ข้อมูลในบทความนี้เป็นสถานะ ณ เดือนตุลาคม 2569 ตอนนี้กฎหมายไทยแบ่งกัญชาออกเป็น 3 กรณี ดังนี้
- ช่อดอกกัญชา เป็นสมุนไพรควบคุม ขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายเท่านั้น
- สารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ยังเป็นยาเสพติด ต้องมีใบอนุญาตจึงจะดำเนินการเกี่ยวกับสารสกัดนี้ได้
- ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว แต่ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย
บทความนี้พูดถึงเฉพาะกฎที่ใช้บังคับอยู่ตอนนี้ กัญชาถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดในปี พ.ศ. 2565 ถ้าอยากรู้ว่ากฎหมายเปลี่ยนไปอย่างไรตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2569 อ่านได้ที่ กฎกัญชาของไทย พ.ศ. 2565 ถึง 2569: จากบัญชียาเสพติดสู่สมุนไพรควบคุม
กฎหมายที่ต้องรู้ในปี 2569
กฎเรื่องกัญชาของไทยกระจายอยู่ในกฎหมาย 3 ประเภท รัฐสภาเป็นผู้ออก พระราชบัญญัติ ส่วนรัฐมนตรีเป็นผู้ออก กฎกระทรวง หรือ ประกาศกระทรวง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติที่มีอยู่แล้ว กฎหมายทุกฉบับจะเริ่มมีผลได้ก็ต่อเมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้วเท่านั้น ราชกิจจานุเบกษาคือช่องทางเผยแพร่กฎหมายอย่างเป็นทางการของไทย
| กฎหมาย | เรื่องที่กำหนด | สถานะ |
|---|---|---|
| ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 | กำหนดให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม | มีผลตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 |
| กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 | ทำให้เงื่อนไขใบอนุญาตเกี่ยวกับช่อดอกกัญชาเข้มงวดขึ้น | มีผลตั้งแต่ 30 เมษายน 2569 |
| กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 | ใบอนุญาตสำหรับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% | มีผลตั้งแต่ 26 เมษายน 2569 |
| ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … | กฎหมายกัญชาฉบับที่จะออกในอนาคต | ยังเป็นร่าง ยังไม่มีผลใช้บังคับ |
ประกาศกระทรวงฯ ปี 2568 ลงนามเมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 25 มิถุนายน 2568 และมีผลตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งต่อไปในบทความนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า “พ.ร.บ. ปี 2542” ประกาศฉบับนี้ใช้แทนประกาศเรื่องสมุนไพรควบคุมฉบับเดิมปี พ.ศ. 2565
ประกาศนี้กำหนดให้เฉพาะช่อดอก (ส่วนที่เป็นดอกหรือบัด) เป็นสมุนไพรควบคุม ไม่รวมส่วนอื่นของต้น สมุนไพรควบคุมคือส่วนของพืชที่รัฐควบคุมตาม พ.ร.บ. ปี 2542 การศึกษาวิจัย การส่งออก การจำหน่าย และการแปรรูปสมุนไพรควบคุม ต้องมีใบอนุญาตทั้งหมด
กฎกระทรวง 2 ฉบับ ปี พ.ศ. 2569 ฉบับแรกคือกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลตั้งแต่ 30 เมษายน 2569 ฉบับนี้เพิ่มเงื่อนไขใบอนุญาตช่อดอกกัญชาให้เข้มขึ้นจากที่ประกาศปี 2568 กำหนดไว้ ฉบับที่สองคือกฎกระทรวงเรื่องสารสกัด ชื่อเต็มคือ “กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569” บทความนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า “กฎกระทรวงสารสกัด” ฉบับนี้ประกาศเมื่อ 26 มีนาคม 2569 และมีผลตั้งแต่ 26 เมษายน 2569 ถ้าอยากรู้ว่าในทางปฏิบัติมีอะไรเปลี่ยนบ้าง ดูได้ที่ กฎกระทรวง 2 ฉบับของไทย พ.ศ. 2569
ตามกฎกระทรวงสารสกัด ผู้ที่ขอใบอนุญาตสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ได้มีเพียง 3 กลุ่ม คือ
- นิติบุคคลไทยที่ไม่ใช่ “คนต่างด้าว” ตามนิยามในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- หน่วยงานของรัฐ
- สภากาชาดไทย
ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … เดิมใช้ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. … คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ยังไม่มีผลใช้บังคับ
สิ่งที่ควรทำ: เก็บตัวบทกฎหมายฉบับทางการจากราชกิจจานุเบกษาของกฎหมายทั้ง 3 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ แล้วเขียนวันที่เริ่มมีผลไว้ที่หน้าแรก เวลาเจ้าหน้าที่ตรวจ ผู้ซื้อ หรือทนายถาม คุณจะชี้ได้ทันทีว่าทำตามกฎข้อไหน ข่าวสรุปใช้เป็นหลักฐานของตัวกฎไม่ได้ ฉบับทางการดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกระทรวง ได้แก่ ประกาศฯ ปี 2568 และกฎกระทรวงเรื่องการอนุญาตพร้อมฉบับแก้ไขที่ 2 อยู่บนเว็บไซต์กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (กรมการแพทย์แผนไทยฯ) ส่วนกฎกระทรวงสารสกัด อยู่บนเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ปี 2569 ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้
การใช้ทางการแพทย์
ช่อดอกกัญชาจ่ายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มทางการ ใบสั่งจ่ายต้องเขียนโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิ์ ใบสั่งจ่าย 1 ใบ สั่งจ่ายได้ไม่เกินปริมาณสำหรับใช้ 30 วัน
การขายและกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่น ๆ
ตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ. ปี 2542 มี 4 กิจกรรมที่ต้องมีใบอนุญาต ได้แก่ การจำหน่าย การแปรรูปเพื่อการค้า การศึกษาวิจัย และการส่งออก
กฎหมายยังจำกัดวิธีขายและสถานที่ขายด้วย
- ห้ามขายแบบไม่เห็นตัวผู้ซื้อ ห้ามขายผ่านเครื่องขายอัตโนมัติ ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แปลว่าขายช่อดอกกัญชาทางออนไลน์ไม่ได้
- ห้ามขายในสถานที่บางแห่ง ได้แก่ วัดและศาสนสถานอื่น ๆ หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก
หมายเหตุผู้แปล: ตามมาตรา 78 ของ พ.ร.บ. ปี 2542 ถ้าศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา 46 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ายังประกอบกิจการต่อระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตก็ได้รับโทษเท่ากัน บางโพสต์อ้างว่าโทษคือ “จำคุก 3 เดือน / ปรับ 25,000 บาท” แต่ใน พ.ร.บ. ไม่มีโทษนี้ ดูรายการบทลงโทษทั้งหมดได้ที่ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตในประเทศไทย: สรุปบทลงโทษครบทุกระดับ
การโฆษณา
ห้ามโฆษณาสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าในทุกช่องทาง อยากรู้ว่าโพสต์อะไรในฟอรัมนี้ได้หรือไม่ได้ ดูที่ กฎการโฆษณาและการขายกัญชาในประเทศไทย
การสูบในร้าน
ร้านขายกัญชาให้ลูกค้าสูบในร้านไม่ได้ ยกเว้นกรณีเดียวคือผู้ขายเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และต้องขายเพื่อรักษาคนไข้ของตัวเองเท่านั้น
เรื่องควันและกลิ่นยังมีกฎแยกอีกข้อ ถ้าควันหรือกลิ่นรบกวนคนอื่น จะถือเป็น “เหตุรำคาญ” ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กฎข้อนี้ใช้กับทุกคน ไม่ได้ใช้เฉพาะร้านค้า
ไม่มีช่องทางที่ถูกกฎหมายสำหรับการใช้เพื่อสันทนาการ
ช่อดอกกัญชาไม่อยู่ในบัญชียาเสพติดแล้วตั้งแต่ถูกถอดออกในปี พ.ศ. 2565 และประกาศปี 2568 ก็ไม่ได้นำกลับเข้าไป บทความจำนวนมากช่วง พ.ศ. 2565–2567 จึงเขียนว่ากัญชา “ถูกปลดล็อก” แล้ว แต่บทความเหล่านั้นพูดถึงช่วงก่อนจะมีกฎเรื่องใบสั่งจ่าย การที่กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ไม่ได้แปลว่าใช้เพื่อสันทนาการได้ ตั้งแต่มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา ช่องทางที่ถูกกฎหมายเพียงช่องทางเดียวในการได้ช่อดอกกัญชาคือต้องมีใบสั่งจ่าย
สารสกัด
สารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามกฎหมายยาเสพติดของไทย การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องมีใบอนุญาตตามกฎกระทรวงสารสกัดที่อธิบายไว้ข้างบน
สิ่งที่ควรทำ ถ้าคุณมีฟาร์มหรือร้าน:
- ตรวจดูว่าใบอนุญาตตามมาตรา 46 ของคุณครอบคลุมทุกกิจกรรมที่ทำจริงหรือไม่ ได้แก่ การจำหน่าย การแปรรูป การศึกษาวิจัย หรือการส่งออก แต่ละกิจกรรมต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำกิจกรรมที่ใบอนุญาตไม่ครอบคลุม จะถือว่าทำโดยไม่มีใบอนุญาต
- ลบทุกโพสต์ที่เสนอขายหรือโปรโมตช่อดอก ทั้งใน Facebook, LINE, เว็บไซต์ และแอปมาร์เก็ตเพลส เพราะการขายออนไลน์และการโฆษณาถูกห้ามในทุกช่องทาง
- ก่อนจ่ายตามใบสั่ง ให้ตรวจว่าเป็นแบบ ภ.ท.33 และสั่งไม่เกิน 30 วัน เก็บสำเนาใบสั่งจ่ายทุกใบที่จ่ายไป สำเนานี้ใช้ยืนยันว่าการขายแต่ละครั้งผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย
หมายเหตุผู้แปลสำหรับผู้ปลูกที่บ้าน: บทความต้นฉบับไม่ได้พูดถึงการปลูกเพื่อใช้เอง แต่จากกฎข้างบนมี 2 เรื่องที่ชัดเจน เรื่องแรก คุณขายช่อดอกไม่ได้ถ้าไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา 46 เรื่องที่สอง คุณโฆษณาหรือเสนอขายช่อดอกทางออนไลน์ไม่ได้ แม้จะเป็นแค่กลุ่มแชตเล็ก ๆ ก็ตาม บทความนี้ยืนยันไม่ได้ว่าตอนนี้การปลูกเพื่อใช้เองต้องแจ้ง จดทะเบียน หรือขอใบอนุญาตหรือไม่ ก่อนเริ่มปลูกให้สอบถามกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของคุณ ถ้าอยากฟังประสบการณ์จากผู้ปลูกคนอื่น ถามได้ในหมวดใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมาย
การปฏิบัติทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร (GACP): มาตรฐานสำหรับการปลูก
GACP คือมาตรฐานฟาร์มสำหรับพืชสมุนไพร กำหนดว่าต้องปลูก เก็บเกี่ยว และจัดการผลผลิตอย่างไร และตรวจสอบด้วยการเข้าตรวจฟาร์ม Tilleke & Gibbins เป็นสำนักงานกฎหมายที่เผยแพร่บทสรุปกฎหมายไทย บทสรุปประกาศปี 2568 ของสำนักงานนี้ระบุว่า ช่อดอกกัญชาที่จำหน่ายหรือส่งออกต้องมาจากสถานที่ที่ได้รับการรับรอง GACP กฎข้อนี้อยู่ในข้อ 4(4) ของประกาศ สถานที่ปลูกต้องได้รับการรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ
GACP ครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง
GACP ครอบคลุมการเลือกพื้นที่ คุณภาพดิน แหล่งน้ำ คุณภาพอากาศ การควบคุมศัตรูพืช สุขอนามัย วัสดุอาคาร และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ต้องจดบันทึกให้ย้อนรอยแต่ละรุ่นการผลิตได้ตั้งแต่เมล็ดจนถึงตอนขาย หมายความว่าดูได้ว่าแต่ละรุ่นการผลิตมาจากไหน ใส่อะไรลงไปบ้าง และขายให้ใคร
ขั้นตอนการรับรอง
ฟาร์มจะได้รับการรับรองหลังจากเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ เข้ามาตรวจพื้นที่ ใบรับรองไม่ได้ใช้ได้ตลอดไป ให้สอบถามกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่าตอนนี้ใบรับรองมีอายุนานเท่าไร และเจ้าหน้าที่จะกลับมาตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน
ผู้ถือใบอนุญาตเดิม
ใบอนุญาตตามมาตรา 46 บางส่วนออกก่อนประกาศปี 2568 จะมีผล ผู้ถือใบอนุญาตกลุ่มนี้ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของประกาศเช่นกัน
หมายเหตุผู้แปล: ผู้ถือใบอนุญาตที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขอาจเจอผลตาม พ.ร.บ. ปี 2542 ดังนี้
- พักใช้ใบอนุญาต (มาตรา 52): คำสั่ง 1 ครั้งพักใช้ใบอนุญาตได้นานสุด 90 วัน
- เพิกถอนใบอนุญาต (มาตรา 54): หลังถูกเพิกถอน คุณจะขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. นี้ไม่ได้อีกเป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้น การออกใบอนุญาตใหม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้อนุญาต
- ข้อห้ามนี้ครอบคลุมใครบ้าง: ตามข้อ 8(1)(จ) ของกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559 ข้อห้าม 2 ปีครอบคลุมทั้งบริษัท กรรมการ ผู้จัดการ และผู้รับผิดชอบคนอื่น ๆ
- การอุทธรณ์ (มาตรา 70 และ 71): อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง ระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งยังมีผลอยู่ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด
หมายเหตุผู้แปลเรื่องสภาพในประเทศไทย: หน้าฝน สมุดบันทึกที่วางไว้ในโรงเรือนจะชื้นและหมึกเลอะ ให้เก็บสมุดไว้ในกล่องที่ปิดสนิท และถ่ายรูปทุกหน้าสัปดาห์ละครั้งเป็นสำเนาสำรอง ใช้เฉพาะสารกำจัดศัตรูพืชที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามฉลาก (ดู สิ่งที่อนุญาตให้พ่นได้ตามมาตรฐาน GACP ของไทย) ถ้าซื้อกิ่งชำ (โคลน) จากฟาร์มอื่น คุณต้องได้บันทึกแหล่งที่มาจากฟาร์มนั้นด้วย ไม่เช่นนั้นจะย้อนรอยรุ่นการผลิตกลับไปถึงเมล็ดไม่ได้ กิ่งชำที่ซื้อมายังเสี่ยงพาศัตรูพืชหรือไวรอยด์ฮอปแฝง (hop latent viroid) เข้ามาในฟาร์ม และอาจไม่ใช่สายพันธุ์ที่ต้องการ
สิ่งที่ควรทำ: เริ่มจดบันทึกตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนยื่นขอรับรอง เจ้าหน้าที่จะตรวจว่าแต่ละรุ่นการผลิตย้อนรอยได้หรือไม่ และบันทึกที่ขาดไปจะย้อนกลับไปทำทีหลังไม่ได้ ตลอด 1 รอบการปลูก ให้จดเรื่องต่อไปนี้
- เมล็ดหรือกิ่งชำมาจากไหน
- ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตทุกตัว พร้อมวันที่และอัตราที่ใช้
- การพ่นสารทุกครั้ง พร้อมชื่อผลิตภัณฑ์และเลขทะเบียนกรมวิชาการเกษตร
- น้ำหนักผลผลิตของแต่ละรุ่นการผลิต และแต่ละรุ่นส่งไปให้ใคร
ลองทำกับห้องเดียวหรือรุ่นการผลิตเดียวก่อน จะได้เห็นว่าบันทึกของคุณมีช่องโหว่ตรงไหน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเจอ จากนั้นติดต่อกรมการแพทย์แผนไทยฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับรองสถานที่ปลูกกัญชา ถ้าจะขอใบอนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปช่อดอก ให้ยื่นที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ถ้าอยู่กรุงเทพฯ หรือยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในจังหวัดที่ตั้งกิจการ
อะไรอาจเปลี่ยนต่อไป
ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างนี้เมื่อ 22 กันยายน 2569 ก่อนจะมีผลได้ ร่างนี้ยังต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต้องได้รับการลงพระปรมาภิไธย และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างนี้ ประกาศปี 2568 และกฎกระทรวง 2 ฉบับข้างบนยังเป็นกฎที่ใช้อยู่ ผลที่อาจเกิดขึ้นได้ ดูที่ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. …: สถานะที่แท้จริงของกฎหมายกัญชาในไทย
กฎเปลี่ยนได้เร็ว กฎที่ใช้อยู่ตอนนี้มาจากประกาศและกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีออก ไม่ได้มาจากกฎหมายกัญชาที่ผ่านรัฐสภา จึงเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องออกพระราชบัญญัติใหม่ ประกาศปี 2568 เป็นตัวอย่างว่าเปลี่ยนได้เร็วแค่ไหน คือประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 มิถุนายน และมีผลในวันถัดไปทันที
การส่งออก การส่งออกต้องมีใบอนุญาต ฟาร์มที่ได้รับการรับรอง GACP ยังเป็นช่องทางที่ผู้ผลิตไทยใช้ส่งผลผลิตเข้าตลาดต่างประเทศที่มีการกำกับดูแล เรื่องประเทศปลายทางและเอกสารที่ต้องใช้ ดูที่ จากฟาร์มไทยสู่ตลาดต่างประเทศที่มีการกำกับดูแล
สิ่งที่ควรทำ:
- เช็กราชกิจจานุเบกษาเดือนละครั้งว่ามีประกาศใหม่เรื่องกัญชาหรือไม่ กฎใหม่อาจมีผลแค่ 1 วันหลังประกาศ คุณจึงอาจไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากช่องทางอื่นเลย
- อย่าวางแผนลงทุนโดยอิงร่างพระราชบัญญัติ ร่างนี้ยังเปลี่ยนได้ในทุกขั้นตอนที่เหลืออยู่
- ถ้าอยากส่งออก ให้ขอรับรอง GACP ก่อน ถ้าไม่มีใบรับรอง ผู้ซื้อต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจะไม่มีช่องทางที่ถูกกฎหมายในการซื้อจากคุณ
สรุป
ปี 2569 ช่อดอกกัญชาในไทยต้องมีใบสั่งจ่าย การจำหน่าย การส่งออก และสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ต้องมีใบอนุญาต ส่วนการรับรอง GACP คือมาตรฐานของการปลูก ทุกครั้งที่อ่านคู่มือหรือบทความ ให้ดูวันที่เขียนด้วย เพราะกฎที่บทความช่วง พ.ศ. 2565–2567 บอกว่าใช้อยู่ ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎของไทยเปลี่ยนได้ด้วยการออกประกาศ ก่อนลงมือทำอะไร ให้ตรวจตัวบทฉบับล่าสุดในราชกิจจานุเบกษา หรือปรึกษาทนายความไทย
ถ้าคุณมีคำถามเรื่องกฎเหล่านี้ หรือเคยผ่านการตรวจ GACP มาแล้ว โพสต์ไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย ผู้ปลูกคนอื่นจะได้เรียนรู้ไปด้วย
เอกสารอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา 25 มิถุนายน 2568
- กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ราชกิจจานุเบกษา 30 เมษายน 2569
- กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 ราชกิจจานุเบกษา 26 มีนาคม 2569
- พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 46, 52, 54, 70, 71 และ 78
- กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 103 ก วันที่ 9 ธันวาคม 2559 ข้อ 8(1)(จ)
- พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- Tilleke & Gibbins, “Thailand’s New Cannabis Controls Impact Doctors, Dispensaries, and Growers”, 3 September 2025. Thailand’s New Cannabis Controls Impact Doctors, Dispensaries, and Growers - Tilleke & Gibbins