วงจรชีวิตกัญชาตั้งแต่เมล็ดจนถึงการเก็บเกี่ยว: การออกดอก การเก็บเกี่ยว การตากแห้ง และการบ่ม (ตอนที่ 2 จาก 2)

ระยะออกดอกเป็นช่วงที่ตัดสินคุณภาพและปริมาณผลผลิตสุดท้าย ในระยะนี้ต้นกัญชาจะหยุดใช้พลังงานสร้างกิ่งและใบใหม่ แล้วหันไปสร้างดอกแทน ดอกจะสร้างแคนนาบินอยด์และเทอร์ปีน (สารที่ให้กลิ่น) ในช่วงนี้ ระยะออกดอกกินเวลา 7–12 สัปดาห์ แล้วแต่สายพันธุ์ หลังเก็บเกี่ยว การตากแห้งและการบ่มจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะรักษาคุณภาพนั้นไว้ได้มากแค่ไหน

ตอนนี้อธิบายว่าต้นเริ่มออกดอกอย่างไร การออกดอกในแต่ละสัปดาห์ และการดูไทรโคมเพื่อกำหนดวันเก็บเกี่ยว จากนั้นจะไล่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว การตากแห้ง และการบ่ม ท้ายบทมีตารางข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตั้งแต่ระยะออกดอกจนถึงการเก็บรักษา ตารางแสงในบทความนี้เขียนแบบ ชั่วโมงสว่าง / ชั่วโมงมืด เช่น 12/12 หมายถึงเปิดไฟ 12 ชั่วโมงและปิดไฟ 12 ชั่วโมง

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/389

ต้นกัญชาเริ่มออกดอกอย่างไร

พืชโฟโตพีเรียด จะเริ่มออกดอกเมื่อกลางคืนยาวพอ ใบรับรู้แสงผ่านรงควัตถุที่เรียกว่าไฟโตโครม (phytochrome) ซึ่งมีอยู่สองรูปแบบ แสงจะเปลี่ยนรูปแบบ Pr ให้เป็น Pfr ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดูดกลืนแสงแดงไกล (far-red) พอถึงช่วงมืด Pfr จะค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็น Pr

ตามบทความต้นฉบับ ต้นจะเริ่มออกดอกเมื่อช่วงมืดแต่ละรอบยาวพอและไม่ถูกแสงขัดจังหวะ ผู้ปลูกในร่มจึงใช้ช่วงมืด 12 ชั่วโมง ซึ่งนานพอให้ Pfr เปลี่ยนกลับเป็น Pr ในปริมาณที่ต้องการ จากนั้นใบจะปล่อยฟลอริเจน (florigen) ออกมา ฟลอริเจนเป็นสัญญาณการออกดอกที่เคลื่อนไปยังปลายยอดและกระตุ้นให้เริ่มสร้างดอก

แสงใดๆ ที่เข้ามาในช่วงมืด (แสงรั่ว) อาจทำให้กระบวนการนี้ต้องเริ่มนับใหม่ ต้นจะเครียดและอาจกลายเป็นต้นกะเทย (hermaphrodite) คือสร้างดอกเพศผู้ขึ้นมาด้วยนอกเหนือจากดอกเพศเมีย (ดูเพศของต้นกัญชา)

ออโต้ฟลาวเวอร์ มียีนจาก Cannabis ruderalis ที่สั่งให้ต้นออกดอกตามอายุ ต้นจึงไม่ต้องพึ่งความยาวของวัน ดูคู่มือกัญชาออโต้ฟลาวเวอร์

หมายเหตุผู้แปล: ในไทยกลางคืนยาวเกือบ 12 ชั่วโมงตลอดทั้งปี พืชโฟโตพีเรียดที่ปลูกกลางแจ้งที่นี่จึงอาจออกดอกเร็ว บางครั้งออกดอกทั้งที่ต้นยังโตได้ไม่มาก ดูทำไมพืชโฟโตพีเรียดจึงออกดอกเมื่ออายุหกสัปดาห์ในภาคใต้ของไทย และช่วงแสงสำหรับการออกดอกที่ละติจูดของไทย ส่วนการปลูกในร่ม ไฟดับจะทำให้เกิดปัญหาอีกแบบหนึ่ง ไทเมอร์แบบกลไกจะหยุดเดินตอนไฟดับ เวลาบนไทเมอร์จึงช้ากว่าเวลาจริงหลังไฟกลับมา ไฟปลูกอาจเปิดขึ้นกลางช่วงมืดได้ หลังไฟดับทุกครั้งให้ตั้งไทเมอร์ให้ตรงกับเวลาจริงใหม่

การออกดอกในแต่ละสัปดาห์

ระยะ ช่วงเวลา สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำ
ช่วงยืดต้น (stretch) สัปดาห์ที่ 1–3 ต้นสูงขึ้น 50–100% ระยะห่างระหว่างข้อยาวขึ้น เริ่มเห็นดอกแรกเริ่ม (pre-flower) เพิ่มฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ค่อยๆ ลดไนโตรเจนทีละขั้น ยกไฟให้สูงขึ้น
ระยะสร้างดอก สัปดาห์ที่ 3–6 ดอกก่อตัวและพองโตขึ้น ไทรโคมเริ่มปรากฏ NPK ประมาณ 1-3-2 เสริมแคลเซียมและแมกนีเซียม RH 40–50%
ระยะสุกแก่ สัปดาห์ที่ 6–8 ขึ้นไป ดอกแน่นขึ้น เกสรตัวเมีย 50–70% เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีส้ม ไทรโคมเปลี่ยนเป็นสีขุ่น ลดค่า EC (ความเข้มข้นของปุ๋ย) ล้างรากใน 1–2 สัปดาห์สุดท้าย อุณหภูมิกลางคืน 18–24 °C
เก็บเกี่ยว สัปดาห์ที่ 8–12 ไทรโคมขุ่น 70–90% และเป็นสีอำพัน 10–30% เกสรตัวเมียเป็นสีน้ำตาลตั้งแต่ 70% ขึ้นไป ให้ต้นอยู่ในความมืด 48 ชั่วโมงก่อนเก็บเกี่ยว (จะทำหรือไม่ทำก็ได้) ตัดในช่วงเช้าตรู่

เกสรตัวเมีย (pistil) คือส่วนที่เป็นเส้นคล้ายขนบนดอกเพศเมีย ทำหน้าที่รับละอองเกสร RH คือความชื้นสัมพัทธ์ หมายถึงปริมาณความชื้นในอากาศ การเพิ่มฟอสฟอรัสช่วยได้จริงแค่ไหน อ่านได้ในหัวข้อสารเร่งดอก ส่วนการเติบโตของดอกทีละสัปดาห์ อ่านได้ในระยะออกดอกของกัญชา

หมายเหตุผู้แปล: ในฤดูฝนของไทย ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยภายนอกในกรุงเทพฯ อยู่ราว 75 ถึง 80% และตอนกลางคืนมักขึ้นไปถึงราว 90% (กรมอุตุนิยมวิทยา ค่าเฉลี่ยปี พ.ศ. 2534–2563) ใช้พัดลมอย่างเดียวจะคุม RH ไว้ที่ 40–50% ไม่ได้ คุณต้องมีห้องปิดที่ติดเครื่องปรับอากาศ และมีเครื่องลดความชื้นที่ขนาดพอกับห้อง ดูการเลือกขนาดเครื่องลดความชื้นและเครื่องปรับอากาศ ห้องส่วนใหญ่ในไทยก็ต้องใช้เครื่องปรับอากาศเช่นกันถ้าจะให้อุณหภูมิกลางคืนอยู่ที่ 18–24 °C ผู้ปลูกกลางแจ้งและในโรงเรือนคุมทั้งสองค่านี้ไม่ได้ จึงควรวางแผนรอบปลูกไม่ให้ระยะสุกแก่ตรงกับเดือนที่ฝนชุกที่สุด (ดูกัญชากลางแจ้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ถ้าปลูกในร่ม ให้จด RH ทุกเช้าและทุกเย็นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงออกดอก บันทึกนี้จะบอกว่าอุปกรณ์ของคุณคุมค่าได้ตามเป้าหรือไม่

ไทรโคม: ดูสีเพื่อกำหนดวันเก็บเกี่ยว

ไทรโคมคือต่อมยางขนาดเล็กบนดอก ถ้าส่องด้วยแว่นขยายจะเห็นเป็นรูปเห็ดเล็กๆ แคนนาบินอยด์และเทอร์ปีนส่วนใหญ่ของต้นอยู่ในไทรโคม สีของไทรโคมบอกได้ว่าดอกสุกแค่ไหน ดูคู่มือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมและความสุกแก่ของไทรโคม

สถานะไทรโคม สี ระดับแคนนาบินอยด์ ความหมายต่อการเก็บเกี่ยว
ใส ใสเหมือนแก้ว โปร่งแสง ต่ำ เพราะ THCA (THC ในรูปกรดที่พบในต้นที่ยังมีชีวิต) ยังสะสมไม่มาก เร็วเกินไป
ขุ่น ทึบแสง ขาวขุ่นเหมือนน้ำนม สูงที่สุด THCA อยู่ที่จุดสูงสุด ช่วงเก็บเกี่ยวหลัก
อำพัน เหลืองอมน้ำตาล THC กำลังสลายเป็น CBN จากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เก็บเกี่ยวช้า มีสารที่เกิดจากการสลายตัวมากขึ้น

หลักที่ใช้จริง: เก็บเกี่ยวเมื่อไทรโคมขุ่น 70–90% และเป็นสีอำพัน 10–30% ให้ดูไทรโคมบนกลีบเลี้ยงของดอกหลัก กลีบเลี้ยง (calyx) คือกระเปาะเล็กๆ ที่พองอยู่ที่โคนดอกแต่ละดอก อย่าดูจากชูการ์ลีฟ (sugar leaf) ซึ่งเป็นใบเล็กๆ ที่มียางเคลือบและแทรกอยู่ในช่อดอก ไทรโคมบนชูการ์ลีฟมักดูสุกกว่าไทรโคมบนดอก ถ้าดูจากชูการ์ลีฟคุณจะเก็บเกี่ยวเร็วเกินไป ส่วน CBN และ THCA คืออะไร อ่านได้ในตระกูลแคนนาบินอยด์

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6 ให้ส่องดอกหลักดอกเดิมทุก 2–3 วัน จะใช้แว่นขยายแบบส่องเพชร (loupe) หรือเลนส์มาโครแบบหนีบโทรศัพท์ก็ได้ จดสัดส่วนไทรโคมสีขุ่นและสีอำพันทุกครั้ง คุณจะเห็นแนวโน้มและวางแผนวันตัดได้ล่วงหน้าหลายวัน

หมายเหตุผู้แปล: ถ้าคุณปลูกส่งผู้รับซื้อที่มีใบอนุญาต ให้ตกลงกับผู้รับซื้อก่อนสัปดาห์ที่ 6 ว่าจะเก็บเกี่ยวตามเป้าหมายไหนและตรวจแล็บอย่างไร วันตัดควรยึดตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ (spec) ของผู้รับซื้อ ไม่ใช่ความชอบของผู้ปลูก ดูวิธีอ่านใบรับรองผลการวิเคราะห์กัญชา

การเก็บเกี่ยว

การตัดให้ถูกวันเป็นแค่ขั้นแรก การตากแห้งและการบ่มคือตัวกำหนดว่าคุณจะรักษาคุณภาพของดอกไว้ได้มากแค่ไหน ถ้าตากแห้งไม่ดี เทอร์ปีนซึ่งระเหยง่ายจะสูญหายไป

  1. ล้างราก: ใน 7–14 วันสุดท้าย ให้รดด้วยน้ำเปล่า pH 6.0–6.5 โดยไม่ใส่ปุ๋ย หัวข้อการล้างรากก่อนเก็บเกี่ยว ได้เปรียบเทียบหลักฐานของทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้านไว้
  2. ให้ต้นอยู่ในความมืดก่อนเก็บเกี่ยว (จะทำหรือไม่ทำก็ได้): เก็บต้นไว้ในที่มืดสนิท 24–48 ชั่วโมงก่อนตัด
  3. ตัดในช่วงเช้าตรู่: ผู้ปลูกหลายคนเก็บเกี่ยวก่อนไฟเปิด
  4. เล็มดอกสดหรือเล็มดอกแห้ง: การเล็มดอกสด (wet trim) ทำทันทีหลังตัด ทำได้ง่ายกว่าและได้ดอกที่เรียบร้อยกว่า แต่ดอกจะแห้งเร็วกว่า การเล็มดอกแห้ง (dry trim) ทำหลังตากแห้ง รักษาเทอร์ปีนได้ดีกว่า แต่ต้องใช้พื้นที่แขวนมากกว่า ดูการเล็มดอก: แบบสดกับแบบแห้ง

ก่อนถึงวันเก็บเกี่ยว ให้วัดพื้นที่ในห้องตากแห้ง คุณจะรู้ว่ามีที่พอสำหรับเล็มดอกแห้ง หรือควรเล็มดอกสดไปเลย

การตากแห้ง

ปัจจัย ค่าที่ดีที่สุด ต่ำเกินไป สูงเกินไป
อุณหภูมิ 15–20 °C (60–68 °F) ต่ำกว่า 10 °C: แห้งช้าเกินไป เสี่ยงเชื้อรา สูงกว่า 25 °C: เทอร์ปีนระเหย กลิ่นรสหายไป
ความชื้น (RH) 55–65% ต่ำกว่า 45%: ข้างนอกแห้งแต่ข้างในยังชื้น สูงกว่า 70%: เชื้อราโตเร็ว
ระยะเวลา 10–14 วัน ไม่ถึง 5 วัน: คลอโรฟิลล์ยังสลายไม่หมด เกิน 21 วัน: เสี่ยงเชื้อรามากขึ้น
แสง มืดสนิท — แสงทำให้ THC สลายเป็น CBN
การไหลเวียนอากาศ ลมเบาๆ ไม่เป่าใส่ดอกตรงๆ ไม่มีลมเลย: เกิดจุดอับชื้นและเชื้อราเริ่มขึ้น ลมแรงเป่าตรง: แห้งเร็วเกินไป

การทดสอบหักกิ่ง: ลองงอกิ่งเล็กๆ ดู ถ้ากิ่งหักขาดแทนที่จะงอ แสดงว่าดอกแห้งพอจะนำไปบ่มแล้ว ดูการตากแห้งและการบ่ม

หมายเหตุผู้แปล: ห้องในไทยที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศมักร้อนเกิน 20 °C ไปมาก และในฤดูฝนอากาศอาจชื้นถึง 85–95% RH ถ้าไม่มีห้องปรับอากาศและเครื่องลดความชื้น คุณจะทำให้ได้ 15–20 °C และ 55–65% RH ไม่ได้เลย หัวข้อการตากแห้งกัญชาที่ความชื้นแวดล้อม 85–95% เปรียบเทียบต้นทุนของระบบที่ใช้ได้จริงในไทยไว้ห้าแบบ เมื่อไฟดับ เครื่องทั้งสองจะหยุดทำงาน และความชื้นในห้องจะขึ้นเร็วมาก หลังไฟดับทุกครั้ง ให้ดูค่าไฮโกรมิเตอร์ (เครื่องวัดความชื้น) และตรวจดอกให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้อง ดอกที่ชื้นอาจขึ้นราซึ่งทิ้งสารพิษไว้ในดอก ดูไมโคทอกซินบนช่อดอกกัญชา

วางเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นไว้ในห้องตากแห้ง ให้อยู่ระดับเดียวกับดอก จดค่าวันละสองครั้งตลอดช่วงตากแห้ง บันทึกนี้จะบอกว่าห้องของคุณคุมค่าได้ตามเป้าจริง หรือต้องเพิ่มกำลังเครื่องลดความชื้น

การบ่ม

การบ่มคือการทำให้ดอกแห้งต่ออย่างช้าๆ และควบคุมได้ในโหลปิด เพื่อให้ความชื้นที่เหลืออยู่กระจายตัวสม่ำเสมอทั่วทั้งดอก

  1. ใส่ดอกในโหลแก้วที่ปิดได้สนิท ใส่ให้เต็มประมาณ 70–75% ของโหล
  2. การเปิดฝาระบาย (burping): ใน 7–10 วันแรก ให้เปิดฝาครั้งละ 5–10 นาที วันละ 1–2 ครั้ง เพื่อให้ความชื้นระบายออกและอากาศใหม่เข้าไป
  3. หลังจาก 2 สัปดาห์ ให้เปิดโหลแค่ครั้งเดียวทุก 2–3 วัน
  4. บ่มอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ คุณภาพจะดีที่สุดหลัง 6–8 สัปดาห์ สายพันธุ์พรีเมียมบ่มได้นานถึง 6 เดือน
  5. เก็บโหลไว้ที่ 16–21 °C ในที่มืดสนิท และให้ RH ในโหลอยู่ที่ 55–62% การใส่ซองควบคุมความชื้น Boveda 62% โหลละหนึ่งซองช่วยรักษาระดับนี้ได้

หมายเหตุผู้แปล: ในไทย ถ้าจะให้ได้ 16–21 °C มักต้องเก็บโหลไว้ในตู้ปิดที่ตั้งอยู่ในห้องปรับอากาศ ซอง Boveda อาจต้องสั่งนำเข้า จึงควรเช็กก่อนว่ามีของในประเทศหรือไม่ แล้วค่อยวางแผนใช้ จะใช้ซองควบคุมความชื้นหรือไม่ก็ตาม ให้ใส่ไฮโกรมิเตอร์ดิจิทัลขนาดเล็กไว้ในโหลทดสอบหนึ่งใบ ถ้าค่าเกิน 62% ให้เปิดฝาระบายบ่อยขึ้น ในช่วงอากาศชื้นดอกสดจะอุ้มน้ำไว้มากกว่า เรื่องนี้จึงสำคัญที่สุดในฤดูฝน ส่วนการเก็บระยะยาว ดูการเก็บรักษา: ความชื้น แสง ออกซิเจน และอายุการเก็บรักษา

ข้อผิดพลาดตั้งแต่ระยะออกดอกจนถึงการเก็บรักษา และวิธีแก้

ระยะ ข้อผิดพลาด ผลที่เกิดขึ้น วิธีแก้
ระยะออกดอก แสงรั่วในช่วงมืด แม้แต่แสงจากไฟ LED สแตนด์บายบนอุปกรณ์ ต้นกลายเป็นต้นกะเทย มีเมล็ดในดอก หรือต้นกลับไปเป็นระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ปิดห้องให้มิดชิด เข้าไปยืนในห้องตอนกลางคืนโดยปิดไฟทุกดวง แล้วมองหาจุดที่แสงรั่ว
ระยะออกดอก ไนโตรเจนมากเกินไป ใบเขียวเข้ม ดอกหลวม มีกลิ่นหญ้าหลังตากแห้ง ลดไนโตรเจนตั้งแต่ช่วงยืดต้นเป็นต้นไป
ระยะออกดอก RH เกิน 60% ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 เสี่ยงสูงมากที่โรคราสีเทา (โบไทรทิส) จะทำลายดอก โดยเฉพาะดอกที่แน่น ใช้เครื่องลดความชื้นและพัดลม เด็ดใบออกบางส่วน คุม RH ไว้ที่ 40–50%
ระยะออกดอก เก็บเกี่ยวเร็วเกินไปขณะที่ไทรโคมยังใส ปริมาณแคนนาบินอยด์ต่ำกว่าที่ต้นทำได้ รอจนไทรโคมขุ่น 70–90% และเป็นสีอำพัน 10–30%
หลังเก็บเกี่ยว ตากแห้งเร็วเกินไป (สูงกว่า 25 °C ไม่ถึง 5 วัน) มีกลิ่นหญ้า เสียเทอร์ปีน 15–20 °C, RH 55–65%, 10–14 วัน
หลังเก็บเกี่ยว ข้ามขั้นตอนการบ่ม ผลผลิตฉุนระคายและรสชาติจืด บ่มในโหลปิดสนิทอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
หลังเก็บเกี่ยว ใส่ดอกเกิน 80% ของโหล ความชื้นสะสมจนเชื้อราขึ้นในโหล ใส่แค่ 70–75% ใช้ซอง Boveda 62%

หมายเหตุผู้แปล: ถ้ายังเจอโบไทรทิสทั้งที่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ให้ตัดดอกที่ติดเชื้อออก ใส่ถุงปิดปากแล้วนำออกจากห้อง พ่นได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และต้องใช้ตามที่ฉลากระบุทุกอย่าง ดูสารที่พ่นบนกัญชาได้ตามกฎหมายภายใต้ GACP ของไทย

กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับคู่มือนี้

คู่มือนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ถ้าคุณปลูกนอกประเทศไทย ให้ตรวจสอบกฎหมายของประเทศที่คุณอยู่

  • ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568
  • ขายช่อดอกได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน ห้ามโฆษณาช่อดอกและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์
  • กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 เมษายน 2569 กฎกระทรวงฉบับนี้ทำให้เกณฑ์การขอใบอนุญาตเกี่ยวกับช่อดอกกัญชาเข้มงวดขึ้น
  • กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 26 เมษายน 2569 ใบอนุญาตเกี่ยวกับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ออกให้เฉพาะนิติบุคคลไทยที่ไม่ถือเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ และสภากาชาดไทย
  • การวิจัย ส่งออก ขาย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78) ใบอนุญาตอาจถูกสั่งพักใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (มาตรา 52) หรือถูกเพิกถอน (มาตรา 54) ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอใบอนุญาตใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้เป็นเวลาสองปี
  • ผลิตภัณฑ์กัญชาต้องมี THC ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายปัจจุบันกำหนด หัวข้อสมุนไพรควบคุมกับยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อธิบายเกณฑ์เหล่านี้และวิธีตรวจตัวอย่างไว้
  • ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างนี้เมื่อ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้ว

ก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อขาย ให้ตรวจสอบในหัวข้อใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายในไทย ว่าใบอนุญาตของคุณครอบคลุมสิ่งที่คุณวางแผนจะทำหรือไม่ ส่วนตัวบทกฎหมายฉบับจริงอ่านได้ในกฎหมายกัญชาไทยและการปฏิบัติตามกฎ

เอกสารอ้างอิง

  1. Chandra, S., Lata, H., & ElSohly, M.A. (Eds.) (2017). Cannabis sativa L. – Botany and Biotechnology. Springer. doi:10.1007/978-3-319-54564-6
  2. Rodriguez-Morrison, V., Llewellyn, D., & Zheng, Y. (2021). Cannabis yield, potency, and leaf photosynthesis respond differently to increasing light levels in an indoor environment. Frontiers in Plant Science, 12, 646020.
  3. Bernstein, N., Gorelick, J., Zerahia, R., & Koch, S. (2019). Impact of N, P, K, and Humic Acid Supplementation on the Chemical Profile of Medical Cannabis (Cannabis sativa L). Frontiers in Plant Science, 10, 736.
  4. Jin, D., Jin, S., & Chen, J. (2019). Cannabis Indoor Growing Conditions, Management Practices, and Post-Harvest Treatment: A Review. American Journal of Plant Sciences, 10(6), 925–946.
  5. Backer, R., et al. (2019). Closing the yield gap for cannabis: A meta-analysis of factors determining cannabis yield. Frontiers in Plant Science, 10, 495.
  6. Caplan, D., Dixon, M., & Zheng, Y. (2019). Increasing Inflorescence Dry Weight and Cannabinoid Content in Medical Cannabis Using Controlled Drought Stress. HortScience, 54(5), 964–969.
  7. Saloner, A. & Bernstein, N. (2021). Nitrogen supply affects cannabinoid and terpenoid profile in medical cannabis (Cannabis sativa L.). Industrial Crops and Products, 167, 113516.
  8. Danziger, N. & Bernstein, N. (2021). Light matters: Effect of light spectra on cannabinoid profile and plant development of medical cannabis (Cannabis sativa L.). Industrial Crops and Products, 164, 113351.
  9. Stack, G.M., Toth, J.A., Carlson, C.H., et al. (2021). Season-long characterization of high-cannabinoid hemp (Cannabis sativa L.). GCB Bioenergy, 13(4), 546–561. doi:10.1111/gcbb.12793
  10. Eichhorn Bilodeau, S., Wu, B.-S., Rufyikiri, A.-S., MacPherson, S., & Lefsrud, M. (2019). An Update on Plant Photobiology and Implications for Cannabis Production. Frontiers in Plant Science, 10, 296.

โพสต์ค่าที่วัดได้ในห้องตากแห้ง รูปไทรโคม หรือคำถามเรื่องการเก็บเกี่ยวไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย ช่วยบอกอุณหภูมิ ความชื้น และฤดูกาลมาด้วย เพราะคำตอบส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้