กัญชา (Cannabis sativa L.) เป็นพืชแยกเพศต่างต้น โดยปกติดอกตัวผู้และดอกตัวเมียจึงอยู่กันคนละต้น แต่บางต้นออกดอกได้ทั้งสองแบบ ต้นแบบนี้เรียกว่ากะเทยพืช (herm) และพบได้ค่อนข้างบ่อย ถ้าคุณมองข้ามไปแม้ต้นเดียว ละอองเกสรของมันอาจทำให้ช่อดอกทั้งแปลงติดเมล็ด และผลผลิตจะขายได้ราคาต่ำลง
บทความนี้มี 4 เรื่อง คือ เพศของต้นถูกกำหนดอย่างไร ดูเพศให้ได้เร็วด้วยวิธีใด ทำไมต้นจึงกลายเป็นกะเทย และป้องกันอย่างไร ย่อหน้าที่ขึ้นต้นด้วย “หมายเหตุผู้แปล” เป็นข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาเรื่องสภาพเฉพาะของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
5 สิ่งที่ควรทำในฤดูปลูกนี้
- ตรวจหาแสงรั่วในห้องออกดอกก่อนเริ่มทุกรอบปลูก แสงรั่วในช่วงมืดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกะเทยจากความเครียด
- ตรวจทุกต้นทุกวันในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการออกดอก เป้าหมายคือเจอดอกตัวผู้ก่อนที่ดอกจะบานและปล่อยละอองเกสร
- คุมห้องออกดอกไว้ที่ 20–26 °C และอย่าให้เกิน 28 °C ต้นที่อยู่ในอุณหภูมิสูงกว่า 30 °C เป็นเวลานานระหว่างออกดอกมีโอกาสกลายเป็นกะเทยมากขึ้น
- คัดทิ้งทุกต้นที่เป็นกะเทยจากพันธุกรรม ห้ามตัดกิ่งไปปักชำหรือเก็บเมล็ดจากต้นนั้นเด็ดขาด เพราะลักษณะทางพันธุกรรมนี้ถ่ายทอดไปสู่รุ่นถัดไป
- จดบันทึกง่าย ๆ ว่าแต่ละสายพันธุ์และแต่ละรุ่นการผลิตของเมล็ดเกิดกะเทยกี่ต้น พอผ่านไปไม่กี่รอบ บันทึกนี้จะบอกคุณได้ว่าสายพันธุ์ไหนนิ่ง
1. เพศของกัญชาถูกกำหนดอย่างไร
ต้นกัญชา 3 แบบ
- ต้นเพศเมีย (
): ให้ช่อดอก (buds) ที่ผู้ปลูกเก็บเกี่ยว ดอกเพศเมียมีแคนนาบินอยด์สูงที่สุด แคนนาบินอยด์คือสารออกฤทธิ์ในกัญชา เช่น THC และ CBD - ต้นเพศผู้ (
): สร้างถุงเกสรตัวผู้แทนช่อดอก ต้นตัวผู้ต้นเดียวผสมเกสรได้ทั้งห้องปลูก งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ในต้นที่มี THC สูง ช่อดอกที่ได้รับการผสมแล้วมีแคนนาบินอยด์รวมน้อยกว่าช่อดอกที่ไม่ถูกผสมราว 75% ส่วนในต้นที่มี CBD สูงน้อยกว่าราว 60% (Feder et al., 2021) - กะเทยพืช: ต้นเดียวมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย แบ่งได้ 2 ประเภท กะเทยแท้ มีลักษณะนี้อยู่ในยีน ส่วนกะเทยจากความเครียด เกิดจากการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม หัวข้อที่ 3 อธิบายทั้งสองประเภท
ระบบ XX/XY
กัญชามีโครโมโซมเพศเหมือนมนุษย์ ต้น XX เป็นเพศเมีย ต้น XY เป็นเพศผู้ โครโมโซม X มีช่วงยาวช่วงหนึ่งที่ไม่แลกเปลี่ยน DNA กับโครโมโซม Y ช่วงนี้เรียกว่า “บริเวณที่ไม่เกิดการแลกเปลี่ยน (non-recombining region)” เมื่อเวลาผ่านไปนาน ช่วงนี้ทำให้โครโมโซมทั้งสองแตกต่างกันมาก
Prentout et al. (2020) เสนอว่าคู่ XY ของกัญชาอาจเป็นระบบโครโมโซมเพศของพืชที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีบันทึกไว้จนถึงตอนนี้ งานวิจัยต่อเนื่อง (Prentout et al., 2021) พบว่าฮอปส์ (Humulus) มีโครโมโซมเพศคู่เดียวกันนี้ ในทางปฏิบัติ เรื่องนี้สำคัญเพราะความเป็นเพศผู้อยู่บนโครโมโซม Y ห้องปฏิบัติการจึงตรวจหาชิ้น DNA ที่มีเฉพาะบน Y เพื่อระบุต้นตัวผู้ได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า (หัวข้อที่ 2)
Monoecy1: บริเวณบนโครโมโซม X ที่เกี่ยวกับเพศ (พ.ศ. 2568)
กัญชาบางพันธุ์ปลูกเป็นแบบดอกแยกเพศร่วมต้น (monoecious) คือโดยปกติแต่ละต้นออกทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย บางพันธุ์เป็นแบบแยกเพศต่างต้น (dioecious) คือมีต้นตัวผู้และต้นตัวเมียแยกกัน ทีมวิจัยจาก University College Dublin (ไอร์แลนด์) ร่วมกับ CNRS และ Université Paris-Saclay (ฝรั่งเศส) ได้ค้นหายีนที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้ งานวิจัยของทีม (Toscani et al.) เผยแพร่เป็นฉบับก่อนตีพิมพ์ (preprint) ในเดือนกรกฎาคม 2568 และตีพิมพ์ในวารสาร New Phytologist ในปี 2569 (doi:10.1111/nph.71185)
ทีมวิจัยใช้วิธีทำแผนที่ QTL คือผสมพันธุ์ต้นพืช บันทึกลักษณะหนึ่งในต้นลูก แล้วหาว่าช่วงใดของโครโมโซมถ่ายทอดมาพร้อมกับลักษณะนั้น ทีมตั้งชื่อบริเวณที่พบว่า Monoecy1:
- อยู่บนโครโมโซม X ในส่วนของโครโมโซมเพศที่เก่าแก่ที่สุดและแตกต่างกันมากที่สุด
- มียีนที่น่าจะเกี่ยวข้อง (candidate genes) 3 ยีนในช่วงยาวราว 60,000 ตัวอักษร DNA ได้แก่ CsREM16, lncREM16 และ CsKAN4
- CsREM16 และ CsKAN4 เป็นญาติกับยีนทรานสคริปชันแฟกเตอร์ที่รู้จักกันแล้ว ยีนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เปิดหรือปิดการทำงานของยีนอื่น ส่วน lncREM16 เป็นยีน RNA สายยาวที่ไม่แปลรหัส (long non-coding RNA) คือสร้าง RNA แต่ไม่สร้างโปรตีน
- ผู้วิจัยเสนอว่ายีนทั้งสามทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมทั้งความเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย และความเป็นแบบร่วมต้นหรือต่างต้น ชื่อของงานวิจัยใช้คำว่ายีนเหล่านี้ “อาจ” (potentially) ควบคุมเพศ บทบาทของยีนทั้งสามจึงยังไม่ได้รับการพิสูจน์ด้วยการทดลอง
สรุปคือ นักวิจัยพบบริเวณนี้แล้ว แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ายีนตัวไหนเป็นตัวการ ดังนั้นยังไม่มีเมล็ดพันธุ์ใดรับประกันได้ว่าจะไม่เป็นกะเทยโดยอ้างงานวิจัยนี้ บันทึกการเกิดกะเทยในแต่ละสายพันธุ์ที่คุณจดเองยังเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการบอกว่าสายพันธุ์ไหนนิ่ง
เอทิลีนและตัวรับ CsETR1
เอทิลีนเป็นฮอร์โมนพืชที่ต้นปล่อยออกมาในรูปก๊าซ เมื่อเอทิลีนสูง ดอกตัวผู้จะถูกกดไว้ ต้นจึงยังคงเป็นเพศเมีย CsETR1 คือยีนที่สร้างตัวรับเอทิลีน ตัวรับนี้เป็นโปรตีนที่ทำให้เซลล์พืชรับรู้เอทิลีนได้
ซิลเวอร์ไทโอซัลเฟต (STS) ปิดกั้นตัวรับนี้ ต้นเพศเมีย (XX) ที่ได้รับ STS จึงสร้างดอกตัวผู้ ละอองเกสรจากดอกนี้มีแต่โครโมโซม X เมล็ดที่ได้จึงเป็นเพศเมียทั้งหมด เมล็ดแบบนี้เรียกว่า เมล็ดเฟมิไนซ์ หัวข้อที่ 4 เปรียบเทียบ 2 วิธีที่นิยมใช้ทำเมล็ดชนิดนี้
2. วิธีดูเพศของต้นกัญชา
การดูดอกแรก (preflower)
ดอกแรก (preflower) คือดอกเล็ก ๆ ชุดแรกที่ต้นสร้างก่อนเข้าสู่ช่วงออกดอกเต็มที่ ดอกแรกขึ้นที่ข้อ คือจุดที่ก้านใบต่อกับลำต้นหลัก มักเห็นในสัปดาห์ที่ 4–6 ของระยะทำใบ ดอกแรกเพศเมียมีเกสรเพศเมีย (pistil) ซึ่งดูเหมือนขนสีขาวเส้นเล็ก ๆ หนึ่งหรือสองเส้น ส่วนดอกแรกเพศผู้เป็นถุงเกสรตัวผู้ทรงกลมเล็ก ๆ บนก้านสั้น
การดูดอกแรกด้วยตาแม่นยำราว 85–90% แปลว่าทุก 10 ครั้งอาจดูผิดได้ประมาณ 1 ครั้ง วิธีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและเหมาะกับผู้ปลูกรายเล็ก ใช้แว่นขยายแบบพกพา (loupe) ส่องจะเห็นส่วนเล็ก ๆ ได้ง่ายขึ้นมาก
หมายเหตุผู้แปล: เมื่อปลูกกลางแจ้งในไทย ความยาวกลางวันอยู่ใกล้ 12 ชั่วโมงเกือบตลอดปี พืชโฟโตพีเรียดจึงอาจเริ่มออกดอกเร็วกว่าที่คู่มือจากประเทศเขตอบอุ่นบอกไว้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทำไมพืชโฟโตพีเรียดจึงออกดอกเร็วที่ละติจูดของไทย ให้เริ่มตรวจข้อของต้นที่ปลูกกลางแจ้งก่อนถึงสัปดาห์ที่ 4–6 จะได้ไม่พลาดดอกแรกที่ขึ้นเร็ว
การให้ออกดอกตั้งแต่เมล็ดด้วยแสง 12 ชั่วโมง
วิธีนี้ให้ต้นกล้าได้แสง 12 ชั่วโมงและมืด 12 ชั่วโมงตั้งแต่วันแรก (“12/12 ตั้งแต่เมล็ด”) เพื่อบังคับให้ออกดอกเร็ว เพศจะปรากฏราววันที่ 10–14 ความแม่นยำประมาณ 95% วิธีนี้ไม่เสียเงิน แต่ทำให้ต้นเครียดและผลผลิตลดลง เหมาะกับผู้ปลูกที่ต้องคัดต้นจำนวนมาก
การตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการ: วิธีที่แม่นยำที่สุด
PCR (ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส) เป็นวิธีในห้องปฏิบัติการที่เพิ่มจำนวนชิ้น DNA สั้น ๆ ขึ้นหลายเท่า จนมีมากพอที่จะตรวจพบ ในการตรวจเพศ ห้องปฏิบัติการจะหาเครื่องหมายเพศผู้บนโครโมโซม Y เช่น เครื่องหมาย SCAR และ MADC2 SCAR (sequence-characterized amplified region) เป็นเครื่องหมาย DNA ประเภทหนึ่ง ถ้าพบเครื่องหมายนี้ แปลว่าต้นนั้นเป็นเพศผู้
- ความแม่นยำ: สูงกว่า 98.5% เมื่อตรวจเครื่องหมาย MADC2 ด้วย qPCR ซึ่งทดสอบกับตัวอย่างใบราว 8,200 ตัวอย่าง (Torres et al., 2022)
- ตรวจได้เมื่อ: ตั้งแต่วันที่ 5–7 ในระยะใบเลี้ยง (cotyledon) คือตอนที่ต้นกล้ามีเพียงใบกลมคู่แรก
- ค่าใช้จ่าย: 5–15 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัวอย่าง
- เหมาะกับ: ผู้ปลูกเชิงพาณิชย์และนักปรับปรุงพันธุ์
| ดูดอกแรก | 12/12 ตั้งแต่เมล็ด | ตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการ (PCR) | |
|---|---|---|---|
| ความแม่นยำ | 85–90% | ประมาณ 95% | สูงกว่า 98.5% |
| รู้ผลเมื่อ | สัปดาห์ที่ 4–6 ของระยะทำใบ | วันที่ 10–14 | วันที่ 5–7 |
| ค่าใช้จ่ายต่อต้น | ฟรี | ฟรี (แต่เสียผลผลิต) | 5–15 ดอลลาร์สหรัฐ |
| เหมาะกับ | ผู้ปลูกรายเล็ก | การคัดต้นจำนวนมาก | ผู้ปลูกเชิงพาณิชย์และนักปรับปรุงพันธุ์ |
หมายเหตุผู้แปล: ผู้แปลยังยืนยันไม่ได้ว่าห้องปฏิบัติการใดในไทยรับตรวจเพศกัญชาด้วย PCR และคิดราคาเท่าไร ให้ถามห้องปฏิบัติการโดยตรงเรื่องราคาต่อตัวอย่าง ชนิดตัวอย่างที่ต้องส่ง และระยะเวลารอผล แต่ละแห่งมีข้อกำหนดของตัวเอง จึงควรถามวิธีเก็บ รักษา และส่งตัวอย่างก่อนลงมือเก็บ ใส่หมายเลขให้ต้นกล้าทุกต้น และเขียนหมายเลขเดียวกันบนตัวอย่างของต้นนั้น ถ้าไม่ทำ คุณจะจับคู่ผลตรวจกับต้นที่ถูกต้องไม่ได้ คุณถามผู้ปลูกคนอื่นเรื่องห้องปฏิบัติการได้ในหัวข้อ บริการ B2B: ห้องปฏิบัติการ โลจิสติกส์ และงานรับจ้างผลิต
หมายเหตุผู้แปล: ถ้าการตรวจในห้องปฏิบัติการไม่สะดวกสำหรับคุณ ยังมีอีก 2 ทางที่ช่วยเลี่ยงต้นตัวผู้ ทางแรกคือซื้อเมล็ดเฟมิไนซ์จากผู้ขายที่คุณตรวจสอบแล้ว ทางที่สองคือปักชำกิ่งจากต้นเพศเมียที่คุณมีอยู่แล้ว (ต้นแม่พันธุ์และการโคลน) ระวังโคลนที่ซื้อมาจากฟาร์มอื่น เพราะอาจพาศัตรูพืช ไวรอยด์ฮอปแฝง (HLVd) หรือสายพันธุ์ที่ไม่ตรงปกเข้ามาในพื้นที่ปลูกของคุณ
3. กะเทยพืชและนานเนอร์
กะเทยพืชมักดูเหมือนต้นเพศเมียที่มีดอกตัวผู้ขึ้นปนอยู่ ดอกตัวผู้นี้อาจเป็นถุงเกสรเต็มรูปแบบที่ข้อเหมือนบนต้นตัวผู้ หรืออาจเป็น “นานเนอร์” (nanners ย่อมาจาก “bananas” ที่แปลว่ากล้วย) นานเนอร์คือส่วนเพศผู้เล็ก ๆ สีเหลืองหรือเขียวอ่อนที่แทงโผล่ออกมาจากช่อดอกตรง ๆ นานเนอร์ปล่อยละอองเกสรได้เหมือนถุงเกสร ทั้งใส่ต้นเดียวกันและต้นที่อยู่ใกล้
กะเทยจากพันธุกรรม
บทความต้นฉบับระบุว่ากะเทยจากพันธุกรรมเกิดจากอัลลีล (รูปแบบหนึ่งของยีน) Mo1 ที่กลายพันธุ์ หรือจากพันธุกรรมที่ไม่นิ่ง งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากัญชาเชิงพาณิชย์ 3 สายพันธุ์พบดอกกะเทยใน 5–10% ของต้นที่ตรวจ (Punja & Holmes, 2020) ลักษณะนี้ถ่ายทอดสู่รุ่นถัดไป ให้คัดต้นเหล่านี้ทิ้งทันที และห้ามใช้เป็นต้นแม่หรือใช้ผสมพันธุ์เด็ดขาด
ตามที่เล่าไว้ในหัวข้อที่ 1 ยีนที่อยู่ใน Monoecy1 ยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยการทดลอง และยังไม่พบงานวิจัยใดที่ใช้ชื่อ “Mo1” หรือเชื่อมโยงรูปแบบใดของยีนนี้กับการเกิดกะเทยในกัญชาประเภทให้สารออกฤทธิ์ (drug-type) จึงควรถือว่า “อัลลีล Mo1 ที่กลายพันธุ์” เป็นเพียงสมมติฐานที่ใช้อธิบายไปก่อน ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว
กะเทยจากความเครียด: 5 สาเหตุ
- แสงรั่วในช่วงมืด เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง
- อุณหภูมิสูงกว่า 30 °C ติดต่อกันนาน ๆ ระหว่างออกดอก
- ขาดโพแทสเซียม (K) อย่างรุนแรง
- เก็บเกี่ยวช้าเกินไป ช่อดอกที่ปล่อยไว้นานเกินจะเริ่มแตกนานเนอร์
- ค่า pH แกว่งเกิน ±1.0 ในบริเวณราก
ฮอร์โมนเปลี่ยนเพศของดอกได้อย่างไร
ฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดว่าต้นจะสร้างดอกแบบไหน ถ้าออกซิน (ฮอร์โมนการเจริญเติบโต) สูง ต้นจะออกดอกเพศเมียมากขึ้น ถ้าจิบเบอเรลลิน (ฮอร์โมนการเจริญเติบโตอีกชนิดหนึ่ง) สูง ต้นจะออกดอกเพศผู้มากขึ้น เอทิลีนทำหน้าที่เป็น “ฮอร์โมนเพศเมีย” เมื่อต้นเครียด เอทิลีนจะลดลง จิบเบอเรลลินจะเพิ่มขึ้น แล้วดอกตัวผู้ก็โผล่ออกมา
บทความต้นฉบับอธิบายว่านี่คือกลไกเอาตัวรอด ต้นที่เครียดจะสร้างละอองเกสรเองเพื่อให้ยังติดเมล็ดได้ นี่คือเหตุผลที่ทั้ง 5 สาเหตุข้างบนล้วนเป็นเรื่องความเครียด เมื่อคุณขจัดความเครียดได้ ตัวกระตุ้นส่วนใหญ่ก็หายไปด้วย
หมายเหตุผู้แปล: สาเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร และควรแก้แต่ละข้ออย่างไร:
- แสงตอนกลางคืนเมื่อปลูกกลางแจ้งและในโรงเรือน ไฟถนน ไฟส่องสว่างกันขโมย และไฟจากบ้านใกล้เคียงอาจส่องถึงต้นที่กำลังออกดอก ให้บังต้นจากแสงเหล่านี้ หรือย้ายไปปลูกที่อื่น ถ้าผ้าบังแสงในโรงเรือนบังแสง ขาด แสงจะลอดเข้ามาได้ จึงต้องตรวจผ้าคลุมหลังพายุทุกครั้ง
- ไฟดับ ไทม์เมอร์แบบกลไกจะหยุดเดินระหว่างไฟดับ และเดินช้ากว่าเวลาจริงหลังไฟกลับมา ไฟปลูกจึงอาจเปิดตรงกับช่วงกลางคืนของต้น ให้ตรวจเวลาบนไทม์เมอร์หลังไฟดับทุกครั้ง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มีพายุบ่อย ไทม์เมอร์ดิจิทัลที่มีแบตเตอรี่สำรองจะเดินเวลาตรงเสมอ
- ความร้อน เมื่อข้างนอกร้อน 30–35 °C การคุมห้องไว้ที่ 20–26 °C ต้องวางแผนระบบควบคุมสภาพอากาศในห้อง ไว้ล่วงหน้า ให้เลือกขนาดระบบทำความเย็นตามภาระความร้อนจริง (การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศและเครื่องลดความชื้นสำหรับห้องออกดอกในไทย) การเปิดไฟปลูกตอนกลางคืนซึ่งอากาศข้างนอกเย็นกว่าช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศ เทอร์โมมิเตอร์แบบบันทึกค่าสูงสุด–ต่ำสุด (min/max) จะบอกได้ว่าห้องร้อนขึ้นถึงเท่าไรตอนไฟดับขณะที่คุณไม่อยู่
- พันธุกรรม ถ้าคุณคุมห้องให้ต่ำกว่า 30 °C ไม่ได้ ให้เลือกสายพันธุ์ที่เคยให้ผลดีในอากาศร้อน (การเลือกสายพันธุ์สำหรับห้องที่ร้อนกว่า 30 °C)
การคัดกรองกะเทย และสิ่งที่ต้องทำเมื่อพบ
- ตรวจทุกต้นทุกวันใน 2 สัปดาห์แรกของการออกดอก แล้วตรวจช่อดอกอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ก่อนเก็บเกี่ยว เพราะการเก็บเกี่ยวช้าทำให้เกิดนานเนอร์
- ก่อนย้ายต้นที่มีดอกตัวผู้ ให้คลุมต้นด้วยถุงพลาสติก เพื่อไม่ให้ละอองเกสรร่วงไปโดนต้นอื่น
- เมื่อพบกะเทยทุกครั้ง ให้จดวันที่ สายพันธุ์ และสภาพห้อง ได้แก่ อุณหภูมิ ตารางเปิดปิดไฟ และไฟดับ (ถ้ามี) ข้อมูลนี้บอกได้ว่าเป็นกะเทยแบบไหน ถ้าต้นหนึ่งเป็นกะเทย แต่ต้นอื่นสายพันธุ์เดียวกันในห้องเดียวกันยังปกติ สาเหตุน่าจะมาจากพันธุกรรม ถ้าหลายต้นต่างสายพันธุ์เป็นกะเทยหลังไฟดับหรือหลังช่วงร้อนจัด ให้แก้เรื่องความเครียดก่อน
- นักปรับปรุงพันธุ์บางคนจงใจทำให้ต้นเครียดเพื่อดูว่าต้นไหนกลายเป็นกะเทย ก่อนเลือกเก็บไว้เป็นต้นแม่ บทความต้นฉบับไม่ได้ให้วิธีทำ และยังไม่พบขั้นตอนที่ผ่านการทดสอบและตีพิมพ์แล้ว ให้ใช้บันทึกของคุณเองจากหลายรอบปลูกเป็นหลัก
4. การทำเมล็ดเฟมิไนซ์: ซิลเวอร์ไทโอซัลเฟต หรือคอลลอยดัลซิลเวอร์
ทั้งสองวิธีใช้ซิลเวอร์ (เงิน) ปิดกั้นตัวรับเอทิลีนของต้นเพศเมีย ต้นจึงสร้างละอองเกสรได้ (หัวข้อที่ 1) คอลลอยดัลซิลเวอร์คืออนุภาคเงินขนาดเล็กมากที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ
ซิลเวอร์ไทโอซัลเฟต (STS)
- อัตราการได้เมล็ดเพศเมีย: 99.7–99.9%
- ฉีดพ่น 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 5–7 วัน
- ห้ามบริโภคต้นที่ถูกฉีดพ่นแล้วเด็ดขาด
คอลลอยดัลซิลเวอร์
- อัตราการได้เมล็ดเพศเมีย: 95–99%
- ฉีดพ่นทุกวันเป็นเวลา 14–21 วัน
- ทำเองที่บ้านได้ง่าย
| STS | คอลลอยดัลซิลเวอร์ | |
|---|---|---|
| อัตราการได้เมล็ดเพศเมีย | 99.7–99.9% | 95–99% |
| การฉีดพ่น | 2–3 ครั้ง | ทุกวันเป็นเวลา 14–21 วัน |
| เหมาะกับ | นักปรับปรุงพันธุ์มืออาชีพ | ผู้ปลูกที่บ้าน |
หัวข้อเรื่อง STS ในฟอรัมที่ลิงก์ไว้ในหัวข้อที่ 1 อธิบายทั้งสองวิธีแบบทีละขั้นตอน
หมายเหตุผู้แปล: อ่านเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของสารเคมีทุกตัวที่ใช้ สวมถุงมือ แว่นตานิรภัย และหน้ากากระหว่างผสมและฉีดพ่น ฉีดพ่นต้นในพื้นที่แยกต่างหาก ไม่ให้ละอองสารลอยไปโดนต้นในห้องออกดอก เพราะต้นเหล่านั้นจะสร้างละอองเกสรขึ้นมา ห้ามบริโภค ขาย หรือจ่ายช่อดอกจากต้นที่ได้รับสาร ห้ามเทสารละลายที่เหลือลงท่อระบายน้ำหรือแหล่งน้ำ ให้ถามผู้จำหน่ายถึงวิธีกำจัดที่ถูกต้อง
หมายเหตุผู้แปล: STS ทำจากซิลเวอร์ไนเตรตและโซเดียมไทโอซัลเฟต ให้ถามผู้จำหน่ายว่ากฎระเบียบใดของไทยใช้กับการซื้อ เก็บรักษา และใช้สารเหล่านี้ ถ้าต้องการหาผู้จำหน่าย ให้ถามตัวแทนจำหน่ายสารเคมีสำหรับห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการในไทย หรือถามผู้ปลูกในห้องแล็บนักปรับปรุงพันธุ์ (Breeders Lab) เริ่มจากต้นเพศเมียต้นเดียวหรือกิ่งเดียวก่อน คุณจะได้เรียนรู้วิธีทำให้คล่องก่อนเอาทั้งรุ่นการผลิตไปเสี่ยง
5. การจัดการเรื่องเพศให้เหมาะกับขนาดการปลูก
| ขนาด | ชนิดเมล็ด | วิธีตรวจเพศ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ปลูกส่วนตัว (1–10 ต้น) | เฟมิไนซ์ | ดูดอกแรก | ตรวจทุกวันในสัปดาห์แรกของการออกดอก |
| ขนาดกลาง (10–50 ต้น) | เฟมิไนซ์ + เมล็ดปกติ (regular seed) | ตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการ + ดูดอกแรก | ใช้การตรวจในห้องปฏิบัติการกับเมล็ดปกติ |
| เชิงพาณิชย์ (50 ต้นขึ้นไป) | เฟมิไนซ์ (ทำด้วย STS) | ต้องตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการ | ต้นตัวผู้ต้นเดียวอาจทำให้เสียทั้งรอบปลูก |
| ปรับปรุงพันธุ์ | เมล็ดปกติ | ตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการ + ฟีโนไทป์ (ลักษณะที่มองเห็นได้ของต้น) | ถ้าปลูกกลางแจ้ง ให้ต้นตัวผู้อยู่ห่างจากต้นเพศเมียที่กำลังออกดอกมาก ๆ |
หมายเหตุผู้แปล: ยังไม่มีระยะห่างที่ปลอดภัยค่าเดียวที่ทุกฝ่ายยอมรับสำหรับต้นตัวผู้กลางแจ้ง กฎการรับรองเมล็ดพันธุ์กัญชงกำหนดระยะแยกปลูกตั้งแต่ไม่กี่เมตรจนถึงมากกว่า 1,500 เมตร ขึ้นอยู่กับประเทศและชั้นของเมล็ดพันธุ์ ละอองเกสรปลิวไปตามลม ต้นตัวผู้ในฟาร์มใกล้เคียงจึงผสมเกสรต้นของคุณได้ด้วย ถ้าปลูกในร่ม ให้แยกต้นตัวผู้ไว้คนละห้องที่มีระบบหมุนเวียนอากาศแยกกัน และเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดินจากห้องต้นตัวผู้เข้าห้องออกดอก
เช็กลิสต์ป้องกันกะเทย
- ✓ ตรวจแสงรั่วก่อนเริ่มทุกรอบปลูก ปิดห้องให้สนิท ปิดไฟ แล้วยืนอยู่ข้างในสักครู่ มองหาจุดที่มีแสงลอดเข้ามา อุดทุกจุดที่พบ เพราะแสงรั่วคือสาเหตุหลักของกะเทยจากความเครียด
- ✓ คุมอุณหภูมิช่วงออกดอกที่ 20–26 °C สูงสุดไม่เกิน 28 °C ห้องจะอยู่ห่างจากเขตเครียดที่ 30 °C พอสมควร
- ✓ รักษา pH ให้นิ่ง: แกว่งไม่เกิน ±0.3 ในระบบไฮโดรโปนิกส์ และไม่เกิน ±0.5 ในดิน ช่วงนี้แคบกว่าการแกว่ง ±1.0 ที่กระตุ้นให้เกิดกะเทยมาก
- ✓ เก็บเกี่ยวให้ตรงเวลา ช่อดอกที่ปล่อยไว้นานเกินจะแตกนานเนอร์
- ✓ เลือกสายพันธุ์ที่นิ่ง สายพันธุ์ที่นิ่งเกิดกะเทยจากพันธุกรรมน้อยกว่า
- ✓ ตรวจทุกวันใน 2 สัปดาห์แรกของการออกดอก จะเจอดอกตัวผู้ก่อนที่ดอกจะบาน ข้อนี้ขยายการตรวจทุกวันในสัปดาห์แรกตามตารางข้างบนให้ยาวขึ้น
6. งานวิจัยที่น่าติดตาม ปี 2567–2569
- การแก้ไขยีน Monoecy1 ด้วย CRISPR-Cas9 เพื่อสร้างสายพันธุ์ที่ไม่เป็นกะเทย CRISPR-Cas9 เป็นเครื่องมือแก้ไขยีนที่ตัด DNA ตรงตำแหน่งที่เลือกไว้ สิ่งที่ผู้ปลูกหวังคือสายพันธุ์ที่ไม่เป็นกะเทย แต่ตามหัวข้อที่ 1 ยีนหลักยังไม่ได้รับการยืนยัน เรื่องนี้จึงยังเป็นแค่ทิศทางการวิจัย ยังไม่พบงานวิจัยที่ตีพิมพ์ว่ามีการแก้ไขยีนเหล่านี้ในกัญชา และยังไม่มีอะไรให้ซื้อ ระหว่างนี้ให้เลือกสายพันธุ์ที่นิ่งต่อไป
- เครื่องหมายอีพิเจเนติกส์สำหรับทำนาย “แนวโน้มการเป็นกะเทย” เครื่องหมายอีพิเจเนติกส์คือป้ายเคมีที่ติดอยู่บน DNA ป้ายเหล่านี้เปลี่ยนวิธีที่ยีนถูกใช้งานโดยไม่เปลี่ยนรหัส DNA การตรวจที่อาศัยป้ายเหล่านี้อาจชี้ได้ว่าต้นไหนมีแนวโน้มเป็นกะเทย ก่อนที่คุณจะลงแรงลงเวลากับต้นนั้น ยังไม่พบการตรวจแบบนี้วางขาย และงานวิจัยเรื่องเมทิลเลชันของ DNA กับการเกิดกะเทยยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น บันทึกการเกิดกะเทยของคุณจะช่วยให้ประเมินการตรวจแบบนี้ได้ ถ้าวันหนึ่งมีให้ใช้
- การตรวจ DNA ภาคสนาม (LAMP assay) รู้ผลในราว 30 นาที ใช้อุปกรณ์น้อย LAMP (loop-mediated isothermal amplification) เพิ่มจำนวน DNA ที่อุณหภูมิคงที่ค่าเดียว จึงไม่ต้องใช้เครื่องมือห้องปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ในงานวิจัยหนึ่ง การตรวจ LAMP หาเครื่องหมายเพศผู้แสดงผลได้หลัง 30 นาทีที่ 65 °C แต่ทดลองกับตัวอย่างเพียงไม่กี่ตัวอย่าง และยังต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง (validation) เพิ่มเติม (Torres et al., 2022) ผู้แปลยังยืนยันไม่ได้ว่ามีบริการตรวจเพศกัญชาด้วย LAMP ในไทย ถ้าจะเริ่ม ให้ถามห้องปฏิบัติการที่คุณใช้อยู่ แล้วลองตรวจต้นล็อตเล็ก ๆ ทั้งสองวิธีเทียบกับการตรวจมาตรฐานในห้องปฏิบัติการก่อนจะเชื่อผล
- ปัญญาประดิษฐ์ที่ดูดอกแรกจากภาพถ่าย ยังไม่พบงานวิจัยที่ตีพิมพ์ความแม่นยำไว้ ให้ใช้เป็นความเห็นที่สอง แล้วยืนยันเพศด้วยตาหรือด้วยการตรวจ
หมายเหตุด้านกฎหมายไทย
บทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและวิทยาศาสตร์เท่านั้น ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และจ่ายได้ไม่เกินปริมาณสำหรับใช้ 30 วัน ห้ามโฆษณาและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์
ต่อมาในปี 2569 มีกฎกระทรวง 2 ฉบับ พ.ศ. 2569 ออกตามมา กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 และทำให้เกณฑ์การออกใบอนุญาตช่อดอกกัญชาเข้มงวดขึ้น ส่วนกฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569
การขาย การแปรรูป และการส่งออกช่อดอกกัญชาเชิงพาณิชย์ต้องมีใบอนุญาต แบบ ภ.ท.33 เป็นแบบฟอร์มใบสั่งจ่ายสำหรับจ่ายช่อดอก ไม่ใช่ใบอนุญาตเพาะปลูก ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติฉบับ พ.ศ. 2542 การขายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่อนุญาตให้ขายช่อดอกสำหรับการใช้เพื่อสันทนาการ
ร่วมแบ่งปันกรณีของคุณ
ถ้าคุณเคยเจอต้นกะเทย โพสต์เล่าไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย ระบุสายพันธุ์ ชนิดเมล็ด สัปดาห์ของการออกดอก และสภาพห้อง ภาพถ่ายนานเนอร์หรือดอกแรกจะช่วยให้ผู้ปลูกคนอื่นหัดสังเกตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
เอกสารอ้างอิง
- Prentout, D. et al. (2020). An efficient RNA-seq-based segregation analysis identifies the sex chromosomes of Cannabis sativa. Genome Research, 30(2), 164–172. doi:10.1101/gr.251207.119
- Prentout, D. et al. (2021). Plant genera Cannabis and Humulus share the same pair of well-differentiated sex chromosomes. New Phytologist, 231(4), 1599–1611.
- Toth, J.A. et al. (2020). Development and validation of genetic markers for sex and cannabinoid chemotype in Cannabis sativa L. GCB Bioenergy, 12(3), 213–222. doi:10.1111/gcbb.12667
- Mohan Ram, H.Y. & Sett, R. (1982). Induction of fertile male flowers in genetically female Cannabis sativa plants by silver nitrate and silver thiosulphate anionic complex. Theoretical and Applied Genetics, 62, 369–375. doi:10.1007/BF00275107
- Divashuk, M.G. et al. (2014). Molecular cytogenetic characterization of the dioecious Cannabis sativa with an XY chromosome sex determination system. PLoS ONE, 9(1), e85118.
- Mandolino, G. et al. (1999). Identification of DNA markers linked to the male sex in dioecious hemp (Cannabis sativa L.). Theoretical and Applied Genetics, 98, 86–92. doi:10.1007/s001220051043
- Toscani, M., Malik, A., Riera-Begue, A., Dowling, C., Rougemont, Q., Rodríguez de la Vega, R.C., Giraud, T., Schilling, S. & Melzer, R. (2026). Three closely linked X-chromosomal genes potentially control sex determination in Cannabis sativa. New Phytologist. doi:10.1111/nph.71185 (preprint กรกฎาคม 2025)
- Feder, C.L. et al. (2021). Fertilization following pollination predominantly decreases phytocannabinoids accumulation and alters the accumulation of terpenoids in Cannabis inflorescences. Frontiers in Plant Science, 12, 753847. doi:10.3389/fpls.2021.753847
- Torres, A. et al. (2022). High-throughput methods to identify male Cannabis sativa using various genotyping methods. Journal of Cannabis Research, 4, 57.
- Punja, Z.K. & Holmes, J.E. (2020). Hermaphroditism in marijuana (Cannabis sativa L.) inflorescences – impact on floral morphology, seed formation, progeny sex ratios, and genetic variation. Frontiers in Plant Science, 11, 718. doi:10.3389/fpls.2020.00718
อ่านเพิ่มเติมบน Asiannabis
- สามารถปรับสัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียตั้งแต่เมล็ดได้หรือไม่ สภาพแวดล้อมทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้
- โรเดลไลเซชัน (AFT): การผลิตเมล็ดเฟมิไนซ์ด้วยการเก็บเกี่ยวล่าช้า โดยไม่ใช้สารเคมี
- วิธีตรวจสอบผู้ขายเมล็ดพันธุ์ในไทย: คำกล่าวอ้างเรื่องการทำให้เป็นเพศเมีย ชื่อสายพันธุ์ที่ลอกเลียน และอายุของสต็อก
- การซื้อเมล็ดพันธุ์กัญชาในประเทศไทยปี 2026: อะไรถูกกฎหมายจริง และอะไรคือการตลาด