนสารสกัดจากกัญชงต้องมี THC ไม่เกิน 0.2% ช่อดอกกัญชงจะมี THC เท่าใดก็ตาม ถือเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และขายได้ไม่เกินปริมาณที่ใช้ 30 วัน ห้ามโฆษณาและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์ ส่วนร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย → กัญชาในฐานะสมุนไพรควบคุมในประเทศไทย
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1371
3. แปลงปลูก ดิน และธาตุอาหาร
3.1 ดินและการระบายน้ำ
กัญชงขึ้นได้ในดินที่ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง แต่ผลผลิตจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสามเรื่องต่อไปนี้
- pH: ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 6.0–7.5 สำหรับกัญชงทั้งสามประเภท ตัวเลขนี้มาจาก University of Wisconsin Extension ซึ่ง Rodale Institute (องค์กรวิจัยเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐอเมริกา) นำมาอ้างอิง ถ้า pH ต่ำกว่าประมาณ 6 ให้ตรวจดูว่ามีอาการเป็นพิษจากอะลูมิเนียมและแมงกานีสหรือไม่ ถ้า pH สูง ใบอาจแสดงอาการขาดเหล็กและสังกะสี ทั้งที่ในดินมีธาตุเหล่านี้พอ เพราะ pH ทำให้รากดูดธาตุไปใช้ไม่ได้
- การระบายน้ำ: ข้อนี้สำคัญที่สุด สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. (HRDI) ระบุว่าโรครากเน่าและโคนต้นเน่าจากดินแฉะหรือน้ำขังเป็นปัญหาหลักของการปลูกกัญชงในไทย ช่วง 30 วันแรกหลังหว่านเสี่ยงที่สุด ควรเลือกดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี และขุดร่องระบายน้ำในฤดูฝน → โรครากเน่า Pythium และ Fusarium ในกัญชา
- วัชพืช: เมื่อทรงพุ่มของกัญชงเส้นใยที่ปลูกถี่ชนกันจนคลุมเต็มแปลง ร่มเงาจะกดวัชพืชไม่ให้โต แต่กัญชง CBD ปลูกห่าง ทรงพุ่มจึงไม่มีวันคลุมเต็มแปลง ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ จึงต้องกำจัดวัชพืชด้วยมือหรือเครื่องจักร หรือคลุมดินไว้
สิ่งที่ควรทำ: ตรวจ pH ดินก่อนหว่าน และเดินดูแปลงหลังฝนตกหนักครั้งแรก จุดที่น้ำขังนานเกินหนึ่งวันต้องทำทางระบายน้ำหรือเว้นไม่ปลูก เพราะต้นกล้าตรงนั้นเสี่ยงเน่ามากที่สุด
3.2 สภาพอากาศ
เมล็ดกัญชงจะงอกเมื่อดินอุ่นกว่า 8 °C ในพื้นที่ราบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ต้นกล้าจะตายถ้าเจอน้ำค้างแข็ง ซึ่งต้องระวังในประเทศเขตอบอุ่นและบนยอดดอยที่สูงที่สุดของไทย ถ้าความชื้นสูงต่อเนื่องนานในช่วงออกดอก กัญชง CBD จะเสี่ยงเป็นโรคราสีเทา (โบไทรทิส) มากขึ้น
3.3 ไนโตรเจนและธาตุอาหารอื่นตามประเภทพืช
ตัวเลขในตารางนี้เป็นชุดเดียวที่สอดคล้องกันทั้งตาราง ให้ปรับตามผลวิเคราะห์ดินของคุณเอง
| ประเภทพืช | pH เป้าหมาย | ไนโตรเจนรวม (N) | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| เส้นใย | 6.0–7.5 | สูงสุดประมาณ 150 กก. N/เฮกตาร์ (อัตราที่ดีที่สุดเมื่อไม่ได้ปลูกพืชคลุมดิน ในแปลงทดลองที่เมืองคุตซ์ทาวน์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา) | Rodale Institute |
| เมล็ด | 6.0–7.5 | ประมาณ 100 กก. N/เฮกตาร์ (จากการทดลองชุดเดียวกัน) | Rodale Institute |
| CBD | 6.0–7.5 | ยังไม่มีอัตราที่ดีที่สุดที่ยอมรับร่วมกัน คำแนะนำทั่วไปสำหรับกัญชงคือ 50–100 ปอนด์/เอเคอร์ (ประมาณ 56–112 กก. N/เฮกตาร์) แบ่งใส่หลายครั้ง และใส่ 20–25% ตอนปลูก | University of Delaware Extension (สหรัฐอเมริกา) |
- ไนโตรเจนในช่วงออกดอก (กัญชง CBD): ผลการวิจัยยังขัดแย้งกัน งานวิจัยหนึ่งที่ปลูกในสภาพแวดล้อมควบคุมพบว่าไนโตรเจนต่ำให้ระดับแคนนาบินอยด์สูงที่สุด ส่วนการทดลองในแปลงบนพื้นที่สูงที่แห้งแบบทะเลทราย พบว่าระดับแคนนาบินอยด์ขึ้นกับพันธุ์และวันเก็บเกี่ยว ไม่ได้ขึ้นกับอัตราไนโตรเจน ในทางปฏิบัติ ให้ใส่ไนโตรเจนส่วนใหญ่ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น และอย่าใส่มากในช่วงปลายฤดู
- พืชตระกูลถั่วคลุมดิน: พืชคลุมดินคือพืชที่ปลูกเพื่อบำรุงและปกป้องดิน ไม่ได้ปลูกไว้ขาย พืชตระกูลถั่วช่วยเพิ่มไนโตรเจนที่ดึงมาจากอากาศ ในการทดลองที่คุตซ์ทาวน์ การปลูกเวตช์ขน (hairy vetch) และถั่วลันเตาฤดูหนาว (winter pea) ก่อนกัญชงให้ไนโตรเจนเพียงพอ โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม
- ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และกำมะถัน: ใส่ตามผลวิเคราะห์ดิน ดินเขตร้อนที่ถูกฝนชะล้างมากอาจต้องใช้ปุ๋ยที่มีซัลเฟตด้วย
หมายเหตุผู้แปล: เวตช์ขนและถั่วลันเตาฤดูหนาวเป็นพืชเขตอบอุ่น การทดลองเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาว่าพืชทั้งสองโตได้ดีแค่ไหนในอากาศร้อนของไทย พืชตระกูลถั่วที่ขึ้นได้ดีในพื้นที่ของคุณอาจทำหน้าที่แทนได้ แต่ยังไม่มีการทดสอบปลูกพืชเหล่านี้ก่อนกัญชงในไทย ให้ลองในแปลงเล็กก่อน แล้วเทียบกับแปลงที่ใส่ปุ๋ย เพื่อดูว่าพืชคลุมดินช่วยลดปุ๋ยได้จริงหรือไม่
สิ่งที่ควรทำ: ส่งดินตรวจวิเคราะห์ก่อนเริ่มฤดู แล้วกำหนดอัตราไนโตรเจนจากตารางตามประเภทพืชของคุณ ถ้าปลูกกัญชง CBD ให้ใส่ไนโตรเจนส่วนใหญ่ก่อนเข้าช่วงออกดอก
4. การปลูกพืชหมุนเวียนและสุขภาพดิน
กัญชงให้ผลดีที่สุดเมื่อปลูกเป็นพืชหนึ่งในรอบการปลูกพืชหมุนเวียน
- วัชพืชน้อยลง: ทรงพุ่มที่หนาแน่นของกัญชงเส้นใยช่วยให้พืชที่ปลูกตามมีวัชพืชน้อยลง
- ช่วยตัดวงจรโรคได้แต่มีข้อจำกัด: โรครากปม (Plasmodiophora brassicae) ซึ่งเป็นโรคของพืชตระกูลกะหล่ำ ไม่อาศัยอยู่ในกัญชง แต่กัญชงเป็นโรคราขาว (Sclerotinia sclerotiorum) ได้ง่าย และราชนิดนี้ก็ทำลายทานตะวัน ถั่วเหลือง และคาโนลาด้วย ถ้ารอบหมุนเวียนมีพืชเหล่านี้อยู่แล้ว การปลูกกัญชงจะไม่ช่วยตัดวงจรโรคเลย
- โลหะหนัก: ส่วนใหญ่กัญชงจะดูดโลหะหนักเข้าต้นเมื่อปลูกบนดินที่ปนเปื้อน งานวิจัยเรื่องการใช้พืชบำบัดดิน (phytoremediation) ทดลองในดินที่ปนเปื้อนหนัก (Linger et al., 2002; Rheay et al., 2021) ผลผลิตจากพื้นที่แบบนี้ไม่เหมาะจะนำไปทำอาหารหรือสกัด
- เปลือกเมล็ด: การไถกลบเปลือกเมล็ดลงดินเพิ่มไนโตรเจนได้น้อย เปลือกที่มีโปรตีน 3% มีไนโตรเจนประมาณ 0.48% หรือราว ไนโตรเจน 5 กก. ต่อเปลือก 1 ตัน
การปลูกหมุนเวียนในเขตอบอุ่น เช่น ธัญพืช → กัญชง → ธัญพืชหรือพืชน้ำมัน มีข้อมูลรองรับชัดเจนในยุโรป (Struik et al., 2000)
ในประเทศไทย กัญชงแบบโฟโตพีเรียด (ออกดอกเมื่อช่วงกลางวันสั้นลง) ปลูกบนพื้นที่ไร่ (ที่ดอน) ในฤดูฝน (หัวข้อ 7) จึงต้องแย่งพื้นที่กับพืชไร่ฤดูฝนชนิดอื่น ไม่ควรปลูกในนาข้าวที่ระบายน้ำไม่ดี ถ้าจะปลูกในฤดูแล้ง ต้องใช้พันธุ์ออโต้ (ออกดอกเองตามอายุ ไม่ขึ้นกับความยาวของวัน) และต้องมีระบบให้น้ำ
สิ่งที่ควรทำ: จดรายชื่อพืชที่ปลูกในแปลงของคุณในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถ้ามีทานตะวัน ถั่วเหลือง หรือคาโนลา อย่าคาดหวังให้กัญชงช่วยตัดวงจรโรคราขาว ถ้าพื้นที่เคยเป็นที่ตั้งโรงงานหรือเหมือง ให้ตรวจโลหะหนักก่อนปลูกเพื่อทำอาหารหรือสกัด
5. ศัตรูพืชและโรค
หนอนเจาะกัญชง (Grapholita delineana) และ ด้วงหมัดกัญชง (Psylliodes attenuatus) มีรายงานพบส่วนใหญ่ในยุโรปและเอเชียกลาง
ไรแดงสองจุด (Tetranychus urticae) เป็นศัตรูหลักของกัญชง CBD ที่ปลูกในโรงเรือนช่วงอากาศร้อนและแห้ง ไรตัวห้ำที่กินไรแดง (Phytoseiulus persimilis, Neoseiulus californicus) ได้ผลดีที่สุดเมื่อปล่อยก่อนที่ไรแดงจะเพิ่มจำนวน ไม่ใช่รอให้ระบาดแล้วค่อยปล่อย → ไรแดงและการควบคุมโดยชีววิธี
ราสีเทา (Botrytis cinerea) ทำความเสียหายมากที่สุดในช่อดอก CBD ที่อัดแน่น ป้องกันได้โดยปลูกให้ห่างขึ้น ตัดใบล่างออกให้อากาศถ่ายเท และงดรดน้ำจากด้านบนเมื่อเริ่มออกดอก → การป้องกันโรคเน่าช่อดอก (โบไทรทิส)
โรครากเน่าและโคนต้นเน่า เป็นปัญหาหลักของการปลูกในแปลงในประเทศไทย สวพส. ทดลองเคลือบเมล็ดด้วย Streptomyces (แบคทีเรียในดิน) หรือ Trichoderma harzianum (เชื้อราที่มีประโยชน์) เมื่อเทียบกับเมล็ดที่ไม่ได้เคลือบ วิธีนี้ลดการตายของต้นกล้าอายุ 15 วันได้สูงสุด 77% และ 49% ตามลำดับ อย่าหว่านก่อนช่วงที่ฝนจะตกหนัก → Trichoderma และจุลินทรีย์บริเวณรากชนิดอื่น
หมายเหตุผู้แปล: ในประเทศไทย ให้ใช้เฉพาะสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและชีวภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามฉลากเท่านั้น ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ Trichoderma, Streptomyces หรือไรตัวห้ำ ให้ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรก่อน ทะเบียนนี้เป็นหลักฐานเมื่อคุณถูกตรวจประเมินตามหลัก GACP (มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร) และช่วยให้คุณไม่ได้ของปลอมหรือของที่ปนเปื้อน
สิ่งที่ควรทำ: ถ้าปลูกกัญชง CBD ให้พลิกดูใต้ใบหาไรสัปดาห์ละครั้งตั้งแต่ระยะเจริญเติบโตทางลำต้น เพื่อจะได้ปล่อยไรตัวห้ำได้ทันเวลา ถ้าปลูกในแปลงกลางแจ้ง ให้หว่านหลังฝนตกหนักผ่านไปแล้ว ไม่ใช่หว่านก่อนฝนมา
6. การเก็บเกี่ยวและการตากแห้งกัญชง CBD
6.1 การหาช่วงเก็บเกี่ยว
CBD และ THC เพิ่มขึ้นพร้อมกันเมื่อดอกแก่ขึ้น (ตอนที่ 1 หัวข้อ 2.2) ช่วงเก็บเกี่ยวจึงต้องกำหนดจากผลตรวจของห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ดูจากหน้าตาของดอก
ในประเทศที่ใช้ขีดจำกัด 0.3% NC State (North Carolina State University สหรัฐอเมริกา) แนะนำให้เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจตามกฎหมายภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังระยะเริ่มสร้างดอก (floral initiation) ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเห็นสัญญาณการออกดอกครั้งแรก ตามกฎของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) หลังเก็บตัวอย่างแล้วต้องเก็บเกี่ยวภายใน 30 วัน
ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองเป็นหลักฐานว่าผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะขายช่อดอกได้ ถ้าประเทศนั้นกำหนดให้ช่อดอกเป็นสินค้าควบคุม สำหรับประเทศไทย ช่อดอกกัญชงยังเป็นสมุนไพรควบคุม (ดูกรอบด้านบน) ให้ถามหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตให้คุณว่ายอมรับผล THC จากห้องปฏิบัติการใดบ้าง → วิธีอ่านใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA)
6.2 การตากแห้ง
ต้องตากแห้งดอกให้เร็ว จนความชื้นต่ำกว่าประมาณ 12% เพื่อป้องกันโบไทรทิสและไม่ให้คุณภาพตก การผึ่งลมในที่โล่งพึ่งไม่ได้ในอากาศชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงต้องใช้ห้องที่มีพัดลมเป่าลมหรือเครื่องอบแห้งโดยเฉพาะ ถ้าแห้งช้า ดอกจะมีกลิ่นและรสเหมือนหญ้าแห้ง และเสียหายจากราเพิ่มขึ้น ในประเทศไทย การจัดการ การเก็บรักษา และการขายช่อดอกกัญชงต้องเป็นไปตามกฎของสมุนไพรควบคุม → การตากแห้งที่ความชื้นภายนอก 85–95%
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนนำไปเก็บ ให้สุ่มตัวอย่างดอกจากการตากแห้งแต่ละรอบมาวัดความชื้น แล้วเก็บผลไว้กับบันทึกการผลิตแต่ละรุ่น (batch record) คุณจะรู้ว่าระบบตากแห้งของคุณลดความชื้นได้ถึง 12% ในฤดูฝนด้วยหรือไม่ ไม่ใช่แค่ในฤดูแล้ง
7. กัญชงในประเทศไทย: กฎระเบียบและการปฏิบัติจริง
การขออนุญาต การอนุญาตให้เอกชนปลูกกัญชงเริ่มต้นจากกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 29 มกราคม 2564 ใบอนุญาตครอบคลุมวัตถุประสงค์ เช่น การศึกษา การวิจัย การปรับปรุงพันธุ์ และการผลิตเมล็ดพันธุ์รับรอง เมล็ดพันธุ์ได้รับการรับรองด้วยการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร โดยต้องยื่นผลตรวจ THC ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สายพันธุ์ พันธุ์รับรองของไทยเป็นสายพันธุ์ในประเทศที่ สวพส. ปรับปรุงร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ได้แก่ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ทั้งหมดปรับปรุงมาเพื่อผลิตเส้นใย และขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรในปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) มีรายงานว่ามี THC ประมาณ 0.2% RPF1 เหมาะกับพื้นที่สูงเกิน 1,000 ม. ส่วน RPF3 เหมาะกับความสูง 500–1,000 ม.
แหล่งปลูก ข่าวในสื่อระบุว่าอำเภอแม่สาย (จังหวัดเชียงราย) อำเภอพบพระ (จังหวัดตาก) และอำเภอสองแคว (จังหวัดน่าน) เป็นพื้นที่ปลูกกัญชง ชุมชนชาวม้ง โดยเฉพาะที่พบพระ ปลูกกัญชงไว้ทอผ้ามานานแล้ว
ปฏิทินการปลูกสายพันธุ์ RPF แบบโฟโตพีเรียดในภาคเหนือของไทย (สวพส.):
| ช่วงหว่าน | สิ่งที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| มีนาคม–พฤษภาคม (เฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำ) | ระยะเจริญเติบโตทางลำต้นยาว ต้นอาจสูงถึงประมาณ 5 ม. จึงต้องปลูกห่าง |
| มิถุนายน–กรกฎาคม (แนะนำ; ช่วงปลูกทั่วไปของ สวพส. คือพฤษภาคม–กรกฎาคม) | เจริญเติบโตทางลำต้นประมาณ 3 เดือน ออกดอกปลายกันยายน–ตุลาคม ถ้าปลูกเอาเมล็ดใช้ระยะปลูกประมาณ 1 × 1 ม. |
| สิงหาคม–กุมภาพันธ์ (ช่วงกลางวันสั้น) | ระยะเจริญเติบโตทางลำต้นสั้นและออกดอกเร็ว ต้องปลูกถี่ (75 × 50 ซม. หรือถี่กว่า) และต้นให้มวลชีวภาพน้อย |
ฤดูแล้งจึงไม่เหมาะกับการปลูกกัญชงเส้นใยแบบโฟโตพีเรียด เพราะกลางวันสั้นทำให้ต้นออกดอกเร็ว ผลผลิตลำต้นจึงต่ำ ถ้าจะปลูกในฤดูแล้งต้องใช้ พันธุ์ออโต้ร่วมกับระบบให้น้ำ และอย่าหว่านก่อนช่วงฝนตกหนัก
สิ่งที่ควรทำ: เลือกสายพันธุ์ RPF ตามความสูงของแปลง (RPF1 สำหรับพื้นที่สูงเกิน 1,000 ม. และ RPF3 สำหรับ 500–1,000 ม.) แล้วหว่านในเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม ช่วงนี้ทำให้ต้นมีเวลาโตประมาณ 3 เดือนก่อนออกดอก
8. ขีดจำกัด THC การเก็บตัวอย่าง และการบันทึก
8.1 ขีดจำกัด THC ในแต่ละประเทศ
| ประเทศหรือภูมิภาค | ขีดจำกัด THC ในพืช (น้ำหนักแห้ง) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สหภาพยุโรป | 0.3% (ตั้งแต่ พ.ศ. 2566; ก่อนหน้านั้น 0.2%) | ใช้ได้เฉพาะพันธุ์รับรอง |
| สหรัฐอเมริกา | THC รวม 0.3% (ระดับรัฐบาลกลาง) | แผนของแต่ละรัฐและเขตปกครองชนเผ่าแตกต่างกัน |
| แคนาดา | 0.3% | — |
| ไทย | 1.0% ในใบและช่อดอก; สารสกัดไม่เกิน 0.2% | ช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุม; ร่างพระราชบัญญัติอาจเปลี่ยนขีดจำกัด |
| สวิตเซอร์แลนด์ | 1.0% | — |
| สหราชอาณาจักร | 0.2% | — |
สิ่งที่ควรทำ: ถ้าวางแผนส่งออก ให้ตรวจเทียบกับขีดจำกัดของประเทศปลายทาง ไม่ใช่ดูแค่เกณฑ์ 1.0% ของไทย ผลผลิตที่ถูกกฎหมายในไทยอาจไม่ผ่านตลาดที่ใช้เกณฑ์ 0.3% หรือ 0.2% → อะไรบ้างที่ส่งออกจากไทยในฐานะกัญชงได้
8.2 วิธีเก็บตัวอย่างอย่างเป็นทางการ
- สหภาพยุโรป (Delegated Regulation (EU) 2022/126, Annex I): ตาม วิธี A (Procedure A) เจ้าหน้าที่ตรวจอย่างน้อย 30% ของพื้นที่ปลูกกัญชงที่แจ้งไว้ โดยเก็บตัวอย่างตั้งแต่ 20 วันหลังเริ่มออกดอกจนถึง 10 วันหลังออกดอกเสร็จ ตัวอย่างแต่ละชิ้นเป็นส่วนของต้นยาว 30 ซม. ที่มีช่อดอกตัวเมียอย่างน้อยหนึ่งช่อ เก็บจาก 50 ต้นต่อแปลง ส่วน วิธี B (Procedure B) ใช้ในประเทศที่มีระบบอนุมัติล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ตรวจอย่างน้อย 20% ของพื้นที่ เก็บตัวอย่างภายใน 10 วันหลังออกดอกเสร็จ โดยตัดส่วนบนหนึ่งในสามของต้นจาก 200 ต้นต่อแปลง
- สหรัฐอเมริกา (7 CFR 990.24 และแนวทางการเก็บตัวอย่างของ USDA): เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างที่ได้รับอนุญาตจะเก็บตัวอย่างไม่เกิน 30 วันก่อนวันเก็บเกี่ยวที่คาดไว้ โดยตัดยอดช่อดอกยาว 5–8 นิ้ว (ประมาณ 13–20 ซม.) รัฐหรือเขตปกครองชนเผ่าอาจใช้วิธีที่วัดจากผลลัพธ์ (performance-based) แทนก็ได้ แต่วิธีนั้นต้องให้ความเชื่อมั่น 95% ว่าผลตรวจของต้นจะไม่เกิน 0.3% จำนวนต้นที่ต้องเก็บตัวอย่างในแต่ละล็อตขึ้นอยู่กับแผนที่ใช้ในพื้นที่นั้น
- ประเทศไทย: ทำตามคำแนะนำการเก็บตัวอย่างของหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตให้คุณ
อย่ารวมตัวอย่างจากทั้งแปลงเป็นตัวอย่างเดียว ให้ทำ ห่วงโซ่การครอบครองตัวอย่าง (chain of custody) คือบันทึกที่มีลายเซ็น ระบุว่าใครเก็บตัวอย่างแต่ละชิ้น เก็บเมื่อไร และใครดูแลตัวอย่างจนถึงห้องปฏิบัติการ ถ้าขีดจำกัดคือ 0.3% ให้ตั้งเป้าภายในไว้ที่ ประมาณ 0.2% (เผื่อไว้ประมาณ 33%) เพื่อไม่ให้ความคลาดเคลื่อนปกติของผลตรวจดันผลผลิตให้เกินขีดจำกัด
8.3 การบันทึก
เก็บบันทึกต่อไปนี้ไว้อย่างน้อยตามระยะเวลาที่ใบอนุญาตกำหนด
- แผนที่แปลง ระบุพันธุ์และหมายเลขล็อตของแต่ละแปลงย่อย
- ใบแจ้งหนี้ค่าเมล็ดพันธุ์และใบรับรองเมล็ดพันธุ์
- บันทึกการใช้ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตอื่น
- บันทึกการเก็บตัวอย่าง พร้อมใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการ
- ผลผลิตของแต่ละแปลงย่อย
เจ้าหน้าที่อาจเทียบปริมาณเมล็ดที่คุณซื้อกับพื้นที่ที่ปลูกจริง ถ้าบันทึกตรงกัน ก็พิสูจน์ได้ว่าไม่มีเมล็ดรั่วไหลไปที่อื่น
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนหว่าน ให้เตรียมสมุดหรือสเปรดชีตหนึ่งชุดต่อฤดู โดยตั้งหัวข้อทั้งห้านี้ไว้ การกรอกไปทีละนิดระหว่างฤดูง่ายกว่ามาก เมื่อเทียบกับการมานั่งทำย้อนหลังก่อนเจ้าหน้าที่มาตรวจ → บันทึกตามหลัก GACP สำหรับกัญชา
สรุป
- เลือกประเภทพืช (เส้นใย เมล็ด หรือ CBD) ให้ตรงกับโรงแปรรูปและผู้ซื้อที่คุณมีอยู่
- เลือกพันธุ์รับรองที่เหมาะกับละติจูดและความสูงของพื้นที่
- รักษา pH ไว้ที่ 6.0–7.5 และใส่ไนโตรเจนตามช่วงในหัวข้อ 3.3
- ส่งกัญชง CBD ตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะ THC เพิ่มขึ้นเมื่อดอกแก่
- ในภาคเหนือของไทย ให้หว่านพันธุ์ RPF แบบโฟโตพีเรียดช่วงต้นฤดูฝน ในแปลงที่ระบายน้ำดี
- ในฤดูแล้ง ให้ปลูกเฉพาะพันธุ์ออโต้ และต้องมีระบบให้น้ำเท่านั้น
- ช่อดอกกัญชงในไทยยังเป็นสมุนไพรควบคุม และขีดจำกัดตามกฎหมายอาจเปลี่ยนเมื่อร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาผ่านเป็นกฎหมาย
คุณเคยปลูกสายพันธุ์ RPF หรือส่งผลผลิตกัญชง CBD ตรวจในไทยแล้วหรือยัง แชร์วันหว่าน ผลผลิต หรือผลตรวจไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย ผู้ปลูกคนอื่นจะได้นำไปเปรียบเทียบ
เอกสารอ้างอิง
- Linger, P., Müssig, J., Fischer, H., & Kobert, J. (2002). Industrial hemp (Cannabis sativa L.) growing on heavy metal contaminated soil: fibre quality and phytoremediation potential. Industrial Crops and Products, 16(1), 33–42. https://doi.org/10.1016/S0926-6690(02)00005-5
- Struik, P. C., Amaducci, S., Bullard, M. J., Stutterheim, N. C., Venturi, G., & Cromack, H. T. H. (2000). Agronomy of fibre hemp (Cannabis sativa L.) in Europe. Industrial Crops and Products, 11(2–3), 107–118.
- Rheay, H. T., Omondi, E. C., & Brewer, C. E. (2021). Potential of hemp (Cannabis sativa L.) for paired phytoremediation and bioenergy production. GCB Bioenergy, 13(4), 525–536.
- Suchoff, D., Linder, E., & Henriquez Inoa, S. (2022). Avoiding a hot crop: minimizing the risk of non-compliant THC tests through proper harvest timing. NC State Extension AG-937. https://content.ces.ncsu.edu/avoiding-a-hot-crop-minimizing-the-risk-of-non-compliant-thc-tests-through-proper-harvest-timing
- Rodale Institute. Growing industrial hemp as an organic cash crop. https://rodaleinstitute.org/science/articles/growing-industrial-hemp-as-an-organic-cash-crop/
- University of Delaware Extension (2020). Recommended nutrient rates, miscellaneous crops. https://udel.edu/content/dam/udelImages/canr/pdfs/extension/environmental-stewardship/nutrient-recommendations/UD_Extension_Recommended_2020_Misc_Crops_All.pdf
- Floral hemp (Cannabis sativa L.) responses to nitrogen fertilization under field conditions in the high desert. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10198490/
- Commission Delegated Regulation (EU) 2022/126, Annex I. https://eur-lex.europa.eu/eli/reg_del/2022/126
- 7 CFR § 990.24, Responsibility of a USDA licensee prior to harvest. https://www.law.cornell.edu/cfr/text/7/990.24
- HRDI (2022). ปลูกกัญชงผลิตเมล็ดเพื่อการบริโภค. https://www.hrdi.or.th/articles/Detail/1494
- HRDI. ปลูกกัญชงอย่างไร…ให้รอด? https://www.hrdi.or.th/articles/Detail/1479
- Thai Publica (2021). การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์กัญชงของ สวพส. (พันธุ์ RPF). https://thaipublica.org/2021/04/hrdi-sales-of-2-types-of-hemp-seeds/
- Nishimura & Asahi (2021). Legalization of Hemp-Related Business in Thailand. https://www.nishimura.com/en/knowledge/publications/20210525-62786