บางโพสต์อ้างว่าผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ที่ใช้กัญชาจะคิดได้ชัดเจนกว่า ข้ออ้างนี้มาจากงานวิจัยเล็ก ๆ ชิ้นเดียวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และผลนี้มีคำอธิบายที่ง่ายกว่า งานวิจัยอื่นส่วนใหญ่พบว่าการใช้กัญชาในผู้ป่วยไบโพลาร์สัมพันธ์กับการเริ่มป่วยเร็วขึ้น อาการแมเนียรุนแรงขึ้น และการดำเนินโรคที่แย่ลง บทความตอนนี้จะพาไปดูหลักฐานเหล่านั้น ดูว่าหลักฐานนี้มีความหมายอย่างไรต่อโรคซึมเศร้าด้วย และควรทำอย่างไรหากเรื่องนี้เกี่ยวกับตัวคุณ
หมายเหตุผู้แปล: ฟอรัมนี้ทำขึ้นเพื่อผู้ปลูกเป็นหลัก เพื่อน คนในครอบครัว หรือลูกค้าอาจถามคุณว่ากัญชา “ช่วย” โรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ได้ไหม บทความนี้รวบรวมหลักฐานไว้ให้คุณตอบได้ตรงตามความจริง และแนะนำให้เขาไปพบแพทย์
อ่านส่วนนี้ก่อน บทความนี้ไม่ได้แนะนำให้ใช้กัญชากับโรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ อย่าใช้ข้อมูลใดในบทความนี้เป็นเหตุผลในการปรับยาจิตเวช การหยุดยาต้านซึมเศร้าหรือยาปรับอารมณ์ (mood stabiliser) ทันทีทันใดเป็นอันตราย
ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม มีเพียงผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สั่งจ่ายได้ โดยต้องใช้ใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 โปรดระวังเป็นพิเศษหากคุณหรือคนในครอบครัวใกล้ชิดเคยมีอาการโรคจิต (psychosis คือภาวะที่การรับรู้หลุดจากความเป็นจริง) โรคไบโพลาร์ หรือโรคซึมเศร้ารุนแรง ดูเพิ่มเติมที่ข้อห้ามใช้และข้อควรระวังของกัญชาทางการแพทย์
หากตอนนี้คุณกำลังลำบากกับอารมณ์ของตัวเอง ให้คุยกับแพทย์หรือคนที่คุณไว้ใจ อย่าตัดสินใจทำอะไรจากสิ่งที่อ่านเจอในฟอรัม ในประเทศไทย โทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ส่วนประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้โทรหมายเลขฉุกเฉินในพื้นที่ของคุณ
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1414
1. ข้อกล่าวอ้าง: ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่ใช้กัญชาคิดได้ดีกว่า
โรคไบโพลาร์ชนิดที่ 1 (bipolar I disorder) เป็นโรคทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยต้องเคยมีช่วงแมเนีย (mania) อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แมเนียคือช่วงที่อารมณ์ครึกครื้นหรือหงุดหงิดผิดปกติ พลังเหลือล้น แทบไม่ต้องนอน และตัดสินใจทำเรื่องเสี่ยง ผู้ป่วยไบโพลาร์ชนิดที่ 1 ส่วนใหญ่ก็มีช่วงซึมเศร้าด้วย
ข้อกล่าวอ้างนี้มาจากโรงพยาบาล Zucker Hillside ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าผู้ป่วยไบโพลาร์ชนิดที่ 1 ที่ใช้กัญชาทำแบบทดสอบ 3 ด้านได้ดีกว่าผู้ป่วยไบโพลาร์ชนิดที่ 1 คนอื่น ได้แก่
- ความใส่ใจจดจ่อ (attention)
- ความเร็วในการประมวลผล (processing speed) คือสมองจัดการข้อมูลได้เร็วแค่ไหน
- ความจำใช้งาน (working memory) คือการจำข้อมูลไว้ในหัวเพียงไม่กี่วินาทีระหว่างที่กำลังใช้ข้อมูลนั้น
งานวิจัยที่เป็นต้นทางของข้อกล่าวอ้างนี้ตีพิมพ์โดย Braga และคณะในปี ค.ศ. 2012 เป็นการศึกษาย้อนหลัง (retrospective) คือย้อนดูข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอยู่แล้ว 200 คน ในจำนวนนี้ 50 คนเคยมีภาวะความผิดปกติจากการใช้กัญชา (cannabis use disorder) หมายถึงใช้แบบควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้จะเสียหายต่อสุขภาพ การงาน หรือความสัมพันธ์แล้วก็ตาม
ผู้ป่วย 50 คนกลุ่มนี้ยังมีประวัติอาการโรคจิตตลอดช่วงชีวิต (lifetime psychosis) มากกว่าด้วย หมายถึงเคยมีอาการโรคจิตในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ผู้วิจัยมองว่าข้อนี้อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มของโรคจะแย่กว่า
งานทบทวนที่ตามมาภายหลังยังถือว่าข้อขัดแย้งนี้ยังไม่มีข้อสรุป งานวิจัยเรื่องนี้มีเพียงไม่กี่ชิ้น และผลก็ไม่ตรงกันว่าทักษะทางความคิดด้านไหนที่ต่างกันระหว่างผู้ป่วยไบโพลาร์ที่ใช้และไม่ใช้กัญชา หรือแม้แต่ว่ามีด้านไหนต่างกันจริงหรือไม่
2. คำอธิบายที่ง่ายกว่าสำหรับข้อกล่าวอ้างนี้
ก่อนจะอ่านผลนี้ว่าเป็นประโยชน์ของกัญชา ลองคิดดูว่ามีอะไรอื่นที่ทำให้เกิดผลแบบนี้ได้บ้าง คำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้นั้นง่ายมาก คนที่จะหากัญชามาใช้ได้เป็นประจำต้องใช้ชีวิตได้ดีพอสมควร เช่น ติดต่อกับคนอื่นได้ จัดการเงินได้ และออกจากบ้านได้
ความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยไบโพลาร์แต่ละคนต่างกันมาก ดังนั้นผลที่ว่า “คนที่ใช้กัญชาทำแบบทดสอบได้ดีกว่า” อาจแค่บอกว่าใครมีอาการดีพอที่จะใช้กัญชาได้ และอาจไม่ได้บอกอะไรเลยว่ากัญชาส่งผลอย่างไร
ในรูปแบบที่พบตามปกติ นักวิจัยเรียกปัญหานี้ว่า “confounding by indication” (การกวนจากข้อบ่งชี้ในการรักษา) ปกติผู้ป่วยที่อาการหนักที่สุดจะเป็นกลุ่มที่ได้รับการรักษา กลุ่มที่ได้รับการรักษาจึงดูแย่กว่า แต่กรณีนี้กลับด้านกัน ผู้ป่วยที่อาการดีกว่าคือคนที่หากัญชามาใช้ได้ กลุ่มที่ใช้กัญชาจึงดูดีกว่า การเปรียบเทียบผู้ป่วยแค่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งตัดความเป็นไปได้นี้ออกไม่ได้
สิ่งที่คุณทำได้: หากมีคนส่งข้อกล่าวอ้างว่า “คนใช้กัญชาคิดได้ดีกว่า” มาให้คุณ ให้ถามกลับคำถามเดียว คือกลุ่มที่ใช้กัญชาอาการดีกว่าอยู่แล้วตั้งแต่แรกหรือเปล่า งานวิจัยชิ้นนั้นชิ้นเดียวตอบคำถามนี้ไม่ได้
3. งานวิจัยโรคไบโพลาร์ชิ้นอื่นพบอะไร
งานวิจัยโรคไบโพลาร์ชิ้นอื่นส่วนใหญ่ชี้ไปในทางตรงข้าม งานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (observational study) คือนักวิจัยเฝ้าดูสิ่งที่ผู้คนทำกันอยู่แล้ว ไม่ได้กำหนดให้ใครได้รับการรักษาแบบไหน
| ประเด็น | สิ่งที่งานวิจัยพบ |
|---|---|
| อายุที่เริ่มป่วย | การใช้กัญชาสัมพันธ์กับการเริ่มมีอาการทางอารมณ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า |
| อาการแมเนีย | การใช้กัญชาสัมพันธ์กับอาการแมเนียที่รุนแรงขึ้นในโรคไบโพลาร์ และกับการเกิดอาการแมเนียเป็นครั้งแรก |
| อาการโรคจิต | ผู้ใช้กัญชาเคยมีอาการโรคจิตในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตบ่อยกว่า |
| การพยายามฆ่าตัวตาย | พบบ่อยกว่าในผู้ใช้กัญชา |
| การดำเนินโรคตลอด 2 ปี | การใช้ต่อเนื่องสัมพันธ์กับอัตราการฟื้นตัวและอัตราโรคสงบ (remission) ที่ต่ำกว่า กลับเป็นซ้ำบ่อยกว่า และมีปัญหาในการทำงานมากกว่า |
ที่มา:
- Pinto และคณะ, 2019: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) จากงานวิจัย 53 ชิ้น การวิเคราะห์อภิมานคือการรวมผลของงานวิจัยหลายชิ้นให้ออกมาเป็นค่าประมาณเดียว
- Gibbs และคณะ, 2015: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานของการศึกษาแบบไปข้างหน้า (prospective) ซึ่งติดตามกลุ่มคนต่อไปตามเวลา
- Zorrilla และคณะ, 2015: การศึกษา EMBLEM (ดูหัวข้อที่ 4)
ทั้งหมดนี้เป็นความสัมพันธ์ บอกได้ว่าอะไรเกิดคู่กับอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าอะไรเป็นสาเหตุของอะไร
4. ข้อค้นพบเดียวที่นำไปลงมือทำได้: หยุดใช้ระหว่างช่วงที่อาการกำเริบ
มีผลการศึกษาหนึ่งที่มีประโยชน์กว่าทุกข้อในตาราง เพราะคุณนำไปลงมือทำได้ ผลนี้มาจาก EMBLEM (European Mania in Bipolar Longitudinal Evaluation of Medication) ซึ่งเป็นการศึกษาเชิงสังเกตใน 14 ประเทศในยุโรป EMBLEM ติดตามผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาช่วงแมเนียหรือช่วงอาการผสมเป็นเวลา 2 ปี ช่วงอาการผสม (mixed episode) หมายถึงมีทั้งอาการแมเนียและอาการซึมเศร้าในเวลาเดียวกัน
ผู้ป่วยไบโพลาร์บางคนหยุดใช้กัญชาระหว่างช่วงแมเนียหรือช่วงอาการผสม ตลอด 2 ปีต่อมา ผลทางคลินิกและผลด้านการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ใกล้เคียงกับผู้ป่วยที่ไม่เคยใช้กัญชาเลย “ด้านการใช้ชีวิต” (functional) ในที่นี้หมายถึงชีวิตประจำวัน เช่น การงานและความสัมพันธ์
ผลนี้ยังคงมาจากการศึกษาเชิงสังเกต ถึงอย่างนั้นก็นับว่าเป็นผลที่ให้ความหวังมากที่สุดในงานวิจัยกลุ่มนี้ และยังชี้ไปในทิศตรงข้ามกับข้อกล่าวอ้างเรื่องความสามารถทางความคิดในหัวข้อที่ 1
สิ่งที่คุณทำได้: หากคุณเป็นโรคไบโพลาร์และใช้กัญชาอยู่ ให้บอกจิตแพทย์ตามจริงว่าใช้อะไร ปริมาณเท่าไร และบ่อยแค่ไหน เล่าถึงผลการศึกษา EMBLEM แล้วถามว่าการหยุดกัญชาโดยมีแพทย์คอยดูแลเหมาะกับคุณหรือไม่ แพทย์จะได้เห็นภาพครบ และคุณจะได้ขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจนและมีหลักฐานรองรับ
5. รวมหลักฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ภาพรวมทั้งหมดเป็นดังนี้ โดยรวมสิ่งที่พบในตอนที่ 1 ไว้ด้วย
- กลไกนี้มีอยู่จริง สัญญาณจากแคนนาบินอยด์ส่งผลต่อเซลล์สมองที่สร้างเซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ยาต้านซึมเศร้าหลายตัวออกฤทธิ์ผ่าน ในหนูแรท แคนนาบินอยด์สังเคราะห์ขนาดต่ำให้ผลคล้ายยาต้านซึมเศร้า (Bambico และคณะ มหาวิทยาลัย McGill ประเทศแคนาดา ค.ศ. 2007)
- ผลแบบโค้งขึ้นแล้วลงก็มีอยู่จริงเช่นกัน ในหนูกลุ่มเดียวกัน ผลคล้ายยาต้านซึมเศร้าหายไปเมื่อให้ขนาดเกินระดับหนึ่ง และเซลล์เซโรโทนินส่งสัญญาณน้อยลง นี่คือผลแบบสองระยะ (biphasic) หรือกราฟรูปตัว U คว่ำ ประโยชน์จะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดแล้วลดลง บางครั้งลดลงต่ำกว่าจุดเริ่มต้นด้วยซ้ำ ความรู้สึกของคุณเองบอกไม่ได้ว่าตอนนี้คุณอยู่ฝั่งไหนของจุดสูงสุด
- ข้อมูลในคนชี้ไปอีกทาง ในการศึกษาเชิงสังเกต การใช้กัญชาสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าที่มากขึ้นเล็กน้อย (อัตราส่วนออดส์ หรือ odds ratio 1.29 ในงานทบทวนปี ค.ศ. 2025 จากงานวิจัย 22 ชิ้น และ 1.37 ในงานทบทวนกลุ่มวัยรุ่นปี ค.ศ. 2019) การใช้ในปริมาณมากอาจทำให้แย่ลง ส่วนอะไรเป็นสาเหตุยังไม่มีข้อสรุป
- หลักฐานด้านโรคไบโพลาร์แย่กว่านั้นอีก ในข้อมูลเชิงสังเกต การใช้กัญชาสัมพันธ์กับการเริ่มป่วยเร็วขึ้น อาการแมเนียรุนแรงขึ้น และการดำเนินโรคที่แย่ลง ฝั่งตรงข้ามมีเพียงผลด้านความคิดชิ้นเดียวที่ยังเป็นที่โต้แย้ง และมีคำอธิบายอื่นที่เห็นได้ชัด
- ยังไม่มีหลักฐานด้านการรักษา ยังไม่มีงานวิจัยแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (randomised controlled trial) มากพอที่แสดงว่ากัญชารักษาโรคใดโรคหนึ่งในสองโรคนี้ได้ ในงานวิจัยแบบนี้ การสุ่มเป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้รับการรักษา
ถ้ามองอย่างตรงไปตรงมา หลักฐานทั้งหมดนี้ยังไม่ให้คำตอบที่ฟังแล้วสบายใจ และการยอมรับว่ายังไม่มีคำตอบคือจุดยืนที่ถูกต้อง ทั้งคำว่า “กัญชาช่วยโรคซึมเศร้า” และ “กัญชาทำให้เป็นโรคซึมเศร้า” ล้วนง่ายเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่รู้กันอยู่ การเถียงกันให้หนักขึ้นไม่ได้ช่วยให้ได้ข้อยุติ มีเพียงงานวิจัยทดลองที่ยังไม่มีใครทำเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้
สิ่งที่คุณทำได้: เมื่อมีคนถามว่ากัญชาช่วยโรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ได้ไหม ให้ตอบสั้น ๆ และถูกต้อง บอกว่ายังไม่มีงานวิจัยที่มีกลุ่มควบคุมแสดงว่ากัญชารักษาโรคใดในสองโรคนี้ได้ การใช้ในปริมาณมากสัมพันธ์กับผลที่แย่ลง และควรปรึกษาแพทย์ก่อน
6. หากเรื่องนี้เกี่ยวกับตัวคุณ
ประวัติของคุณสำคัญที่สุด
การที่ตัวคุณเองหรือคนในครอบครัวเคยมีอาการโรคจิต เป็นโรคไบโพลาร์ หรือเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง คือข้อควรระวังที่หนักที่สุดในการใช้กัญชาทางการแพทย์ ที่ต้องระวังข้อนี้เพราะ THC ซึ่งเป็นสารหลักที่ทำให้มึนเมาในกัญชา สามารถกระตุ้นอาการโรคจิตและทำให้อารมณ์แปรปรวนในคนที่มีความเสี่ยง ข้อควรระวังนี้ใช้เหมือนกันไม่ว่ากัญชานั้นจะได้มาจากใบสั่งจ่ายหรือไม่
อย่าหยุดยาเอง
อย่าหยุดยาที่ใช้อยู่ การหยุดยาต้านซึมเศร้าและยาปรับอารมณ์อาจทำให้เกิดอาการถอนยา ในโรคไบโพลาร์ การหยุดยาปรับอารมณ์อาจทำให้อาการกำเริบรอบใหม่
การคุยกับจิตแพทย์เรื่องกัญชาเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การเปลี่ยนยาที่ใช้อยู่ด้วยตัวเองไม่ควรทำ
การนัดพบจิตแพทย์ในประเทศไทย
หมายเหตุผู้แปล: เริ่มที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่สิทธิการรักษาของคุณลงทะเบียนไว้ ขอนัดแผนกจิตเวชหรือขอใบส่งตัว โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่มักมีคลินิกจิตเวชหรือคลินิกสุขภาพจิต ส่วนโรงพยาบาลขนาดเล็กส่งตัวต่อให้ได้ คุณยังโทรสายด่วน 1323 ได้ด้วย ซึ่งให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
สิ่งที่ควรบอกแพทย์เรื่องกัญชา
หมายเหตุผู้แปล: ผู้ป่วยจำนวนมากบอกแพทย์ว่าใช้กัญชาน้อยกว่าความจริง แต่แพทย์จะประเมินปฏิกิริยาระหว่างยาและผลต่ออารมณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลครบเท่านั้น ก่อนวันนัด ให้จดข้อมูลเหล่านี้ไว้
- ใช้อะไร (ช่อดอก น้ำมัน หรืออาหารผสมกัญชา) และใช้วิธีไหน (สูบ สูดไอระเหย หรือกิน)
- ปริมาณ THC และแคนนาบิไดออล (CBD) หากรู้จากฉลากหรือจากใบรับรองผลการวิเคราะห์
- ใช้ครั้งละเท่าไร บ่อยแค่ไหน และใช้มานานเท่าไรแล้ว
- เริ่มใช้เพราะอะไร และหลังจากนั้นอารมณ์และการนอนเปลี่ยนไปอย่างไร
- ยาและอาหารเสริมทุกตัวที่ใช้อยู่ ดูปฏิกิริยาระหว่างยากับกัญชา: รายการที่ควรพกไปให้แพทย์ดู
ถามแพทย์ตรง ๆ ว่าคิดเห็นอย่างไรและเพราะอะไร เหตุผลของแพทย์สำคัญพอ ๆ กับคำตอบ
ใบสั่งจ่ายและผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย
ในประเทศไทย การตัดสินใจเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้สั่งจ่าย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ตามประกาศนี้ ช่อดอกจะขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 เท่านั้น ใบสั่งจ่ายแต่ละใบครอบคลุมปริมาณใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน
ประกาศฉบับเดียวกันนี้ห้ามโฆษณาช่อดอกกัญชาและห้ามขายทางออนไลน์
หมายเหตุผู้แปล: ช่อดอกที่เสนอขายทางออนไลน์เป็นการขายที่ฝ่าฝืนข้อห้ามนี้ และไม่มีผู้สั่งจ่ายคนใดตรวจดูว่าเหมาะกับประวัติของคุณหรือไม่ หากคุณได้รับการสั่งจ่ายช่อดอก ให้ขอดูปริมาณ THC ของรุ่นการผลิตนั้น ผลิตภัณฑ์ที่มี THC สูงทำให้ใช้เกินขนาดได้ง่ายขึ้น
หากคุณกำลังคิดจะทำร้ายตัวเอง
อย่าแบกเรื่องนี้ไว้คนเดียวหรือหาทางออกจากฟอรัม ในประเทศไทย โทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ส่วนประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้โทรหมายเลขฉุกเฉินในพื้นที่ของคุณ คุณยังติดต่อแพทย์หรือคนใกล้ชิดได้ตั้งแต่วันนี้
หากคุณเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ และเคยคุยเรื่องกัญชากับจิตแพทย์ ช่วยแชร์ไว้ใต้กระทู้นี้ว่าแพทย์บอกอะไร และอธิบายเหตุผลอย่างไร การรู้ว่าบทสนทนาแบบนี้เกิดขึ้นจริงอย่างไรในประเทศไทยและในภูมิภาค มีประโยชน์กว่าการถกเถียงกว้าง ๆ อีกรอบ
เอกสารอ้างอิง
- Bambico FR, Katz N, Debonnel G, Gobbi G. Cannabinoids elicit antidepressant-like behavior and activate serotonergic neurons through the medial prefrontal cortex. J Neurosci. 2007;27(43):11700–11711. doi:10.1523/JNEUROSCI.1636-07.2007
- Churchill V, Sutton Chubb C, Popova L, Spears CA, Pigott T. The association between cannabis and depression: an updated systematic review and meta-analysis. Psychol Med. 2025;55:e44. doi:10.1017/S0033291724003143
- Gobbi G, Atkin T, Zytynski T, et al. Association of cannabis use in adolescence and risk of depression, anxiety, and suicidality in young adulthood: a systematic review and meta-analysis. JAMA Psychiatry. 2019;76(4):426–434. doi:10.1001/jamapsychiatry.2018.4500
- Braga RJ, Burdick KE, DeRosse P, Malhotra AK. Cognitive and clinical outcomes associated with cannabis use in patients with bipolar I disorder. Psychiatry Res. 2012;200(2–3):242–245. doi:10.1016/j.psychres.2012.05.025
- Zorrilla I, Aguado J, Haro JM, et al. Cannabis and bipolar disorder: does quitting cannabis use during manic/mixed episode improve clinical/functional outcomes? Acta Psychiatr Scand. 2015;131(2):100–110. doi:10.1111/acps.12366
- Pinto JV, Medeiros LS, Santana da Rosa G, et al. The prevalence and clinical correlates of cannabis use and cannabis use disorder among patients with bipolar disorder: a systematic review with meta-analysis and meta-regression. Neurosci Biobehav Rev. 2019;101:78–84. doi:10.1016/j.neubiorev.2019.04.004
- Gibbs M, Winsper C, Marwaha S, Gilbert E, Broome M, Singh SP. Cannabis use and mania symptoms: a systematic review and meta-analysis. J Affect Disord. 2015;171:39–47. doi:10.1016/j.jad.2014.09.016
ข้อมูลเพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่มีเนื้อหาใดในบทความนี้แนะนำให้ใช้กัญชากับภาวะทางจิตเวชใด ๆ