ผลของระบบไฮโดรโปนิกส์ขึ้นอยู่กับวิธีดูแลระบบ ตอนนี้ว่าด้วยเรื่องเหล่านี้:
- ความเข้มข้นของธาตุอาหารในแต่ละระยะการเติบโต
- ค่า pH และการดูแลถังสารละลาย
- โรครากเน่าและอุณหภูมิน้ำ
- เครื่องทำความเย็นน้ำและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
เนื้อหาใช้ได้กับระบบแช่รากในน้ำลึก (DWC) ซึ่งรากห้อยอยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่มีการเติมอากาศ รวมถึง DWC แบบหมุนเวียน (RDWC) ระบบฟิล์มสารละลาย (nutrient film) ระบบน้ำขึ้น-น้ำลง (Ebb and Flow) ระบบน้ำหยด และระบบแอโรโปนิกส์
หมายเหตุผู้แปล: ค่าเป้าหมายในบทความต้นฉบับมาจากประเทศที่อากาศเย็นกว่าไทย ในไทยอากาศในห้องมักอยู่ที่ 30–35 °C ค่าไหนที่ทำไม่ได้ถ้าไม่มีระบบทำความเย็น บทความนี้จะบอกไว้ และให้ทางเลือกที่ทำได้จริง ราคาในต้นฉบับเป็นราคาในสหรัฐฯ อุปกรณ์นำเข้าที่ขายในไทยจะมีราคาต่างไปจากนี้
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1031
1. การให้ธาตุอาหารตามระยะการเติบโต
คุณคุมความเข้มข้นของธาตุอาหารด้วย EC (ค่าการนำไฟฟ้า) ค่านี้บอกว่ามีปุ๋ยละลายอยู่ในสารละลายมากแค่ไหน หน่วยที่ใช้คือ mS/cm มิเตอร์หลายรุ่นแสดงเป็น ppm แทน โดยแปลงจาก EC ด้วยสเกลใดสเกลหนึ่งจาก 2 สเกล
ที่ 1.0 mS/cm สารละลายเดียวกันจะอ่านได้ 500 ppm ในสเกลหนึ่ง และ 700 ppm ในอีกสเกลหนึ่ง ก่อนทำตามตัวเลข ppm ใด ๆ ให้ดูก่อนว่ามิเตอร์ของคุณใช้สเกลไหน
| ระยะการเติบโต | EC (mS/cm) | ppm (สเกล 500) | ppm (สเกล 700) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ต้นกล้า | 0.4–0.5 | 200–250 | 280–350 | ให้ธาตุอาหารแบบเจือจางมาก |
| ช่วงต้นของระยะทำใบ | 1.1–1.4 | 550–700 | 770–980 | เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ |
| ช่วงปลายของระยะทำใบ | 1.2–1.5 | 600–750 | 840–1,050 | ความเข้มข้นเต็มที่ของระยะทำใบ |
| ช่วงต้นของระยะทำดอก (สัปดาห์ที่ 1–3) | 1.1–1.4 | 550–700 | 770–980 | สูตรช่วงเปลี่ยนผ่าน |
| ช่วงกลางถึงปลายของระยะทำดอก (สัปดาห์ที่ 4–7) | 1.3–1.6 | 650–800 | 910–1,120 | ช่วงที่ให้ธาตุอาหารเข้มข้นที่สุด |
| ช่วงดอกสุก (สัปดาห์ที่ 8–9) | 0.8–1.1 | 400–550 | 560–770 | ค่อย ๆ ลดลง |
| ฟลัช | 0.0–0.2 | 0–100 | 0–140 | น้ำเปล่า หรือสารละลายเจือจางมาก |
การฟลัชคือการให้น้ำเปล่าหรือสารละลายที่เจือจางมากในช่วงท้ายของรอบปลูก การฟลัชช่วยอะไรได้และช่วยอะไรไม่ได้ อ่านได้ในหัวข้อในฟอรัมเรื่องการฟลัชก่อนเก็บเกี่ยว
ช่วงค่า EC ตามแต่ละยี่ห้อ
บทความต้นฉบับนำช่วงค่าเหล่านี้มาจากตารางการให้ปุ๋ยอย่างเป็นทางการของแต่ละยี่ห้อ (พ.ศ. 2568–2569) การที่ยี่ห้อใดอยู่ในตารางนี้ไม่ได้แปลว่าเราแนะนำยี่ห้อนั้น ก่อนผสมทุกครั้ง ให้เช็กตารางฉบับล่าสุดของยี่ห้อนั้นก่อน
| ยี่ห้อ / ไลน์ผลิตภัณฑ์ | EC ระยะทำใบ | EC ระยะทำดอก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| General Hydroponics Flora Series (3 ส่วน) | 1.0–1.4 | 1.2–1.6 | — |
| Advanced Nutrients pH Perfect (3 ส่วน) | 1.1–1.4 | 1.3–1.6 | ผู้ผลิตระบุว่าช่วยคุม pH ให้อยู่ในช่วง 5.5–6.3 โดยอัตโนมัติ |
| CANNA Aqua / Coco | 1.1–1.4 | 1.2–1.5 | มีสูตรแยกสำหรับแต่ละระบบการปลูก |
| Athena Pro (Grow/Bloom/Core) | 1.2–1.5 | 1.3–1.6 | — |
| Jack’s 321 | 1.0–1.3 | 1.2–1.5 | — |
หมายเหตุผู้แปล: ฟอรัมนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าไลน์ผลิตภัณฑ์ใดในตารางขึ้นทะเบียนและวางขายในไทยแล้ว ก่อนซื้อ ให้ตรวจเลขทะเบียนไทยบนฉลากตามวิธีในหัวข้อเรื่องการตรวจสอบว่าปุ๋ยถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่ และสอบถามผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย คุณยังถามประสบการณ์จากผู้ปลูกคนอื่นได้ในหมวดธาตุอาหารทั่วไป (General Nutrients)
pH
ระบบไฮโดรโปนิกส์ทุกแบบทำงานได้ในช่วง pH 5.5–6.5 ธาตุอาหารส่วนใหญ่ถูกดูดซึมได้ดีที่สุดที่ pH 5.8–6.0 ถ้า pH ขยับขึ้นลงเองภายในช่วง 5.5–6.5 ก็ปล่อยไว้ได้ ให้ปรับก็ต่อเมื่อค่าหลุดออกนอกช่วงนี้
สิ่งที่ควรทำ: วัดและจดค่า EC และ pH ของถังสารละลายทุกวัน บันทึกนี้จะบอกว่าสารละลายของคุณเปลี่ยนค่าเร็วแค่ไหน คุณจะรู้ว่าต้องปรับค่าบ่อยเท่าไร และควรเปลี่ยนน้ำเมื่อไร
2. การดูแลถังสารละลาย
| หัวข้อ | คำแนะนำ |
|---|---|
| การเปลี่ยนน้ำ | ทุก 7–14 วัน |
| EC ของน้ำต้นทาง | ต่ำกว่า 0.3 mS/cm ถ้าเลือกได้ให้ใช้น้ำรีเวิร์สออสโมซิส (RO) |
| ปริมาตรสารละลายต่อต้น | อย่างน้อย 30–38 ลิตร (8–10 แกลลอนสหรัฐ) |
| อุณหภูมิน้ำ | 18–22 °C |
| การเติมอากาศ | ต่อเนื่องตลอดเวลา ห้ามปิดปั๊มลมเด็ดขาด |
| แสง | ถังต้องทึบแสงทั้งหมด ไม่มีแสงรั่วเข้าถัง |
| น้ำที่เติมเพิ่ม | น้ำเปล่าที่ปรับ pH แล้ว ไม่ผสมปุ๋ย |
น้ำรีเวิร์สออสโมซิสคือน้ำที่ผ่านแผ่นกรองละเอียดมาก จนแร่ธาตุที่ละลายอยู่ถูกกรองออกไปเกือบหมด ตัวเลข 30–38 ลิตรต่อต้นมากกว่าถังขนาดขั้นต่ำ 19 ลิตรของระบบ DWC เหตุผลคือ ยิ่งมีน้ำต่อต้นมาก อุณหภูมิและ pH ก็ยิ่งเปลี่ยนช้า
หมายเหตุผู้แปล: ก่อนเริ่ม ให้วัด EC ของน้ำประปาหรือน้ำบาดาลที่คุณใช้ ถ้าเกิน 0.3 mS/cm ให้ใช้เครื่องกรอง RO หรือหาแหล่งน้ำอื่น เวลาไฟดับ ปั๊มลมต้องยังทำงานอยู่ ให้ต่อปั๊มลมเข้ากับ UPS (เครื่องสำรองไฟ คือแบตเตอรี่ที่จ่ายไฟต่อให้ตอนไฟดับ) ใช้ถังทึบแสงและวางให้พ้นแดด แสงทำให้ตะไคร่น้ำโตในสารละลาย ส่วนแดดทำให้น้ำร้อนขึ้น
สิ่งที่ควรทำ: วางถังสารละลายไว้ตรงจุดที่เย็นที่สุดในห้อง แล้วห่อหรือปิดถังไม่ให้แสงเข้าได้เลย น้ำจะร้อนช้าลงและตะไคร่โตช้าลง ทั้งสองเรื่องนี้เป็นสาเหตุของโรครากเน่าในหัวข้อถัดไป
3. โรครากเน่า
โรครากเน่า เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการปลูกกัญชาแบบไฮโดรโปนิกส์
สาเหตุ: น้ำอุ่นเกินไป ออกซิเจนละลายในน้ำต่ำ และแสงรั่วเข้าถัง (แสงทำให้ตะไคร่โตในสารละลาย) เศษซากพืชที่ตกค้างในน้ำและอุปกรณ์ที่ไม่สะอาดก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน
อาการ: รากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เป็นเมือก และมีกลิ่นเหม็น ต้นมีอาการเหี่ยวทั้งที่รากยังแช่น้ำอยู่ และโตช้าลง
การรักษา:
- ตัดรากที่ตายแล้วออก
- ใส่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ครั้งเดียวเพื่อฆ่าเชื้อแบบช็อก: H2O2 ความเข้มข้น 3% จำนวน 3 มล. ต่อ 1 แกลลอนสหรัฐ (ประมาณ 0.8 มล. ต่อลิตร)
- ลดอุณหภูมิน้ำลงมาที่ 18–20 °C
- เพิ่มการเติมอากาศ
- เปลี่ยนสารละลายใหม่ทั้งถัง
- หลังเปลี่ยนน้ำ ให้เติม Hydroguard ตามอัตราบนฉลาก เพื่อกันไม่ให้โรคกลับมา
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ได้ (ดูหัวข้อที่ 6) จึงไม่ควรมี H2O2 และ Hydroguard อยู่ในน้ำพร้อมกัน แต่ละแหล่งข้อมูลบอกไม่ตรงกันว่า H2O2 ออกฤทธิ์ในถังได้นานเท่าไร ดังนั้นให้เติม Hydroguard ลงในสารละลายใหม่หลังเปลี่ยนน้ำทั้งถังแล้วเท่านั้น (ขั้นที่ 6)
ผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่ใช้ป้องกันหรือรักษาโรคราก ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และต้องใช้ตามที่ฉลากระบุ วิธีตรวจสอบอธิบายไว้ในหัวข้อเรื่องสารที่พ่นบนกัญชาได้ตามกฎหมาย
สิ่งที่ควรทำ: ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ ให้ยกต้นขึ้นมา 1 ต้นแล้วดูและดมราก รากที่แข็งแรงจะขาว แน่น และไม่มีกลิ่น ทำแบบนี้แล้วคุณจะเจอรากเน่าตั้งแต่ยังแก้ได้ด้วยขั้นที่ 1 ไม่ต้องรอจนต้นเหี่ยว
4. อุณหภูมิน้ำ
| อุณหภูมิน้ำ | ระดับความเสี่ยง | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| 18–22 °C | ปลอดภัย | ออกซิเจนละลายในน้ำดีที่สุด รากแข็งแรง |
| 22–24 °C | ต้องระวัง | ออกซิเจนละลายในน้ำเริ่มลดลง ต้องเฝ้าดูใกล้ชิด |
| 24–28 °C | เสี่ยงสูง | ถ้าไม่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มีโอกาสเกิดรากเน่าสูง |
| สูงกว่า 30 °C | วิกฤต | เกือบแน่นอนว่าจะเกิดรากเน่า |
| ต่ำกว่า 15 °C | มีความเสี่ยง | ธาตุอาหารถูกล็อก รากทำงานช้าลง |
หมายเหตุผู้แปล: ถังสารละลายที่ไม่มีระบบทำความเย็นในห้องที่ร้อน 30–35 °C แบบที่พบทั่วไปในไทย จะอยู่ในระดับ “วิกฤต” ทางเลือกหลักมี 5 ทาง:
- ทำความเย็นทั้งห้องด้วยเครื่องปรับอากาศ
- ทำความเย็นสารละลายด้วยเครื่องทำความเย็นน้ำ (ดูหัวข้อที่ 5)
- บังแดดและหุ้มฉนวนให้ถัง และเพิ่มปริมาณน้ำต่อต้น
- เปลี่ยนมาใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ แต่วิธีนี้ขยับขีดปลอดภัยได้แค่จาก 22 เป็น 24 °C
- ย้ายไปใช้ระบบน้ำหยดในวัสดุปลูก ซึ่งรากไม่ได้ห้อยแช่อยู่ในสารละลาย
ทางเลือกเหล่านี้มีการเปรียบเทียบไว้ในหัวข้อเรื่องการปลูกไฮโดรโปนิกส์ที่อุณหภูมิถังสารละลาย 31 °C
สิ่งที่ควรทำ: ใส่เทอร์โมมิเตอร์กันน้ำแบบบันทึกค่าสูงสุด–ต่ำสุดไว้ในถัง แล้วจดค่าทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ค่าสูงสุดจะบอกว่าถังของคุณอยู่ในระดับความเสี่ยงไหนจริง ๆ และต้องมีระบบทำความเย็นหรือไม่
5. การเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นน้ำ
เครื่องทำความเย็นน้ำ (ชิลเลอร์) คือเครื่องทำความเย็นที่ใช้ลดอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหาร ตารางเลือกขนาดในบทความต้นฉบับมาจาก Active Aqua ซึ่งเป็นยี่ห้ออุปกรณ์ที่ Hydrofarm จัดจำหน่าย
บทความต้นฉบับตั้งชื่อคอลัมน์กำลังว่า “BTU” แต่ตัวเลขในคอลัมน์เป็นแรงม้า (HP) ในที่นี้จึงแก้ชื่อคอลัมน์ให้ถูก ชื่อรุ่น ความสามารถในการทำความเย็น และปริมาตรถังด้านล่าง มาจากข้อมูลสินค้าฉบับปัจจุบันของ Hydrofarm สำหรับเครื่องทำความเย็นน้ำรุ่น Active Aqua Power Boost
| รุ่น (Active Aqua) | กำลัง (HP) | ความสามารถในการทำความเย็น (BTU/h) | ปริมาตรถังที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| AACH10HP | 1/10 HP | 1,020 | 38–151 ลิตร (10–40 แกลลอนสหรัฐ) |
| AACH25HP | 1/4 HP | 3,010 | 151–348 ลิตร (40–92 แกลลอนสหรัฐ) |
| AACH50HP | 1/2 HP | 4,020 | 341–651 ลิตร (90–172 แกลลอนสหรัฐ) |
| AACH100HP | 1 HP | 10,050 | 300–950 ลิตร (80–250 แกลลอนสหรัฐ) |
อุณหภูมิอากาศรอบตัวเครื่องสำคัญพอ ๆ กับปริมาตรน้ำ ประสิทธิภาพตามสเปกวัดที่อุณหภูมิห้องค่าหนึ่งที่ผู้ผลิตกำหนด และระบุไว้ในคู่มือ เครื่องจะดึงความร้อนออกจากน้ำแล้วปล่อยออกสู่อากาศรอบตัวเครื่อง ถ้าอากาศรอบเครื่องร้อนกว่านั้น เครื่องจะทำให้น้ำเย็นได้น้อยกว่าที่สเปกบอก
หมายเหตุผู้แปล: ห้องในไทยที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศมักร้อน 30–35 °C ซึ่งอาจเท่ากับหรือสูงกว่าอุณหภูมิห้องที่ผู้ผลิตใช้วัดสเปก จึงควรเช็กตัวเลขนี้ในคู่มือ วางเครื่องในจุดที่ลมร้อนจากเครื่องระบายออกนอกห้องปลูกได้ และอากาศที่เครื่องดูดเข้ามาไม่ร้อนเกินสเปก ถ้าไม่ทำแบบนี้ เครื่องปรับอากาศของห้องจะต้องรับภาระดึงความร้อนจากเครื่องทำความเย็นน้ำออกไปด้วย ให้ถามผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยว่ารุ่นไหนรองรับอุณหภูมิห้องจริงของคุณ และอย่าลืมรวมค่าไฟของเครื่องไว้ในงบด้วย
สิ่งที่ควรทำ: ในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม) ให้วัดอุณหภูมิอากาศตรงจุดที่จะวางเครื่อง แล้วเลือกรุ่นจากค่าที่วัดได้นั้น ไม่ใช่จากอุณหภูมิเฉลี่ยของห้อง
6. จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
ถังสารละลายแบบ “มีชีวิต” ใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์แทนสารฆ่าเชื้อ จุลินทรีย์เหล่านี้จะเกาะคลุมผิวราก และใช้พื้นที่กับอาหารที่เชื้อก่อโรคต้องการจนหมด กลไกนี้เรียกว่าการแย่งพื้นที่และอาหาร (competitive exclusion) ผลิตภัณฑ์ด้านล่างเป็นรายการที่บทความต้นฉบับกล่าวถึง
| ผลิตภัณฑ์ | จุลินทรีย์หลัก | ช่วงเวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| Hydroguard | Bacillus amyloliquefaciens (แบคทีเรียที่มีประโยชน์) | ทุกครั้งที่เติมสารละลายใหม่ลงถัง |
| Great White | ไมคอร์ไรซา (เชื้อราที่อยู่ร่วมกับรากแบบพึ่งพากัน), Trichoderma (เชื้อราที่มีประโยชน์) และแบคทีเรีย | ตอนย้ายปลูก จากนั้นทุกสัปดาห์ |
| Mammoth P | แบคทีเรียที่ช่วยหมุนเวียนฟอสฟอรัส | ระยะทำดอก |
| Recharge | ไมคอร์ไรซา, Trichoderma และสาหร่ายเคลป์ (สาหร่ายทะเล) | ราดทุกสัปดาห์ (เทลงบริเวณราก) |
ถังแบบปลอดเชื้อหรือถังแบบมีชีวิต
| คุณสมบัติ | ถังแบบปลอดเชื้อ | ถังแบบมีชีวิต |
|---|---|---|
| สารฆ่าเชื้อที่ใช้ | H2O2, UC Roots, คลอรีน | ไม่ใช้ |
| จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่ใช้ | ไม่ใช้ | Hydroguard, Great White และผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน |
| ขีดจำกัดอุณหภูมิน้ำ | ต้องต่ำกว่า 22 °C | รับได้ถึง 24 °C |
| วิธีปกป้องราก | ทางเคมี ฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมด | ทางชีวภาพ จุลินทรีย์ดีเบียดเชื้อก่อโรคออกไป |
| การดูแล | เติมสารฆ่าเชื้อเป็นประจำ | เติมจุลินทรีย์ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำ |
| ต้นทุน | ต่ำ | ปานกลาง |
| ความยุ่งยาก | ง่าย | ปานกลาง |
กฎ: ห้ามใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ร่วมกับสารฆ่าเชื้อเด็ดขาด H2O2 คลอรีน และสารออกซิไดซ์อื่น ๆ ฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ได้ทันทีที่สัมผัส UC Roots ซึ่งบทความต้นฉบับจัดเป็นสารฆ่าเชื้อ ก็ให้ถือแบบเดียวกัน เลือกมาวิธีเดียวแล้วใช้วิธีนั้นตลอด
หมายเหตุผู้แปล: ฟอรัมนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่า Hydroguard, Great White, Mammoth P, Recharge หรือ UC Roots ขึ้นทะเบียนและวางขายในไทยแล้วหรือยัง ถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนกับโรคราก ต้องเป็นตัวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วเท่านั้น และต้องใช้ตามฉลาก
ขีดจำกัดอุณหภูมิทั้งสองค่า คือ 22 °C และ 24 °C ต่ำกว่าอุณหภูมิห้องปกติในไทย ถังแบบมีชีวิตทนร้อนได้เพิ่มอีก 2 °C แต่คุณยังต้องมีระบบทำความเย็นอยู่ดี ถ้าหาผลิตภัณฑ์ไม่ได้ ให้ถามผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย หรือถามผู้ปลูกคนอื่นในหมวดการปลูกในร่ม (Indoor Growing)
สิ่งที่ควรทำ: เลือกว่าจะใช้ถังแบบปลอดเชื้อหรือแบบมีชีวิต แล้วเขียนไว้บนฝาถัง ใครที่มาเติมน้ำหรือใส่สารลงถังจะรู้ว่าห้ามใช้สองวิธีปนกัน และจะไม่เผลอฆ่าจุลินทรีย์
หมายเหตุทางกฎหมายของไทย
บทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568
ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และใบสั่งจ่ายครอบคลุมได้ไม่เกิน 30 วัน ห้ามโฆษณาและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์
ต่อมามีกฎกระทรวง 2 ฉบับ พ.ศ. 2569 ออกตามมา กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ใบอนุญาตสำหรับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ออกให้เฉพาะ 3 กลุ่มต่อไปนี้:
- นิติบุคคลไทยที่ไม่เป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- หน่วยงานของรัฐ
- สภากาชาดไทย
กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดเกณฑ์การออกใบอนุญาตสำหรับช่อดอกกัญชาให้เข้มงวดขึ้น
การขาย แปรรูป หรือส่งออกช่อดอกกัญชาต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542)
หัวข้อเรื่อง GACP อธิบายมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร (GACP) และบันทึกที่ต้องทำในการเพาะปลูก ส่วนแบบ ภ.ท.33 เป็นแบบใบสั่งจ่ายสำหรับจ่ายช่อดอก ไม่ใช่ใบอนุญาตเพาะปลูก
ผู้ปลูกต้องทำตามกฎที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเรื่องจำนวนต้น ขีดจำกัด THC การจดบันทึก และการรายงาน ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างนี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรแล้ว
ใช้สารกำจัดศัตรูพืชเฉพาะตัวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้ว และใช้ตามฉลาก ฟอรัมนี้ไม่สนับสนุนและไม่ช่วยเหลือกิจกรรมใดที่ผิดกฎหมายของประเทศไทยหรือประเทศอื่น
เอกสารอ้างอิง
- Resh, H.M. (2022). Hydroponic Food Production (8th ed.). CRC Press.
- Langenfeld, N.J., Pinto, D.F., Faust, J.E., Heins, R., & Bugbee, B. (2022). “Principles of Nutrient and Water Management for Indoor Agriculture.” Sustainability, 14(16), 10204.
- Active Aqua / Hydrofarm (2025). Equipment Specifications & Sizing Guides.
- General Hydroponics / Advanced Nutrients / CANNA — Official Feed Charts (2025–2026).
โพสต์อุณหภูมิถังสารละลาย บันทึกค่า EC หรือปัญหารากเน่าจากห้องปลูกในไทยของคุณไว้ใต้หัวข้อนี้ ผู้ปลูกคนอื่นจะได้นำไปเทียบกับตัวเลขของตัวเอง