ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมในประเทศไทยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ไม่ว่าจะมี THC มากหรือน้อยแค่ไหน ช่อดอกจะส่งออกนอกประเทศได้ทางเดียว คือผ่านช่องทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาต ถ้าธุรกิจกัญชงต้องการส่งออกแบบการค้าทั่วไป จึงต้องหันไปดูส่วนอื่นของต้นและผลิตภัณฑ์อื่นแทน
ตอนนี้ว่าด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มนั้น ได้แก่ เมล็ด เส้นใยและลำต้น เครื่องสำอาง และอาหาร นอกจากนี้ยังอธิบายพิกัดศุลกากรและเอกสารส่งออกพื้นฐาน แล้วปิดท้ายด้วยรายการสินค้าที่เรียงตามความยากในการผ่านกฎระเบียบ ส่วนสารสกัดที่มี THC ไม่เกิน 0.2% ซึ่งไทยปลดออกจากการควบคุมแล้ว อยู่ในตอนที่ 1
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1439
4. เมล็ด เส้นใย และลำต้นที่แก่เต็มที่
กฎหมายยาเสพติดของประเทศส่วนใหญ่ไม่นับส่วนเหล่านี้เป็น “กัญชา” ตัวอย่าง 3 ประเทศ:
- สหราชอาณาจักร กฎหมาย Misuse of Drugs Act 1971 ยกเว้นลำต้นที่แก่เต็มที่ เส้นใยจากลำต้นที่แก่เต็มที่ และเมล็ด
- ออสเตรเลีย อนุญาตให้ใช้เมล็ดกัญชงในอาหาร และเมื่อปี 2561 หน่วยงานศุลกากรอนุมัติให้ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดและเส้นใยกัญชงบางรายการไม่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าหรือใบอนุญาตอื่นอีก
- นิวซีแลนด์ ยกเว้นลำต้นและเมล็ด รวมถึงเมล็ดกะเทาะเปลือกที่ใช้เป็นอาหาร แต่ใบและดอกยังเป็นของควบคุม
สำหรับผู้ส่งออกไทย สินค้ากลุ่มนี้มีปัญหาข้อกฎหมายน้อยที่สุด ความยากอยู่ที่เรื่องธุรกิจทั่วไป สินค้ามีมูลค่าต่อกิโลกรัมต่ำ จึงต้องคำนวณให้ดีว่าคุ้มค่าขนส่งหรือไม่ และยังต้องแข่งราคากับผู้ผลิตเส้นใยและเมล็ดในต่างประเทศที่ทำตลาดมานานแล้ว
ฝั่งไทย สินค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องผ่านระบบใบอนุญาตยาเสพติด และส่วนใหญ่ไม่อยู่ในความดูแลของ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา):
- เมล็ด โดยทั่วไปต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชจากกรมวิชาการเกษตร ใบนี้รับรองว่าสินค้าผ่านการตรวจแล้ว และเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องศัตรูพืชของประเทศปลายทาง เมล็ดยังต้องเป็นไปตามกฎหมายเมล็ดพันธุ์และพันธุ์พืชของไทยด้วย ถ้าเป็นเมล็ดสำหรับเพาะปลูก อาจต้องทำตามเงื่อนไขของกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง พ.ศ. 2563 อีกชั้นหนึ่ง
- เส้นใยและลำต้น โดยทั่วไปใช้ขั้นตอนศุลกากรและขั้นตอนส่งออกสินค้าเกษตรตามปกติ
ก่อนส่งสินค้าล็อตแรก ให้สอบถามกรมวิชาการเกษตรและกรมศุลกากรให้แน่ชัดว่าสินค้าของคุณต้องใช้ใบอนุญาตอะไรบ้าง
ฝั่งสหภาพยุโรป (EU) อาหารจากเมล็ดกัญชงไม่นับเป็นอาหารใหม่ (Novel Food ดูความหมายในหัวข้อ 7) แต่มีเพดาน THC ที่ใช้ทั่วทั้ง EU ระเบียบ (EU) 2022/1393 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 และปัจจุบันรวมเข้าไปอยู่ในระเบียบสารปนเปื้อนฉบับรวม (EU) 2023/915 แล้ว ระเบียบนี้กำหนดปริมาณสูงสุดเป็น “ค่าเทียบเท่า Δ9-THC” (Δ9-THC equivalents) หมายความว่านับรวม THCA เข้าไปด้วย ไม่ได้นับเฉพาะ THC เพดานมีดังนี้:
| สินค้า | ค่าเทียบเท่า Δ9-THC สูงสุด |
|---|---|
| เมล็ดกัญชงและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเมล็ด | 3.0 mg/kg |
| น้ำมันเมล็ดกัญชง | 7.5 mg/kg |
ตามข้อมูลของ ChemLinked ซึ่งเป็นสำนักข่าวด้านกฎระเบียบสำหรับตลาดเอเชีย Food Code ของเกาหลีใต้กำหนดค่าอ้างอิงของเมล็ดกัญชงไว้ที่ THC ≤5 mg/kg และ CBD ≤10 mg/kg ส่วนเรื่องคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดกัญชง อ่านได้ในเมล็ดกัญชง: กรดอะมิโนจำเป็นครบทั้งเก้าชนิด ไลซีนเป็นตัวจำกัด และกฎหมายอาหารไทยกำหนดอะไรไว้บ้าง
หมายเหตุผู้แปล: ตอนเก็บเกี่ยวและนวด เมล็ดจะมียางเรซินจากดอกติดมาด้วย คราบเรซินนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้เมล็ดตรวจไม่ผ่านเพดาน THC ที่เข้มงวด เช่น 3.0 mg/kg ของ EU นอกจากนี้ ในฤดูฝนของไทย เมล็ดที่ยังชื้นอาจขึ้นรา ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาตอนตรวจสุขอนามัยพืชด้วย จึงควรทำความสะอาดและตากเมล็ดให้แห้งสนิท แล้วส่งตรวจหนึ่งล็อตก่อนเซ็นสัญญา
สิ่งที่ควรทำ: ส่งเมล็ดที่ทำความสะอาดแล้วหนึ่งล็อตไปแล็บ ขอผลเป็นค่าเทียบเท่า Δ9-THC หน่วย mg/kg แล้วเทียบกับเพดานของตลาดเป้าหมายก่อนเสนอราคา
5. พิกัดศุลกากรและเอกสารส่งออกพื้นฐาน
สินค้าส่งออกทุกรายการต้องสำแดงพิกัดศุลกากร หรือ HS code (Harmonized System) ซึ่งเป็นระบบรหัสสินค้าสากล ตัวเลข 6 หลักแรกใช้ตรงกันแทบทุกประเทศ ส่วนไทยและประเทศผู้นำเข้าจะเติมหลักต่อท้ายตามระบบภาษีของตัวเอง
รหัสนี้สำคัญด้วยเหตุผล 2 ข้อ ข้อแรก รหัสเป็นตัวกำหนดอากรขาเข้าและใบอนุญาตที่ประเทศปลายทางจะขอ ข้อสอง รหัสที่ไม่ตรงกับคำบรรยายสินค้าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้สินค้าถูกกัก
เมล็ด น้ำมัน เส้นใย ลำต้น สารสกัด และเครื่องสำอาง อยู่คนละประเภทพิกัดกัน ตัวอย่างเช่น เส้นใยกัญชงแท้ที่เป็นเส้นใยดิบหรือผ่านการแปรรูปแล้วแต่ยังไม่ได้ปั่นเป็นด้าย อยู่ในประเภทพิกัด 5302 เมล็ดกัญชงมักสำแดงในประเภทย่อย 1207.99 และน้ำมันเมล็ดกัญชงใน 1515.90 อย่าลอกรหัสจากใบกำกับสินค้าของผู้ขายรายอื่น ให้ค้นสินค้าของคุณในพิกัดอัตราศุลกากรของไทย แล้วยืนยันรหัสกับกรมศุลกากรก่อนส่งล็อตแรก กรมศุลกากรออกคำวินิจฉัยพิกัดล่วงหน้า (advance ruling) เป็นลายลักษณ์อักษรได้ ยื่นคำขอออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมศุลกากร หรือยื่นที่สำนักพิกัดอัตราศุลกากรก็ได้ คำวินิจฉัยมีอายุ 3 ปี
เอกสารส่งออกพื้นฐานของสินค้ากัญชงมักมีดังนี้:
- ใบกำกับสินค้า (commercial invoice) ระบุว่าขายอะไร จำนวน ราคา ผู้ซื้อ ผู้ขาย และ HS code
- ใบรายการบรรจุหีบห่อ (packing list) ระบุวิธีบรรจุ น้ำหนัก และหมายเลขหีบห่อ
- ใบขนสินค้าขาออก ยื่นต่อกรมศุลกากร
- ใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกโดยกรมวิชาการเกษตร ใช้กับเมล็ดและวัตถุดิบพืชที่ยังไม่แปรรูป
- ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (certificate of analysis) สำหรับสินค้าที่ผู้ซื้อหรือด่านปลายทางตรวจปริมาณ THC หรือ CBD
- ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องการขอลดอัตราภาษีตามความตกลงการค้า
- ใบอนุญาตอื่น ๆ ที่ อย. หรือประเทศปลายทางกำหนดสำหรับสินค้าประเภทนั้น (เรื่องสารสกัดดูตอนที่ 1)
ใช้ชื่อสินค้าและ HS code เดียวกันในเอกสารทุกฉบับ เรื่องการรับเงิน ประเทศทางผ่าน และเอกสารครบชุดสำหรับการส่งออกกัญชาที่มีใบอนุญาต อ่านได้ในการรับเงินจากการส่งออกกัญชาที่มีใบอนุญาตจากประเทศไทย และส่งออกกัญชาถูกกฎหมายจากไทยให้ถึงมือผู้ซื้อ
สิ่งที่ควรทำ: สำหรับสินค้าแต่ละตัว ให้เขียนสรุปหนึ่งบรรทัด ระบุชื่อสินค้า HS code และเอกสารที่ต้องใช้ นำบรรทัดนั้นไปยืนยันกับกรมศุลกากรและกรมวิชาการเกษตร จากนั้นส่งล็อตทดลองเล็ก ๆ ก่อนรับคำสั่งซื้อเต็มจำนวน
6. เครื่องสำอาง
ไทยอนุญาตให้ผู้ผลิตในประเทศใช้ส่วนผสมจากกัญชาและกัญชงในเครื่องสำอางได้ 4 กลุ่ม โดยผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต้องมี THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก ตามที่ ChemLinked สรุปไว้ 4 กลุ่มนี้ได้แก่ น้ำมันเมล็ดกัญชงหรือสารสกัดจากเมล็ด, ส่วนของพืชที่ไม่ใช่ดอก (เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่ง ราก และใบ) และเมล็ดกัญชง, สารสกัด CBD (ห้ามใช้ CBD นำเข้าหรือ CBD สังเคราะห์) และเทอร์พีนจากกัญชาหรือกัญชง
สหภาพยุโรป
เครื่องสำอางใน EU อยู่ภายใต้ระเบียบ (EC) 1223/2009 ระเบียบนี้ไม่ได้ห้าม CBD โดยตรง แต่ภาคผนวก II ลำดับที่ 306 ห้ามใช้ยาเสพติดที่อยู่ในบัญชีของอนุสัญญาเดี่ยว (Single Convention) ซึ่งเป็นสนธิสัญญายาเสพติดของสหประชาชาติปี 2504 (ค.ศ. 1961) ผลที่ตามมาคือ:
- ห้ามใช้ CBD ที่อยู่ในสารสกัด เรซิน หรือทิงเจอร์ที่ทำจากส่วนยอดที่ออกดอก
- CBD สังเคราะห์ หรือ CBD จากใบและเมล็ดที่ไม่มีส่วนยอดดอกปน ไม่อยู่ในข้อห้ามนี้
ในปี 2569 คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค (SCCS) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยเครื่องสำอางของ EU สรุปว่า CBD ปลอดภัยเมื่อใช้ไม่เกิน 0.19% ในเครื่องสำอาง โดยมี THC ปนเป็นสิ่งเจือปนได้ไม่เกิน 0.00025% ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงระดับอ้างอิงที่เสนอไว้ ยังไม่มีการกำหนดค่าสูงสุดที่มีผลบังคับไว้ในระเบียบ
ฉลากสำหรับ EU ต้องทำแยกจากฉลากไทย:
- ต้องระบุส่วนผสมด้วยชื่อ INCI (International Nomenclature of Cosmetic Ingredients ชื่อมาตรฐานสากลของส่วนผสมเครื่องสำอาง) เช่น Cannabis Sativa Seed Oil หรือ Cannabidiol
- ผู้ผลิตที่อยู่นอก EU ต้องมีผู้รับผิดชอบ (Responsible Person) ที่ตั้งอยู่ใน EU คือบริษัทที่รับผิดชอบสินค้าตามกฎหมายใน EU และต้องพิมพ์ชื่อและที่อยู่ของบริษัทนี้บนฉลาก
- ข้อความบังคับต้องเป็นภาษาที่แต่ละประเทศสมาชิกกำหนด ถ้าขายหลายประเทศ มักต้องทำฉลากหลายภาษาหรือแยกฉลากตามประเทศ
เอเชีย
ตลาดเอเชียเข้มงวดกว่า EU มาก และผู้ส่งออกมักประเมินความเข้มงวดของตัวเลขเหล่านี้ต่ำเกินไป:
- ญี่ปุ่น กฎหมายควบคุมกัญชาฉบับแก้ไข (Cannabis Control Act) มีผลตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2567 กฎเดิมอนุญาตเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลำต้นแก่หรือเมล็ด กฎใหม่เปลี่ยนมาตรวจปริมาณ THC แทน เพดาน THC ตกค้างคือ 10 ppm สำหรับน้ำมันและผง 1 ppm สำหรับของแข็งและผลิตภัณฑ์เนื้อข้นรวมถึงเครื่องสำอาง และ 0.1 ppm สำหรับสารละลายที่มีน้ำเป็นฐาน
- จีน ห้ามใช้ส่วนผสมเครื่องสำอางที่มาจากกัญชาตั้งแต่ 28 พฤษภาคม 2564 CBD ถูกใส่ในบัญชีส่วนผสมต้องห้าม ส่วนสารสกัดจากใบ ผล และน้ำมันเมล็ดของ Cannabis sativa ถูกใส่ในบัญชีส่วนผสมจากพืชที่ต้องห้าม จีนไม่ได้แค่ตั้งเพดานให้เข้มขึ้นแบบญี่ปุ่น แต่ห้ามใช้เลย
เพดานหน่วย ppm ของญี่ปุ่นต่ำกว่าสเปก THC 0.2% อยู่ 100 ถึง 10,000 เท่า (0.2% เท่ากับ 2,000 ppm) เครื่องสำอางที่ผลิตตามเพดานของไทยจึงไม่ได้ผ่านเกณฑ์ญี่ปุ่นไปด้วยโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ควรทำ: เลือกประเทศปลายทางก่อนเขียนสูตร ตั้งสูตรให้อยู่ใต้เพดานของประเทศนั้น แล้วส่งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปตรวจเทียบกับเพดานนั้น
7. อาหาร และทำไมอาหาร CBD จึงขายใน EU ไม่ได้
ใน EU อาหารใหม่ (Novel Food) คืออาหารหรือส่วนผสมที่คนใน EU ไม่ได้กินกันทั่วไปก่อนวันตัดรอบที่กฎ Novel Food กำหนด อาหารกลุ่มนี้ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะวางขายได้ CBD ในอาหารต้องได้รับอนุญาตแบบนี้ และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายใดได้รับอนุญาต
สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) กำหนดปริมาณการบริโภคที่ปลอดภัยชั่วคราวไว้ราว 2 mg CBD ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่อาหาร CBD ส่วนใหญ่ให้อยู่มาก
ฉลากอาหารทุกชนิดใน EU ยังต้องทำตามกฎอีก 2 ฉบับ:
- ระเบียบว่าด้วยการให้ข้อมูลอาหารแก่ผู้บริโภค (EU) 1169/2011 กำหนดว่าฉลากต้องแสดงอะไรบ้าง
- การกล่าวอ้างทางสุขภาพทุกข้อ อยู่ภายใต้ระเบียบ (EC) 1924/2006
ผลิตภัณฑ์สำหรับสูบไม่นับเป็นอาหารเลย หลายประเทศจึงใช้กฎหมายยาเสพติดหรือกฎหมายยาสูบมาจำกัดช่อดอกสำหรับสูบแทน ตัวอย่างเช่น:
- อิตาลี ตามกฤษฎีกาด้านความมั่นคงปี 2568 (Decree-Law 48/2025 ซึ่งแปลงเป็นกฎหมายโดย Law 80/2025)
- ออสเตรีย ผ่านกฎหมายยาสูบ
- สหราชอาณาจักร ภายใต้ Misuse of Drugs Act
สิ่งที่ควรทำ: อย่าวางแผนเปิดตัวอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CBD ใน EU โดยหวังว่าจะได้รับอนุญาตเร็ว ๆ นี้ ถ้าสินค้าของคุณเป็นอาหาร ให้เริ่มจากผลิตภัณฑ์เมล็ดกัญชง ซึ่งไม่นับเป็น Novel Food
8. รายการสินค้าที่ทำได้จริงสำหรับธุรกิจกัญชงไทย
รายการด้านล่างเรียงตามความยากในการผ่านกฎระเบียบ ไม่ได้เรียงตามกำไร ข้อแรกง่ายที่สุด
- เมล็ดกัญชง เมล็ดกะเทาะเปลือก และน้ำมันเมล็ดสำหรับอาหาร เป็นเส้นทางที่ไม่ซับซ้อนที่สุด ขอเพียงสินค้าผ่านเพดาน 3.0 และ 7.5 mg/kg ของ EU หรือเพดานเทียบเท่าของประเทศปลายทาง
- เส้นใย แกนลำต้น (hurd ส่วนเนื้อไม้ด้านในของลำต้น) และวัตถุดิบสำหรับเฮมพ์ครีต ไม่มีประเด็นเรื่องแคนนาบินอยด์เลย ข้อจำกัดอยู่ที่ค่าขนส่ง อ่านเพิ่มเติมในเฮมพ์ครีตในประเทศไทย: เป็นฉนวนได้ดีแค่ไหน กักเก็บคาร์บอนได้เท่าไร และทำไมจึงรับน้ำหนักอาคารไม่ได้
- สารสกัด CBD และ CBD ไอโซเลต (CBD บริสุทธิ์ในรูปผลึกหรือผง) ที่อยู่ในเกณฑ์สารสกัด 0.2% ของไทย ให้ระบุสเปกกับผู้ซื้อว่า total THC ≤0.2% และขายในฐานะส่วนผสมเครื่องสำอางหรือวัตถุดิบแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) สินค้านี้พ้นจากการควบคุมยาเสพติดในไทยแล้ว แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายผลิตภัณฑ์ของ อย. ที่ประเทศปลายทาง สิ่งที่ต้องดูคือกฎหมายเครื่องสำอางหรือกฎหมายอาหาร ไม่ใช่กฎหมายยาเสพติด
- เครื่องสำอางสำเร็จรูป ทำได้ แต่ต้องตั้งสูตรตามกฎของประเทศปลายทาง ญี่ปุ่นกำหนดเพดาน THC ตกค้างเป็น ppm ส่วนจีนห้ามส่วนผสมเครื่องสำอางที่มาจากกัญชาโดยสิ้นเชิง
- อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CBD สำหรับ EU ตอนนี้ยังติดข้อกำหนด Novel Food อย่าวางแผนเปิดตัวโดยหวังว่าจะได้รับอนุญาตเร็ว ๆ นี้
- ช่อดอกกัญชงดิบ ถูกควบคุมฝั่งไทยตั้งแต่มิถุนายน 2568 และถูกห้ามหรือจำกัดในหลายประเทศปลายทาง อ่านสมุนไพรควบคุมกับยาเสพติดให้โทษประเภท 5: เกณฑ์ THC 0.2% และ 1.0% ของไทย และอ่านว่าตลาดปลายทางปฏิบัติกับช่อดอกอย่างไรในช่อดอก CBD ดิบเทียบกับสารสกัด
หมายเหตุผู้แปล: สำหรับผู้ปลูกรายเล็กในไทย สินค้า 2 ข้อแรกใช้เงินทุนน้อยที่สุด และไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษนอกเหนือจากเอกสารการเกษตรและการส่งออกตามปกติ เริ่มจากสินค้าเดียวและประเทศปลายทางเดียว ส่งล็อตทดลองเล็ก ๆ แล้วจดไว้ว่ามีการขอเอกสารอะไรบ้าง บันทึกนี้จะบอกคุณเรื่องตลาดนั้นได้มากกว่าบทสรุปใด ๆ
สิ่งที่ควรทำ: เลือกสินค้า 1 รายการจาก 3 อันดับแรก เลือกประเทศปลายทาง 1 ประเทศ แล้วส่งล็อตทดลอง 1 ครั้ง จดเอกสารทุกฉบับที่ปลายทางหรือหน่วยงานขอ และจดทุกครั้งที่สินค้าล่าช้า
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ใต้กระทู้นี้ได้เลย ถ้าคุณขายเมล็ด เส้นใย หรือสารสกัดกัญชงออกจากไทย ประเทศปลายทางไหนมีปัญหาน้อยที่สุด เราไม่ได้ถามถึงตลาดที่กำไรดีที่สุด แต่หมายถึงประเทศที่ยื่นเอกสารครั้งแรกก็ผ่าน และไม่เคยมีสินค้าถูกกัก ข้อมูลนี้มีประโยชน์ที่สุดเวลาวางแผนเปิดตลาดที่สอง และไม่มีใครเผยแพร่ไว้ที่ไหนเลย
อ่านเพิ่มเติมใน Asiannabis
- ตอนที่ 1 ของบทความนี้: https://asiannabis.com/t/1439
- เปรียบเทียบห้าตลาดช่อดอกกัญชาทางการแพทย์สำหรับผู้ส่งออกไทย
- ตรวจวิเคราะห์ช่อดอกกัญชาก่อนส่งออก: ใบรับรองผลจากแล็บต้องแสดงอะไรบ้างสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ (total THC เทียบกับ Δ9-THC)
- การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตในประเทศไทย: สรุปบทลงโทษครบทุกระดับสำหรับผู้ถือใบอนุญาตกัญชา
- การรับเงินจากการส่งออกกัญชาที่มีใบอนุญาตจากประเทศไทย; ช่อดอก CBD ดิบเทียบกับสารสกัด (ทั้งสองเรื่องมีลิงก์อยู่ด้านบนแล้ว)
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา (ลงนาม 23 มิถุนายน 2568 ประกาศ 25 มิถุนายน 2568): https://ratchakitcha.soc.go.th ; รายงานข่าวของ Thai PBS: https://www.thaipbs.or.th/news/content/353622
- Tilleke & Gibbins นิยามกัญชงของไทยและเกณฑ์สารสกัด 0.2%: https://www.tilleke.com/insights/marijuana-hemp-and-kratom-in-thailand-the-current-legal-paradigm-and-its-complexity
- ระเบียบ (EU) 2022/1393: https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2022/1393/oj/eng ; รวมอยู่ในระเบียบ (EU) 2023/915
- ความเห็นของ SCCS เรื่อง cannabidiol ในเครื่องสำอาง: https://health.ec.europa.eu/publications/sccs-scientific-opinion-cannabidiol-cbd-casec-no-13956-29-1-689-176-3-used-cosmetic-products_en
- คำสั่งห้ามส่วนผสมเครื่องสำอางของ NMPA ประเทศจีน (ChemLinked): https://cosmetic.chemlinked.com/news/cosmetic-news/the-end-of-cbd-products-in-china
- ญี่ปุ่น: กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ (Ministry of Health, Labour and Welfare) เรื่องกฎหมายควบคุมกัญชาฉบับแก้ไขและเพดาน THC ตกค้าง; เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องใบอนุญาตยาเสพติดของ UK Home Office; สำนักงานควบคุมยาเสพติดออสเตรเลีย (Office of Drug Control); กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ (Ministry of Health); ChemLinked (กฎของไทยและเกาหลี)
บทความนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับผู้อ่านที่ดำเนินกิจการอย่างถูกกฎหมายในเขตอำนาจของตน ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมาย ศุลกากร ความปลอดภัยอาหาร หรือภาษี กฎหมายอาหาร เครื่องสำอาง และยาเสพติดของแต่ละตลาดที่กล่าวถึงแตกต่างกันและเปลี่ยนแปลงเร็ว ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่มีอำนาจและผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติก่อนตั้งสูตร ทำฉลาก หรือส่งสินค้า