CBD (แคนนาบิไดออล, cannabidiol) ขายกันแทบทุกที่ในฐานะผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ แต่หลักฐานทางคลินิกมีน้อยกว่าที่การตลาดอ้างมาก บทความนี้อธิบาย 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ CBD ออกฤทธิ์ในร่างกายอย่างไร เรื่องที่สองคือ CBD ที่รับเข้าไปถึงกระแสเลือดได้เท่าไร และเรื่องที่สามคือ ณ กลางปี 2569 การใช้แบบใดมีผลการทดลองรองรับ
ปัจจุบัน CBD เป็นส่วนผสมในอาหารเสริมที่ขายมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีวางขายตามร้านขายยา ร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ และร้านค้าออนไลน์ในหลายสิบประเทศ รวมถึงไทย สาธารณรัฐเช็ก และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี 2562 มีการทดลองขนาดใหญ่ที่ทดสอบคำกล่าวอ้างยอดนิยมหลายข้อ และบางข้อก็ไม่เป็นจริงตามที่อ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหลักฐานเลย จึงควรรู้ให้ชัดว่าหลักฐานบอกอะไรบ้าง
ตอนที่ 1 ว่าด้วยเรื่อง CBD คืออะไร หลักฐานของการใช้แต่ละแบบที่มีการกล่าวอ้าง แคนนาบินอยด์ชนิดอื่นที่ไม่ทำให้เมา และเทอร์ปีน ส่วนตอนที่ 2 ว่าด้วยประเภทสารสกัดที่ระบุบนฉลาก ใบรับรองผลวิเคราะห์จากแล็บ ขนาดที่ใช้ ปฏิกิริยาระหว่างยา และกฎระเบียบในไทยกับสหภาพยุโรป
หมายเหตุผู้แปล: บทความนี้มีไว้เพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ปลูกได้ยินคำกล่าวอ้างเรื่อง CBD อยู่เสมอ ทั้งจากลูกค้า ผู้รับซื้อ และแคตตาล็อกเมล็ดพันธุ์ ถ้าคุณรู้ว่าข้อไหนผ่านการทดสอบแล้ว คุณก็จะเลี่ยงการบอกต่อข้อที่ยังไม่เคยทดสอบได้ หากจะใช้ CBD กับปัญหาสุขภาพใดๆ ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์
1. CBD คืออะไร
1.1 CBD มาจากไหน
CBD เป็นไฟโตแคนนาบินอยด์ (phytocannabinoid) คือแคนนาบินอยด์ที่พืชสร้างขึ้น พบได้ใน Cannabis sativa ทั้งในกัญชาประเภทที่ปลูกเพื่อสารที่ทำให้เมา (drug-type) และในกัญชง คำว่ากัญชงในที่นี้หมายถึงสายพันธุ์ที่มี CBD สูงแต่มี THC ต่ำ THC (เดลตา-9-เททระไฮโดรแคนนาบินอล, delta-9-tetrahydrocannabinol) คือสารที่ทำให้เมา
THC ทำให้เมาเพราะไปกระตุ้นตัวรับ CB1 ซึ่งเป็นตัวรับแคนนาบินอยด์ชนิดหนึ่ง ตัวรับ (receptor) คือโปรตีนบนผิวเซลล์ที่จะตอบสนองเมื่อมีสารบางชนิดมาจับ สารที่กระตุ้นให้ตัวรับทำงานเรียกว่าอะโกนิสต์ (agonist) CBD ไม่ได้กระตุ้น CB1 โดยตรง จึงไม่ทำให้เมาเมื่อใช้ในขนาดทั่วไป
1.2 CBD ออกฤทธิ์ในร่างกายอย่างไร
นักวิจัยยังไม่รู้กลไกการออกฤทธิ์ของ CBD ทั้งหมด แต่มี 4 กลไกที่ยืนยันแล้ว:
- ตัวรับ TRPV1 เมื่อมีความเข้มข้นสูง CBD จะกระตุ้น TRPV1 ซึ่งเป็นตัวรับในกลุ่มวานิลลอยด์ (vanilloid) กลไกนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอาการปวดและการอักเสบ
- ตัวรับ 5-HT1A เป็นตัวรับของเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อสัญญาณชนิดหนึ่งในสมอง CBD กระตุ้นตัวรับนี้ได้บางส่วน (เรียกว่า “อะโกนิสต์บางส่วน” หรือ partial agonist) กลไกนี้อาจอธิบายได้ว่าทำไม CBD อาจช่วยคลายความวิตกกังวล
- ตัวรับ GPR55 นักวิทยาศาสตร์เรียก GPR55 ว่า “ตัวรับกำพร้า” (orphan receptor) เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าสารตามธรรมชาติตัวใดในร่างกายเป็นตัวกระตุ้น ตัวรับนี้ตอบสนองต่อแคนนาบินอยด์ และ CBD จะยับยั้งไม่ให้มันทำงาน ผลนี้อาจเกี่ยวกับความหนาแน่นของกระดูกและการอักเสบ
- การดึงอนันดาไมด์กลับเข้าเซลล์ อนันดาไมด์ (anandamide) เป็นเอนโดแคนนาบินอยด์ (endocannabinoid) คือแคนนาบินอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ปกติเซลล์จะดึงอนันดาไมด์กลับเข้าไปเพื่อหยุดสัญญาณ ขั้นตอนนี้เรียกว่ารีอัปเทก (reuptake) CBD ทำให้ขั้นตอนนี้ช้าลง อนันดาไมด์จึงส่งสัญญาณได้นานขึ้น ทั้งที่ตัว CBD เองไม่ได้ออกฤทธิ์ที่ตัวรับแคนนาบินอยด์โดยตรง
CBD ออกฤทธิ์ต่อเป้าหมายหลายจุด ผลของมันจึงมีอยู่จริง แต่ผลจะออกมาแบบไหนขึ้นกับขนาดที่ใช้และเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ผลแต่ละอย่างอาจต้องใช้ขนาดไม่เท่ากัน
สิ่งที่คุณทำได้: เมื่ออ่านเจอคำกล่าวอ้างเรื่อง CBD ให้หาว่างานวิจัยที่อ้างถึงใช้ขนาดเท่าไร ผลที่เห็นในขนาดหนึ่งบอกอะไรได้น้อยมากเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ให้ขนาดต่างออกไป
1.3 CBD ที่รับเข้าไปถึงกระแสเลือดได้เท่าไร
ชีวประสิทธิผล (bioavailability) คือสัดส่วนของสารที่รับเข้าไปแล้วเข้าถึงกระแสเลือดได้ สำหรับ CBD ค่านี้ต่างกันมากตามช่องทางการรับ คือวิธีที่คุณรับ CBD เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นช่องทางการรับจะเป็นตัวกำหนดว่าขนาดที่เขียนบนฉลากมีผลจริงแค่ไหน
| ช่องทางการรับ | สัดส่วนที่เข้าถึงกระแสเลือด | เวลาก่อนเริ่มออกฤทธิ์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| กลืน (น้ำมันหรือแคปซูล) | 6–19% | 1–2 ชั่วโมง | ต่างกันมากในแต่ละคน รับพร้อมอาหารจะดูดซึมได้มากขึ้น |
| อมใต้ลิ้น (sublingual) | 12–35% | 15–45 นาที | ส่วนหนึ่งดูดซึมในปาก ส่วนที่เหลือถูกกลืนลงไป |
| สูดดม (ไอระเหย) | 31–45% | 1–5 นาที | เร็วที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพปอด |
| ทาผิว (ยาทาภายนอก, topical) | น้อยกว่า 1% | 15–60 นาที | ออกฤทธิ์เฉพาะที่ เข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก |
| ผลิตภัณฑ์นาโนอิมัลชัน | 35–80% (ตามที่บริษัทอ้าง) | 15–30 นาที | เป็นตัวเลขของแต่ละบริษัทเอง ผลตรวจสอบโดยอิสระไม่ตรงกัน |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณที่รวบรวมจากหลายงานวิจัย ส่วนตัวเลขของนาโนอิมัลชันเป็นสิ่งที่บริษัทกล่าวอ้าง งานวิจัยในคนที่วัดปริมาณ CBD ในเลือดโดยตรงมีน้อย การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (systematic review) ของ Millar et al. (2018) พบงานลักษณะนี้เพียงชิ้นเดียว ซึ่งรายงานตัวเลข 31% หลังการสูบ
นาโนอิมัลชัน (nanoemulsion) คือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้น้ำมันแตกเป็นหยดละเอียดมาก จนผสมเข้ากับของเหลวที่มีน้ำเป็นฐานได้ ตัวเลขที่สูงกว่าของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มาจากบริษัทผู้ผลิตเอง
ลองดูตัวอย่างการคำนวณ แคปซูล CBD 25 mg ที่กลืนลงไปจะทำให้มี CBD เข้ากระแสเลือดเพียงราว 1.5–5 mg เพราะคาดว่าร่างกายดูดซึมได้เพียง 6–19% ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหลายตัวใส่ CBD ในขนาดต่ำมาก ระดับ CBD ในเลือดจึงต่ำกว่าระดับในการทดลองที่พบว่าได้ผล และการตลาดก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้เสมอไป
สิ่งที่คุณทำได้: ถ้าจะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สองตัว ให้นำขนาดบนฉลากของแต่ละตัวไปคูณกับสัดส่วนที่ดูดซึมได้ของช่องทางนั้น แคปซูล 25 mg กับการสูดดม 25 mg ไม่ได้ให้ปริมาณ CBD เท่ากัน
2. หลักฐานบอกอะไร
ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งเชื่อถือได้แค่ไหนขึ้นกับประเภทของการศึกษา คำศัพท์ต่อไปนี้จะพบตลอดหัวข้อนี้:
- การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (randomised controlled trial): ผู้เข้าร่วมถูกสุ่มให้ได้รับผลิตภัณฑ์จริงหรือยาหลอก (placebo) ยาหลอกคือของที่หน้าตาเหมือนกันแต่ไม่มีสารออกฤทธิ์ หากผลของสองกลุ่มต่างกัน ก็สรุปได้ว่าความต่างนั้นมาจากผลิตภัณฑ์
- การวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis): งานที่นำผลจากหลายการศึกษาก่อนหน้ามารวมกัน เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น
- รายงานกลุ่มผู้ป่วย (case series): รายงานผลของผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ถ้าเป็นแบบย้อนหลัง (retrospective) คือการย้อนไปดูข้อมูลจากเวชระเบียนที่มีอยู่แล้ว
- การศึกษาก่อนทางคลินิก (preclinical study): งานวิจัยในเซลล์หรือสัตว์ทดลอง ซึ่งทำก่อนจะทดสอบในคน
- การศึกษาเชิงสังเกต (observational study): งานที่บันทึกสิ่งที่ผู้คนทำอยู่แล้ว โดยไม่ได้กำหนดให้ใครได้รับการรักษาแบบใด
2.1 พิสูจน์แล้ว: โรคลมชักในเด็กชนิดหายาก 2 ชนิด
Epidiolex เป็นยาที่ทำจาก CBD เกรดเภสัชกรรม (pharmaceutical-grade) ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลยาของสหรัฐอเมริกา การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมหลายชิ้นแสดงว่ายานี้ในขนาดสูงได้ผลกับกลุ่มอาการดราเวต (Dravet syndrome) และกลุ่มอาการเลนน็อกซ์-กาสโตต์ (Lennox-Gastaut syndrome) ทั้งสองเป็นโรคลมชักชนิดรุนแรงที่พบได้ยากและเริ่มเป็นตั้งแต่วัยเด็ก ขนาดที่ใช้ในการทดลองคือ 10–20 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 kg ต่อวัน
หลักฐานนี้หนักแน่น จนนำไปสู่การอนุมัติยาในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) และอีกหลายประเทศ
แต่หลักฐานนี้แทบไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Epidiolex ให้ CBD เกรดยาในขนาดสูงที่คงที่ และรู้ค่าการดูดซึมแน่นอน ส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้ขนาดที่ไม่แน่นอนและมักต่ำกว่ามาก อีกทั้งกระบวนการผลิตก็ได้มาตรฐานน้อยกว่า
ลองดูว่าขนาดห่างกันแค่ไหน เด็กที่หนัก 20 kg จะได้รับ CBD วันละ 200–400 mg เมื่อใช้ขนาด 10–20 mg/kg ขณะที่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั่วไปใช้วันละ 10–50 mg (ดูตอนที่ 2) ผลการทดลองในโรคลมชักจึงไม่สามารถใช้สนับสนุนคำกล่าวอ้างว่า CBD ขนาดต่ำช่วยผู้ใหญ่สุขภาพดีเรื่องความวิตกกังวลหรือการนอนหลับ
หมายเหตุผู้แปล: ให้สอบถามแพทย์ประสาทวิทยาว่าในไทยสามารถหายา CBD เกรดเภสัชกรรมที่ขึ้นทะเบียนแล้วได้หรือไม่ น้ำมัน CBD เพื่อสุขภาพไม่สามารถใช้แทนยารักษาโรคลมชักที่ขึ้นทะเบียนแล้วและแพทย์ประสาทวิทยาเป็นผู้สั่งจ่าย
สิ่งที่คุณทำได้: ถ้ามีคนถามเรื่องการใช้ CBD กับเด็กที่เป็นโรคลมชัก ให้แนะนำเขาไปพบแพทย์ประสาทวิทยา นี่เป็นการใช้เพียงกรณีเดียวที่มียาซึ่งผ่านการทดสอบและได้รับอนุมัติแล้ว
2.2 หลักฐานยังขัดแย้งกัน: ความวิตกกังวล การนอนหลับ และอาการปวดข้อ
ความวิตกกังวล งานทบทวน 2 ชิ้นล่าสุดได้ข้อสรุปไม่ตรงกัน การวิเคราะห์อภิมานปี 2567 รวมข้อมูล 8 การศึกษา จากผู้เข้าร่วม 316 คนที่มีโรควิตกกังวล และพบว่า CBD ช่วยลดความวิตกกังวล (Wang et al., 2024) แต่ผู้วิจัยเตือนว่ากลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็ก
ส่วนการวิเคราะห์อภิมานปี 2569 รวบรวมการทดลองแบบสุ่ม 54 ชิ้นที่ใช้แคนนาบินอยด์รักษาความผิดปกติทางจิต และไม่พบผลต่อความวิตกกังวลอย่างมีนัยสำคัญ (Wilson et al., 2026) ทั้งสองงานไม่ได้ระบุขนาดใดที่ได้ผลแน่ชัดเลย
การนอนหลับ Shannon et al. (2019) รายงานว่าผู้ป่วยที่ใช้ CBD 25–175 mg มีคะแนนการนอนหลับดีขึ้น แต่งานนี้เป็นรายงานกลุ่มผู้ป่วยแบบย้อนหลัง จึงไม่มีกลุ่มยาหลอกไว้เปรียบเทียบ การทดลองแบบสุ่มที่ทำตามมาให้ผลไม่สอดคล้องกัน
บางงานพบว่าคุณภาพการนอนดีขึ้น และปัญหาการนอนที่มาจากความวิตกกังวลลดลง บางงานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก ณ ปี 2569 หลักฐานเรื่องการนอนหลับจึงน่าสนใจ แต่ยังสรุปไม่ได้
การอักเสบและอาการปวดข้อ งานวิจัยในสัตว์สนับสนุนฤทธิ์ต้านการอักเสบอย่างชัดเจน ส่วนในคน การทดลองในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Blake et al., 2006) ใช้ nabiximols (Sativex® สเปรย์พ่นในปากที่มีทั้ง THC และ CBD) ไม่ได้ใช้ CBD อย่างเดียว การทดลองนี้ทำในผู้ป่วย 58 คน นาน 5 สัปดาห์ พบว่าอาการปวดทั้งขณะเคลื่อนไหวและขณะพักดีขึ้นเมื่อเทียบกับยาหลอก แม้ดีขึ้นไม่มากแต่มีนัยสำคัญ ปัจจุบันงานนี้ยังเป็นหนึ่งในการทดลองโรคข้ออักเสบไม่กี่ชิ้นที่ทำอย่างรัดกุม
การทดลองต่อมาในโรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) และอาการปวดเรื้อรังให้ผลไม่สอดคล้องกัน เหตุผลหนึ่งคือแต่ละการทดลองใช้ขนาดไม่เท่ากัน
สิ่งที่คุณทำได้: เมื่อผู้ขายบอกว่า “มีงานวิจัยยืนยัน” ให้ถาม 3 ข้อ ข้อแรก มีกลุ่มยาหลอกหรือไม่ ข้อสอง มีผู้เข้าร่วมกี่คน ข้อสาม ใช้ขนาดเท่าไร งานขนาดเล็กหรืองานที่ไม่มีกลุ่มยาหลอกเป็นแค่เบาะแส ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์
2.3 หลักฐานอ่อนหรือไม่สอดคล้องกัน
- สุขภาวะโดยรวมและอารมณ์ ยังไม่มีการทดลองแบบสุ่มที่มีคุณภาพดีชิ้นใดแสดงว่า CBD ช่วยให้คนสุขภาพดีที่ไม่มีโรคประจำตัวรู้สึกดีขึ้น มีพลังมากขึ้น หรืออารมณ์ดีขึ้น
- CBD แบบทาผิว สำหรับปัญหาผิวและอาการปวด การทดลองในคนมีน้อยมาก งานก่อนทางคลินิกสนับสนุนการใช้กับผิวหนังอักเสบ แต่ CBD ผ่านผิวหนังปกติเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยมาก ถึงจะมีผลก็น่าจะเป็นแค่ผลเฉพาะที่
- การฟื้นตัวหลังเล่นกีฬา การศึกษาเชิงสังเกตและแบบสำรวจนักกีฬาพบว่ามีนักกีฬาจำนวนมากใช้ CBD เพื่อฟื้นตัวและบรรเทาปวด แต่การทดลองแบบสุ่มยังมีน้อย และให้ผลไม่สอดคล้องกัน
สิ่งที่คุณทำได้: ให้ถือว่าการใช้เหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ หากคุณขาย แนะนำ หรือโพสต์เรื่อง CBD อย่านำเสนอว่าเป็นประโยชน์ที่ยืนยันแล้ว
3. แคนนาบินอยด์ชนิดอื่นที่ไม่ทำให้เมา
สารกลุ่มนี้ปรากฏบนฉลากผลิตภัณฑ์ และในแคตตาล็อกเมล็ดกับกิ่งโคลนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสารตัวไหน ให้ถามคำถามเดียวกันว่าเคยทดสอบในคนแล้วหรือยัง
3.1 แคนนาบิเจอรอล (CBG)
พืชสร้างกรดแคนนาบิเจอรอลิก (CBGA) ขึ้นก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นแคนนาบินอยด์ชนิดอื่น CBG จึงถูกโฆษณาว่าเป็นแคนนาบินอยด์ “เซลล์ต้นกำเนิด” (stem cell) กัญชาและกัญชงส่วนใหญ่มี CBG อยู่น้อย แต่นักปรับปรุงพันธุ์ได้พัฒนาสายพันธุ์ที่มี CBG เป็นสารหลักขึ้นมาแล้ว
หลักฐานส่วนใหญ่มาจากงานในเซลล์และสัตว์ งานเหล่านี้ชี้ว่า CBG มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อ MRSA ซึ่งเป็นเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสที่ดื้อยาปฏิชีวนะทั่วไป (Appendino et al., 2008) นอกจากนี้ยังชี้ว่า CBG อาจช่วยปกป้องเซลล์ประสาท ต้านการอักเสบ และกระตุ้นความอยากอาหาร
ณ ปี 2569 ข้อมูลการทดลองในคนยังมีจำกัดมาก ผลิตภัณฑ์ CBG วางขายกันแล้ว ทั้งที่หลักฐานยังตามไม่ทัน
หมายเหตุผู้แปล: ก่อนซื้อเมล็ดหรือกิ่งโคลนสายพันธุ์ที่มี CBG เป็นสารหลัก ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการปลูกในไทยต้องใช้ใบอนุญาตประเภทใด ถ้าคุณกำลังพิจารณาสายพันธุ์แบบนี้ ให้ปลูกทดลองล็อตเล็กก่อน แล้วส่งตัวอย่างไปตรวจแคนนาบินอยด์ ผลตรวจจะบอกว่าต้นสร้าง CBG ได้จริงในสภาพอากาศของคุณหรือไม่ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจปลูกทั้งรุ่น กิ่งโคลนจากฟาร์มอื่นอาจพาแมลงศัตรูพืช ไวรอยด์แฝงฮอป (hop latent viroid) (HLVd) หรือสายพันธุ์ที่ไม่ตรงปกเข้ามา จึงควรแยกต้นใหม่ไว้ห่างจากแปลงหลักจนกว่าจะตรวจเช็กเรียบร้อย
3.2 แคนนาบินอล (CBN)
CBN เกิดขึ้นเมื่อ THC สลายตัวจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน กัญชาที่เก็บไว้นานจึงมี CBN มากกว่า CBN กระตุ้น CB1 ได้เพียงอ่อนๆ คือแรงประมาณ 10% ของ THC และมักขายเป็นตัวช่วยให้นอนหลับ
การทดลองในคนยังมีน้อย ในการทดลองแบบสุ่มกับผู้ใหญ่ 293 คนที่นอนหลับไม่ดี CBN 20 mg ไม่ได้ทำให้คุณภาพการนอนโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก (Bonn-Miller et al., 2024) แต่ช่วยลดการตื่นกลางดึกและลดปัญหาการนอนโดยรวมได้ การใช้ CBD 10–100 mg ร่วมด้วยไม่ได้ให้ประโยชน์มากกว่าการใช้ CBN อย่างเดียว
การทดลองแบบไขว้ (crossover trial) ปี 2569 ทดสอบ CBN ในผู้ใหญ่ 20 คนที่มีภาวะนอนไม่หลับ (Lavender et al., 2026) การทดลองแบบไขว้คือการให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้รับทั้งผลิตภัณฑ์จริงและยาหลอก โดยสลับช่วงเวลากัน ผลคือ CBN ทั้งขนาด 30 mg และ 300 mg ไม่ได้ลดเวลาที่ตื่นกลางดึก แต่ที่ขนาด 300 mg ผู้เข้าร่วมหลับได้เร็วขึ้นและให้คะแนนการนอนดีขึ้น
แปลว่าคำกล่าวอ้างยอดนิยมว่า “CBN ช่วยให้นอนหลับ” ยังมีหลักฐานรองรับน้อย
หมายเหตุผู้แปล: สำหรับผู้ปลูก CBN ยังเป็นสัญญาณเตือนเรื่องการเก็บรักษาด้วย เพราะ CBN เกิดจาก THC ที่สลายตัว ถ้าตรวจช่อดอกที่เก็บไว้แล้วพบว่าค่า CBN สูงขึ้น แปลว่า THC กำลังเสื่อม ความร้อน แสง และอากาศจะเร่งการเสื่อมนี้ ห้องเก็บในไทยที่ไม่มีระบบทำความเย็นมักร้อนถึง 30–35 °C ดังนั้นควรเก็บช่อดอกแห้งไว้ในที่เย็น มืด และปิดสนิท ดูรายละเอียดเพิ่มที่การเก็บรักษาช่อดอกแห้ง
3.3 แคนนาบิโครมีน (CBC)
งานวิจัยในสัตว์ชี้ว่า CBC ช่วยลดการอักเสบและอาการปวด งานในสัตว์ฟันแทะยังพบฤทธิ์ที่คล้ายยาต้านซึมเศร้า แต่หลักฐานในคนแทบไม่มีเลย
CBC เป็นสารตัวหนึ่งในสารสกัดกัญชงแบบฟูลสเปกตรัม (full-spectrum) แต่ยังไม่มีใครแยก CBC ออกมาใช้เดี่ยวๆ แล้วทดสอบในคนแบบที่ให้ผลน่าเชื่อถือ
3.4 เททระไฮโดรแคนนาบิวาริน (THCV)
THCV มีโครงสร้างทางเคมีใกล้เคียงกับ THC มาก แต่ออกฤทธิ์ต่างกันตามขนาดที่ใช้ ในขนาดต่ำ THCV จะยับยั้ง CB1 บางส่วน (เรียกว่า “แอนทาโกนิสต์บางส่วน” หรือ partial antagonist) ในขนาดสูงจะกระตุ้น CB1 บางส่วน (เป็น “อะโกนิสต์บางส่วน”)
งานวิจัยในสัตว์ชี้ว่า THCV อาจช่วยลดความอยากอาหาร ช่วยคุมน้ำตาลในเลือด และลดอาการชัก การทดลองแบบสุ่มชิ้นหนึ่ง (Jadoon et al., 2016) พบว่าค่าน้ำตาลในเลือดดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ยังต้องมีข้อมูลในคนมากกว่านี้ จึงจะกล่าวอ้างอย่างหนักแน่นได้
สิ่งที่คุณทำได้: ให้ถือว่าคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพของ CBG, CBN, CBC หรือ THCV ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในคน ขอให้ผู้ขายแสดงการทดลองในคนที่รองรับคำกล่าวอ้างนั้น สำหรับคำกล่าวอ้างส่วนใหญ่ยังไม่มีการทดลองแบบนี้เลย
4. เทอร์ปีนและเอฟเฟกต์เอนทูราจ
4.1 เทอร์ปีนคืออะไร
เทอร์ปีน คือสารให้กลิ่นที่ทำให้กัญชามีกลิ่นเฉพาะตัว เทอร์ปีนเป็นสารระเหยง่าย คือกลายเป็นไอได้ง่าย ชนิดที่พบบ่อยได้แก่ ลิโมนีน (limonene, กลิ่นส้ม) ไมร์ซีน (myrcene, กลิ่นดิน กลิ่นมัสก์) ลินาลูล (linalool, กลิ่นดอกไม้ คล้ายลาเวนเดอร์) เบตา-แคริโอฟิลลีน (beta-caryophyllene, กลิ่นเผ็ดร้อน คล้ายพริกไทยดำ) และไพนีน (pinene, กลิ่นสน) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิบชนิด
พืชสร้างเทอร์ปีนในไทรโคม (trichome) ซึ่งเป็นต่อมยางขนาดเล็กที่สร้างแคนนาบินอยด์ด้วย พืชอีกหลายชนิดที่ใช้ในการแพทย์พื้นบ้านก็มีเทอร์ปีนชนิดเดียวกันนี้
เมื่อมีความเข้มข้นสูงพอ เทอร์ปีนก็มีฤทธิ์ของตัวเอง beta-caryophyllene แตกต่างจากตัวอื่นตรงที่กระตุ้นตัวรับแคนนาบินอยด์ CB2 ได้โดยตรง ถ้านิยามแคนนาบินอยด์จากตัวรับที่มันกระตุ้น beta-caryophyllene ก็นับเป็นแคนนาบินอยด์ในทางเทคนิค แม้โครงสร้างจะไม่เหมือน THC หรือ CBD เลย ด้วยเหตุนี้ สารสกัดฟูลสเปกตรัมซึ่งมีเทอร์ปีนอยู่ด้วยจึงอาจออกฤทธิ์ต่างจาก CBD บริสุทธิ์
4.2 งานวิจัยเรื่องเทอร์ปีนพบอะไร
งานวิจัยเรื่องเทอร์ปีนส่วนใหญ่ทำในเซลล์และสัตว์ทดลอง:
- Myrcene: ทำให้สัตว์ฟันแทะง่วงซึม และทำให้การหลับจากยากลุ่มบาร์บิทูเรต (ยากล่อมประสาท) นานขึ้น มักถูกใช้อธิบายว่าทำไมสายพันธุ์อินดิก้า (indica)ให้ความรู้สึกง่วงซึม แต่หลักฐานในคนโดยตรงมีน้อย
- Limonene: ลดความวิตกกังวลในสัตว์ฟันแทะ และอาจมีฤทธิ์ต้านซึมเศร้า หลักฐานในคนยังมีจำกัด การทดลองขนาดเล็กปี 2567 ในผู้ใหญ่สุขภาพดี 20 คนพบว่า การสูด limonene แบบไอระเหยร่วมกับ THC ช่วยลดความวิตกกังวลที่เกิดจาก THC ได้
- Linalool: ให้ผลทำให้ง่วงซึมและคลายกังวลในสัตว์ทดลองหลายรูปแบบ ข้อมูลในคนส่วนใหญ่มาจากน้ำมันลาเวนเดอร์ซึ่งมี linalool สูง มากกว่าจากการใช้ linalool อย่างเดียว
- Beta-caryophyllene: ลดการอักเสบผ่านตัวรับ CB2 และบรรเทาปวดในสัตว์ฟันแทะ
ปัญหาในทางปฏิบัติคือ ปริมาณเทอร์ปีนในผลิตภัณฑ์ CBD ที่ขายกันอยู่แตกต่างกันมาก และฉลากแทบไม่เคยระบุเป็นตัวเลข คำว่า “ฟูลสเปกตรัม” บอกแค่ประเภทของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้บอกว่าในขวดมีสารแต่ละตัวอยู่เท่าไร
หมายเหตุผู้แปล: เทอร์ปีนระเหยง่าย ความร้อนระหว่างการทำแห้งและการเก็บรักษาจึงทำให้เทอร์ปีนหายไป ในไทย ห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศมักร้อนถึง 30–35 °C ถ้าคุณปลูกเพื่อส่งไปสกัดแบบฟูลสเปกตรัม ให้ขอแล็บรายงานปริมาณเทอร์ปีนเป็นตัวเลข (เช่น mg ต่อกรัม) ผู้รับซื้อจะได้เห็นว่าวัตถุดิบของคุณมีสารอะไรอยู่จริง ดูเพิ่มเติมที่การทำแห้งโดยไม่ให้เทอร์ปีนหาย
4.3 เอฟเฟกต์เอนทูราจ: เป็นสมมติฐาน ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
“เอฟเฟกต์เอนทูราจ” (entourage effect) คือแนวคิดที่ว่าสารสกัดจากทั้งต้นได้ผลดีกว่าแคนนาบินอยด์ตัวเดียว เหตุผลที่เสนอคือแคนนาบินอยด์ เทอร์ปีน และสารอื่นในพืชช่วยเสริมฤทธิ์กัน การตลาดของ CBD อ้างแนวคิดนี้บ่อย
แนวคิดนี้มาจากบทความของ Russo (2011) เป็นหลัก บทความดังกล่าวมีอิทธิพลมาก และเสนอว่าเทอร์ปีนอาจเปลี่ยนการทำงานของตัวรับแคนนาบินอยด์ได้อย่างไร งานในเซลล์และสัตว์สนับสนุนแนวคิดนี้อยู่บางส่วน การทดลองในคนที่เทียบ CBD บริสุทธิ์ (ไอโซเลต, isolate) กับสารสกัดฟูลสเปกตรัมที่ขนาด CBD เท่ากันยังมีน้อย และที่มีอยู่ก็ให้ผลไม่สอดคล้องกัน
สมมติฐานนี้เป็นไปได้ และมีงานในเซลล์และสัตว์สนับสนุนอยู่บ้าง แต่ไม่ควรนำเสนอว่าพิสูจน์แล้ว แม้จะมักถูกนำเสนอแบบนั้นบ่อยๆ ก็ตาม เทอร์ปีนและแคนนาบินอยด์รองในสารสกัดฟูลสเปกตรัมอาจช่วยเสริมฤทธิ์จริง หรือ CBD อาจเป็นตัวออกฤทธิ์หลักเกือบทั้งหมดก็ได้ คำตอบอาจต่างกันไปตามโรค และต่างกันไปในแต่ละคนด้วย
สิ่งที่คุณทำได้: เมื่อฉลากอ้างว่าให้ประโยชน์จากเอฟเฟกต์เอนทูราจ ให้หาปริมาณเทอร์ปีนและแคนนาบินอยด์รองในใบรับรองผลวิเคราะห์จากแล็บ ถ้าไม่มีตัวเลขเหล่านี้ ให้เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากขนาด CBD อย่างเดียว
สรุปตอนที่ 1
- พิสูจน์แล้ว: CBD เกรดยาขนาด 10–20 mg/kg/วัน ใช้กับโรคลมชักในเด็กชนิดหายาก 2 ชนิด คือกลุ่มอาการดราเวตและกลุ่มอาการเลนน็อกซ์-กาสโตต์
- หลักฐานขัดแย้งกัน: ความวิตกกังวล การนอนหลับ และอาการปวดข้อ ยังไม่มีขนาดใดที่พิสูจน์ได้ว่าได้ผลกับความวิตกกังวล
- หลักฐานอ่อน: สุขภาวะโดยรวม อารมณ์ การใช้ทาผิว และการฟื้นตัวหลังเล่นกีฬา
- การดูดซึม: หากกลืน CBD จะเข้าถึงกระแสเลือดเพียง 6–19% ให้เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์โดยนำขนาดคูณกับสัดส่วนที่ดูดซึมได้ของแต่ละช่องทาง
- CBG, CBN, CBC และ THCV: ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากเซลล์และสัตว์ การทดลอง CBN ในคนพบผลต่อการนอนเพียงบางด้าน
- เอฟเฟกต์เอนทูราจ: เป็นสมมติฐานที่เป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
ถ้ามีคำถาม หรือมีผลแล็บจากการปลูก CBD หรือ CBG ในไทย โพสต์ไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย
เอกสารอ้างอิง
- Millar, S. A., Stone, N. L., Yates, A. S., & O’Sullivan, S. E. (2018). A systematic review on the pharmacokinetics of cannabidiol in humans. Frontiers in Pharmacology, 9, 1365. https://doi.org/10.3389/fphar.2018.01365
- Wang, J.-Y., Wang, P.-Y., Han, K., & Peng, Y.-C.-H. (2024). Therapeutic potential of cannabidiol (CBD) in anxiety disorders: a systematic review and meta-analysis. Psychiatry Research, 339, 116049. https://doi.org/10.1016/j.psychres.2024.116049
- Wilson, J., et al. (2026). The efficacy and safety of cannabinoids for the treatment of mental disorders and substance use disorders: a systematic review and meta-analysis. The Lancet Psychiatry, 13(4), 304–315. https://doi.org/10.1016/S2215-0366(26)00015-5
- Shannon, S., et al. (2019). Cannabidiol in anxiety and sleep: a large case series. Permanente Journal, 23, 18–041.
- Russo, E. B. (2011). Taming THC: potential cannabis synergy and phytocannabinoid-terpenoid entourage effects. British Journal of Pharmacology, 163(7), 1344–1364.
- Appendino, G., Gibbons, S., Giana, A., et al. (2008). Antibacterial cannabinoids from Cannabis sativa: a structure−activity study. Journal of Natural Products, 71(8), 1427–1430. https://doi.org/10.1021/np8002673
- Bonn-Miller, M. O., et al. (2024). A double-blind, randomized, placebo-controlled study of the safety and effects of CBN with and without CBD on sleep quality. Experimental and Clinical Psychopharmacology, 32(3), 277–284. https://doi.org/10.1037/pha0000682
- Lavender, I. G., et al. (2026). Cannabinol for acute treatment of insomnia disorder in a randomized placebo-controlled crossover trial. Journal of Sleep Research, 35(4), e70284. https://doi.org/10.1111/jsr.70284
- Blake, D. R., Robson, P., Ho, M., Jubb, R. W., & McCabe, C. S. (2006). Preliminary assessment of the efficacy, tolerability and safety of a cannabis-based medicine (Sativex) in the treatment of pain caused by rheumatoid arthritis. Rheumatology, 45(1), 50–52. https://doi.org/10.1093/rheumatology/kei183
- Jadoon, K. A., Ratcliffe, S. H., Barrett, D. A., et al. (2016). Efficacy and safety of cannabidiol and tetrahydrocannabivarin on glycemic and lipid parameters in patients with type 2 diabetes: a randomized, double-blind, placebo-controlled, parallel group pilot study. Diabetes Care, 39(10), 1777–1786. https://doi.org/10.2337/dc16-0650
อ่านต่อตอนที่ 2: CBD และแคนนาบินอยด์เพื่อสุขภาพ: ประเภทสารสกัด ใบรับรองผลวิเคราะห์จากแล็บ ขนาดที่ใช้ ปฏิกิริยาระหว่างยา และกฎระเบียบ (ตอนที่ 2 จาก 2)