ไฟปลูกในร่มปี พ.ศ. 2569: เปรียบเทียบ LED, HPS และ CMH — สเปกตรัม ผลการวิจัย UV และแสงแดงไกล และวิธีเลือกโคมไฟ (ตอนที่ 2 จาก 2)

แสงจากไฟปลูกแต่ละแบบมีสัดส่วนสีไม่เท่ากัน สัดส่วนสีนี้มีผลต่อความสูงของต้นกัญชา ปริมาณ THC หรือ CBD ที่ต้นสร้าง และความแรงของกลิ่น บทความตอนนี้จะเปรียบเทียบสัดส่วนสีของไฟ LED ไฟโซเดียมความดันสูง (HPS) และหลอดเมทัลฮาไลด์เซรามิก (CMH) สรุปงานวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ถึง 2568 ให้ค่าตั้งสำหรับไฟเสริม UV และแสงแดงไกล (far-red) แล้วปิดท้ายด้วยรายการตรวจสอบสำหรับเลือกโคมไฟ บทความนี้เขียนสำหรับผู้ปลูกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ฟาร์มที่มีใบอนุญาตไปจนถึงห้องปลูกในร่มขนาดเล็ก

ในบทความนี้จะเจอศัพท์ 2 คำบ่อยๆ คือ PAR และ PPFD โดย PAR คือแสงช่วงความยาวคลื่น 400–700 nm ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง PPFD คือปริมาณแสงช่วงนั้นที่ตกลงบนทรงพุ่ม 1 ตารางเมตรในแต่ละวินาที มีหน่วยเป็น µmol/m²/s ส่วนเรื่องแสงต่อวัตต์ ความร้อน อายุการใช้งาน และต้นทุนตลอด 5 ปี อยู่ในตอนที่ 1

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1001

1. สัดส่วนสีของแสงจากไฟแต่ละแบบ

สีของแสงบอกด้วยความยาวคลื่นซึ่งมีหน่วยเป็นนาโนเมตร (nm) แสงสีน้ำเงินอยู่ราว 450 nm ส่วนแสงสีแดงอยู่ราว 620–660 nm UV-A (315–400 nm) และ UV-B (280–315 nm) มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่ตามองเห็น แสงแดงไกล (ราว 730 nm) อยู่ถัดจากแสงสีแดงออกไป จึงอยู่นอกช่วง PAR 400–700 nm ถ้าต้องการปูพื้นฐานก่อน อ่านสเปกตรัมแสงและปริมาณแสงรวมต่อวัน (DLI)

  • LED (แสงขาว ฟูลสเปกตรัม): ให้แสงครอบคลุมช่วง 400–700 nm โดยมีแสงเข้มที่สุดราว 450 nm (สีน้ำเงิน) และ 620–660 nm (สีแดง) โคมรุ่นใหม่เพิ่มช่องแสงแดงไกล (730 nm) และ UV-A (380–400 nm) แยกต่างหาก คุณจึงปรับสัดส่วนแสงได้เอง
  • HPS: แสงส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 565–600 nm (สีเหลืองส้ม) แสงสีน้ำเงินมีไม่ถึง 5% ของแสงทั้งหมด และไม่มี UV เลย พอแสงสีน้ำเงินน้อยกว่าแสงสีแดงมาก ต้นจะยืดตัว คือลำต้นยาวขึ้นและข้อใบห่างกันมากขึ้น
  • CMH: ให้แสงต่อเนื่องเป็นช่วงกว้างตั้งแต่ 360 ถึง 780 nm ใกล้เคียงแสงแดด มีทั้ง UV-A และ UV-B มีแสงสีน้ำเงินในสัดส่วนสูง และมีแสงสีแดงในสัดส่วนที่สมดุล ค่าความถูกต้องของสี (CRI คือคะแนน 0–100 ที่บอกว่าสีของวัตถุใต้ไฟดูตรงกับสีจริงแค่ไหน) อยู่ราว 90

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าเปลี่ยนจาก HPS มาใช้ LED ต้นจะยืดตัวน้อยลง จึงควรปรับวิธีจัดทรงต้นให้เข้ากัน บันทึกความสูงของต้นตอนเปลี่ยนเข้าช่วงทำดอกและตอนเก็บเกี่ยว ตัวเลขนี้จะบอกว่าไฟใหม่ทำให้พันธุ์ปลูก (cultivar) ของคุณสูงต่างไปจากเดิมแค่ไหน

2. สัดส่วนสีของแสงส่งผลต่อ THC และกลิ่นอย่างไร

THC กับสัดส่วนสีของแสง

งานวิจัยยังเห็นไม่ตรงกันว่าแสงที่มีสีน้ำเงินมากจะช่วยเพิ่ม THC หรือไม่ Westmoreland, Kusuma และ Bugbee (2021, PLoS ONE) ปลูกกัญชงทางการแพทย์ใต้ไฟ HPS และไฟ LED หลายสัดส่วนสี โดยให้ความเข้มแสงเท่ากันและให้แสงสีน้ำเงินมีสัดส่วนตั้งแต่ 4% ถึง 20% ผลคือสเปกตรัมไม่มีผลต่อความเข้มข้นของ THC หรือ CBD แต่ผลผลิตลดลงประมาณ 12% เมื่อสัดส่วนแสงสีน้ำเงินเพิ่มจาก 4% เป็น 20% ผู้วิจัยสรุปว่าถ้าต้องการผลิตให้คุ้มทุน แสงต่อวัตต์สำคัญกว่าสเปกตรัม

ในหัวข้อที่ 3 จะเห็นว่าการใช้ UV อย่างเดียวก็เพิ่มแคนนาบินอยด์ (THC, CBD และสารกลุ่มเดียวกัน) ในพันธุ์ปลูก THC สูงรุ่นใหม่ได้ไม่แน่นอนเช่นกัน

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าเปลี่ยนจาก HPS มาใช้ LED ให้ใช้พันธุ์ปลูก สูตรปุ๋ย และเวลาเก็บเกี่ยวเหมือนเดิม 1 รอบการปลูก แล้วส่งตัวอย่างช่อดอกไปตรวจที่แล็บ นำค่า THC มาเทียบกับใบรับรองผลของรอบล่าสุดที่ใช้ HPS (วิธีอ่านใบรับรองผลการวิเคราะห์) วิธีนี้ทำให้รู้ว่าผลแบบในงานวิจัยเกิดกับสายพันธุ์ของคุณด้วยหรือไม่ ถ้าต้องการหาแล็บตรวจในไทย ถามชุมชนได้ในหมวดบริการ B2B

กลิ่น

Huebner และคณะตีพิมพ์งานวิจัยเมื่อปี พ.ศ. 2567 (2024) ในวารสาร Frontiers in Plant Science ทีมวิจัยให้ UV หลายรูปแบบเสริมจากไฟหลัก แล้ววัดว่าเทอร์ปีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กัญชามีกลิ่น เปลี่ยนไปอย่างไร มีรูปแบบหนึ่ง (UV 1.81 W/m² เกือบทั้งหมดเป็น UV-A มี UV-B ประมาณ 1%) ที่ทำให้เทอร์ปีน 3 ชนิดในตารางด้านล่างสูงขึ้น เมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้รับ UV ส่วนผลผลิตและระดับแคนนาบินอยด์ไม่เปลี่ยน และไม่มี UV รูปแบบใดในงานวิจัยนี้ที่ทำให้โปรไฟล์แคนนาบินอยด์เปลี่ยน

เทอร์ปีน ปริมาณที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้ UV รูปแบบที่ได้ผลดีที่สุด เทียบกับไม่ใช้ UV
Linalool +29%
Limonene +25%
Myrcene +22%

บทความต้นฉบับสรุปว่าโคม LED ที่เสริม UV เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มเทอร์ปีน แต่ข้อสรุปนี้มาจาก UV รูปแบบเดียวในงานวิจัยชิ้นเดียว และงานวิจัย UV ชิ้นอื่นไม่พบว่าเทอร์ปีนเพิ่มขึ้น (หัวข้อที่ 3) เรื่องนี้สำคัญเพราะเทอร์ปีนกำหนดกลิ่น และผู้ซื้อใช้กลิ่นตัดสินคุณภาพช่อดอก

สิ่งที่ควรทำ: ทดลอง UV กับต้นล็อตเล็กๆ ก่อน โดยใช้ค่าตั้งในหัวข้อที่ 4 ดูผลจากค่าเทอร์ปีนที่แล็บตรวจ หรือให้คนดมโดยไม่บอกว่าตัวอย่างไหนมาจากชุดไหน อย่าตัดสินจากความรู้สึก วิธีนี้ช่วยไม่ให้คุณเสียเงินซื้อ UV ที่ไม่ได้ช่วยพันธุ์ปลูกของคุณเลย

3. ผลการวิจัย

แสงเท่าไรจึงพอ

  • กัญชงกับ CBD (Hahm และคณะ, 2025): งานวิจัยในเกาหลีใต้ปลูกกัญชงพันธุ์ ‘Queen Dream’ ที่ 200, 400 และ 600 µmol/m²/s ความเข้มข้นของ CBD รวมที่ 600 µmol/m²/s สูงกว่าที่ 200 µmol/m²/s อยู่ 36.88% งานนี้ไม่ได้ทดสอบที่ระดับแสงสูงกว่า 600
  • เพิ่มแสงโดยไม่เติม CO2 (Rodriguez-Morrison และคณะ, 2021): เมื่อ CO2 ในห้องอยู่ระดับปกติ ผลผลิตช่อดอกแห้งเพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงตามความเข้มแสงไปจนถึง 1,800 µmol/m²/s แต่ระดับแสงไม่เปลี่ยนความเข้มข้นของแคนนาบินอยด์ งานวิจัยอีกชิ้นที่ไม่เติม CO2 เช่นกัน (Llewellyn และคณะ, 2022) พบว่าน้ำหนักช่อดอกแห้งที่ 1,000 µmol/m²/s มากกว่าที่ 600 ประมาณ 1.6 เท่า

ในงานวิจัยเหล่านี้ แสงที่มากขึ้นทำให้ได้ช่อดอกมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ช่อดอกแรงขึ้น แสงที่เพิ่มขึ้นแต่ละขั้นก็ทำให้ค่าไฟและความร้อนเพิ่มขึ้นด้วย ระดับแสงที่เหมาะกับห้องของคุณจึงขึ้นกับระบบทำความเย็นและต้นทุนของคุณ ส่วนการเติม CO2 เป็นอีกเรื่องที่ต้องตัดสินใจแยก และมีต้นทุนของมันเอง

หมายเหตุผู้แปล: การเติม CO2 ต้องทำในห้องปิด เพราะการระบายอากาศจะพา CO2 ออกไปหมด ในไทย ห้องปิดต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศระบายความร้อนทั้งหมด ถ้าไฟดับ ห้องจะร้อนเกินอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่เติม CO2 ให้ตั้งเป้าแสงไว้ที่ 600–800 µmol/m²/s และวัดที่ระดับความสูงของทรงพุ่ม

ไฟแท่งภายในทรงพุ่ม

การให้แสงภายในทรงพุ่ม (inter-canopy lighting) คือการแขวนไฟ LED แบบแท่งไว้ระหว่างต้น ในระดับระหว่างช่อดอกด้านบนกับช่อดอกด้านล่าง ต้นที่ปลูกแบบนี้ให้ผลดังนี้:

  • น้ำหนักช่อดอกแห้งมากขึ้น 29.95%
  • THC รวมต่อต้นมากขึ้น 24.4%

ตัวเลขนี้มาจาก Garrido และคณะ (2025, Plants) ซึ่งทดลองในกัญชาทางการแพทย์ โดยเทียบการให้แสงจากด้านบนอย่างเดียวกับการให้แสงจากด้านบนร่วมกับไฟแท่งในทรงพุ่ม ตามปกติช่อดอกด้านล่างได้แสงน้อย จึงเล็กและโปร่ง ผู้ปลูกเรียกช่อแบบนี้ว่า “larf” เมื่อมีแสงจากด้านข้างส่องถึง ช่อด้านล่างจึงโตเป็นช่อดอกที่ใช้ได้

  • สิ่งที่ได้: น้ำหนักช่อดอกมากขึ้น เห็นผลชัดที่สุดในส่วนกลางและส่วนล่างของต้น และได้ THC รวมต่อต้นมากขึ้น
  • ในไทย: ไฟแท่งแต่ละอันเพิ่มวัตต์และความร้อน จึงต้องคำนวณระบบทำความเย็นใหม่ด้วยวิธีในตอนที่ 1 ทรงพุ่มที่แน่นและได้แสงทั่วถึงยังต้องมีลมหมุนเวียนแรงในฤดูฝน เพื่อป้องกันโรคเน่าช่อดอก (โบไทรทิส)
  • เริ่มจากตรงไหน: ติดไฟแท่ง 1 อันใน 1 แถว และปล่อยอีกแถวไว้โดยไม่ติด ตอนเก็บเกี่ยวให้ชั่งน้ำหนักช่อดอกด้านล่างของแต่ละแถวแยกกัน วิธีนี้บอกได้ว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นคุ้มกับค่าไฟแท่งและค่าทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

UV: เพิ่ม THC ได้ไม่แน่นอน และผลต่อกลิ่นยังไม่ตรงกัน

ผู้ปลูกหลายคนเชื่อว่า UV ช่วยเพิ่ม THC แต่งานวิจัยจากแคนาดา 2 ชิ้นพบว่า UV ไม่ได้ เพิ่มปริมาณแคนนาบินอยด์ในพันธุ์ปลูกรุ่นใหม่ (Rodriguez-Morrison และคณะ, 2021; Llewellyn และคณะ, 2022) งานวิจัยรุ่นเก่าเคยพบว่า UV เกี่ยวข้องกับแคนนาบินอยด์ ผลนั้นอาจเกิดจากสายพันธุ์รุ่นเก่า เพราะการปรับปรุงพันธุ์อาจทำให้พันธุ์ปลูกรุ่นใหม่สร้างแคนนาบินอยด์ได้สูงจน UV ไม่ช่วยเพิ่มได้อีก

ส่วนผลต่อกลิ่นและเรซิน งานวิจัยยังได้ผลไม่ตรงกัน Huebner และคณะ (2024) พบว่า UV ปริมาณต่ำรูปแบบหนึ่งเพิ่มเทอร์ปีนบางชนิด (หัวข้อที่ 2) แต่งานวิจัยอื่นไม่พบการเปลี่ยนแปลงของเทอร์ปีนรวม (Llewellyn และคณะ, 2022) หรือพบว่าเทอร์ปีนรวมลดลงเมื่อ UV-B เพิ่มขึ้น (Rodriguez-Morrison และคณะ, 2021) ไทรโคม (trichome) คือต่อมเรซินเล็กๆ บนดอกที่สร้างแคนนาบินอยด์และเทอร์ปีน มีงานวิจัยหนึ่งสังเกตว่าไทรโคมบนใบเล็กที่แทรกอยู่ในช่อดอก (sugar leaf) หนาแน่นขึ้นเมื่อใช้ UV-A ร่วมกับ UV-B แต่ไม่ได้วัดออกมาเป็นตัวเลข (Llewellyn และคณะ, 2022)

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าจะลองใช้ UV อย่าคาดหวังว่า THC จะเพิ่ม ส่วนผลต่อกลิ่นหรือเรซินขึ้นกับปริมาณ UV และพันธุ์ปลูก จึงควรวัดทั้งกลิ่นและเรซิน แล้วคุณจะรู้ว่า UV ช่วยอะไรได้จริงในห้องของคุณ

แสงแดงไกล (far-red)

Peterswald, Purdy และคณะตีพิมพ์งานวิจัยเมื่อปี พ.ศ. 2568 (2025) ในวารสาร Scientific Reports โดยทดสอบแสงแดงไกลกับกัญชาทางการแพทย์ 3 พันธุ์ปลูก ในพันธุ์ Northern Lights การให้แสงปกติ 10 ชั่วโมง แล้วตามด้วยแสงแดงไกล 2 ชั่วโมงตอนเริ่มช่วงมืด ให้แคนนาบินอยด์รวมต่อต้นมากกว่าการให้แสงปกติ 12 ชั่วโมงเกือบ 70% ส่วนอีก 2 พันธุ์ตอบสนองต่างออกไป

บทนำของงานวิจัยนี้อธิบายปรากฏการณ์เอเมอร์สัน (Emerson enhancement effect) ไว้ว่า เมื่อเติมแสงแดงไกลเข้าไปกับแสงสีแดง การสังเคราะห์แสงจะเร็วกว่าผลรวมของแสงทั้งสองเมื่อให้แยกกัน แต่แสงแดงไกลก็มีข้อเสีย:

  • ทำให้ต้นยืดตัวหนีร่มเงา ต้นจะเข้าใจว่าแสงแดงไกลคือเงาจากต้นข้างๆ จึงยืดสูงขึ้น ในงานวิจัยนี้ แสงแดงไกลทำให้ต้นสูงขึ้นทั้ง 3 พันธุ์
  • งานวิจัยนี้ไม่ได้วัดเทอร์ปีน จึงบอกอะไรเรื่องกลิ่นไม่ได้
  • ผลของแสงแดงไกลขึ้นกับสายพันธุ์มาก

สิ่งที่ควรทำ: ให้มองแสงแดงไกลว่าเป็นการได้อย่างเสียอย่าง ระหว่างผลผลิต ความสูง และกลิ่น ทดสอบกับพันธุ์ปลูกเดียวก่อนนำไปใช้ทั้งห้อง (หัวข้อที่ 4)

4. ค่าตั้งสำหรับไฟเสริม UV และแสงแดงไกล

ความแรงของ UV วัดเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร (W/m²) ไม่ได้วัดเป็นจำนวนโฟตอน และเครื่องวัด PAR ทั่วไปอ่านค่า UV ไม่ได้ คุณต้องใช้เครื่องวัด UV หรือใช้ตารางความเข้ม UV จากผู้ผลิตตามระยะที่คุณแขวนไฟ

UV

การตั้งค่า คำแนะนำ
เริ่มเมื่อไร สัปดาห์ที่ 2–3 ของช่วงทำดอก
ความแรงเริ่มต้น 25% ของกำลังสูงสุด
จำนวนชั่วโมงต่อวัน 2–4 ชั่วโมง ในช่วงกลางของช่วงเปิดไฟ
ความแรงที่ดีที่สุด UV-A และ UV-B รวมกัน 1.81 W/m² (เกือบทั้งหมดเป็น UV-A ซึ่งเป็นรูปแบบที่เพิ่มเทอร์ปีนในงานของ Huebner และคณะ, 2024)
การเพิ่มความแรง เพิ่มสัปดาห์ละ 25% จนถึงกำลังเต็ม
ความปลอดภัย ต้องสวมแว่นป้องกัน UV ทุกครั้ง และอย่าให้ UV โดนผิวหนัง

ความเสี่ยง: UV มากเกินไปทำให้ใบซีดขาว การสังเคราะห์แสงช้าลง และต้นเครียด

ถ้าช่วงทำดอกเปิดไฟวันละ 12 ชั่วโมง “ช่วงกลางของช่วงเปิดไฟ” ก็คือราวชั่วโมงที่ 5 ถึง 8 หลังเปิดไฟ

แสงแดงไกล

การตั้งค่า คำแนะนำ
วิธีที่ปลอดภัยที่สุด ให้แสงช่วงท้ายวัน (end-of-day หรือ EOD)
ระยะเวลาเมื่อให้ช่วงท้ายวัน ช่วงสั้นๆ (เป็นนาที ไม่ใช่เป็นชั่วโมง) หลังปิดไฟหลัก
ใช้ตลอดวัน เสี่ยง ต้องคอยดูการยืดตัวอย่างใกล้ชิด
ขีดจำกัดสูงสุด ให้แสงแดงไกลเป็นสัดส่วนเล็กๆ ของ PPF รวม (ปริมาณแสง PAR ทั้งหมดที่โคมปล่อยออกมา) และเพิ่มได้หลังทดสอบแล้วเท่านั้น

การให้แสงช่วงท้ายวันปลอดภัยที่สุด เพราะเปิดแสงแดงไกลแค่ไม่กี่นาที ไม่ใช่หลายชั่วโมง ต้นจึงได้รับแสงแดงไกลน้อยกว่าการเปิดตลอดวันมาก

ความเสี่ยง: แสงแดงไกลมากเกินไปทำให้ข้อใบยืดห่างกันมาก ทรงพุ่มโปร่งบางลง และอาจทำให้เทอร์ปีนลดลง ทดสอบกับแต่ละสายพันธุ์ก่อนนำไปใช้ทั้งห้อง

หมายเหตุผู้แปล: ทุกคนที่ทำงานในห้องที่เปิด UV ได้รับรังสีด้วย ไม่ใช่แค่เจ้าของห้อง ให้แว่นป้องกัน UV แก่คนงานทุกคน และปิด UV ก่อนมีคนเข้าไปทำงานระหว่างต้น เริ่มทดลองกับพันธุ์ปลูกเดียวในเต็นท์เดียวหรือแถวเดียว และปลูกอีกชุดหนึ่งแบบเดียวกันทุกอย่างแต่ไม่ใช้ไฟเสริม ไว้เป็นชุดเทียบ บันทึกความสูงตอนเปลี่ยนเข้าช่วงทำดอกและตอนเก็บเกี่ยว น้ำหนักแห้ง และผลตรวจ THC กับเทอร์ปีนจากแล็บ บันทึกเหล่านี้จะบอกว่าไฟเสริมคุ้มค่าสำหรับสายพันธุ์ของคุณในห้องของคุณหรือไม่

5. การเลือกโคมไฟ: รายการตรวจสอบ

ใช้ข้อต่อไปนี้เปรียบเทียบโคมไฟ แทนการดูจากรายชื่อแบรนด์:

  • ประสิทธิภาพ: เทียบค่า PPE (ปริมาณแสงที่ได้ต่อพลังงานไฟฟ้า 1 จูล หน่วย µmol/J) ของทั้งโคม จากเอกสารสเปกหรือจาก DLC Qualified Products List อย่าใช้ค่าของชิป รายการ DLC จัดทำโดย DesignLights Consortium ซึ่งเป็นองค์กรที่เผยแพร่ค่าจากการทดสอบของโคมที่ผ่านเกณฑ์ ค่า PPE เป็นตัวกำหนดค่าไฟและปริมาณความร้อนในห้องของคุณ
  • กำลังแสงและพื้นที่ครอบคลุม: เลือกค่า PPF และแผนผังค่า PPFD ให้ตรงกับขนาดทรงพุ่มและค่า PPFD เป้าหมายของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าต้นได้รับแสงตามที่คุณจ่ายเงินซื้อจริง
  • สเปกตรัม: แสงขาวฟูลสเปกตรัมที่เสริมแสงสีแดงคือมาตรฐานปัจจุบัน UV และแสงแดงไกลเป็นตัวเลือกเสริม และคุณต้องทดสอบเอง (หัวข้อที่ 3 และ 4)
  • ความร้อนและค่าใช้จ่ายในการเดินระบบ: ประเมินค่าไฟและค่าทำความเย็นสำหรับห้องของคุณเอง ด้วยวิธีในตอนที่ 1
  • การรับประกันและบริการหลังการขาย: ดูว่ารับประกันนานแค่ไหน และไดรเวอร์ (ชุดจ่ายไฟของโคม) ส่งซ่อมในประเทศได้หรือไม่

หมายเหตุผู้แปล: ในไทยควรตรวจเพิ่มอีก 3 ข้อ ข้อแรก ดูค่า IP (รหัสบอกระดับการกันฝุ่นและกันน้ำ) เพราะความชื้นในฤดูฝนทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียง่าย ข้อสอง เตรียมอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก เพื่อป้องกันไดรเวอร์เสียหายเมื่อแรงดันไฟพุ่งสูง ข้อสาม ถามตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบการรับประกัน และมีไดรเวอร์สำรองในสต็อกหรือไม่ ถ้าต้องการเทียบประสบการณ์ใช้งานจริงของโคมแต่ละรุ่น ถามชุมชนได้ในหมวดอุปกรณ์และวัสดุ

6. สรุป

  • LED เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดโดยรวมสำหรับห้องปลูกใหม่ในปี พ.ศ. 2568–2569 โคมรุ่นที่ดีที่สุดมีประสิทธิภาพเกิน 3.0 µmol/J ไม่ต้องเปลี่ยนหลอด ส่งความร้อนลงทรงพุ่มน้อยกว่า และปรับสเปกตรัมได้ จึงลงตัวที่สุดทั้งด้านสมรรถนะ ค่าใช้จ่ายในการเดินระบบ และความยืดหยุ่น
  • CMH ยังมีที่ใช้ เหมาะกับผู้ปลูกที่ต้องการ UV-B แบบธรรมชาติ สีที่ตรงกับสีจริงมาก (CRI 90+) และเงินลงทุนเริ่มแรกต่ำ โคม CMH 315 W จำนวน 2 ตัวเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงสำหรับการปลูกขนาดเล็กที่เน้นกลิ่นและมีงบจำกัด ตามตารางในบทความต้นฉบับ ต้นทุนตลอด 5 ปีพอๆ กับ LED แต่ให้แสงน้อยกว่ามาก (ตอนที่ 1 หัวข้อที่ 5)
  • HPS กำลังถูกเลิกใช้ HPS แบบขั้วคู่ (double-ended) ยังให้ค่า PPF สูง แต่มีประสิทธิภาพเพียง 1.95–2.0 µmol/J ปล่อยความร้อนมาก และต้องเสียค่าหลอดซ้ำๆ จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับการติดตั้งใหม่อีกต่อไป
  • ใช้ UV และแสงแดงไกลอย่างระมัดระวัง ผลการวิจัยน่าสนใจ แต่ให้ผลต่างกันไป ถ้าใช้โดยไม่ทดสอบกับแต่ละสายพันธุ์และไม่ทำตามค่าตั้ง คุณภาพอาจลดลงแทนที่จะดีขึ้น เริ่มจากระดับต่ำ วัดผล แล้วค่อยปรับ

สิ่งที่ควรทำ: ก่อนเปลี่ยนไฟ ให้จดตัวเลข 4 ตัว ได้แก่ กำลังไฟฟ้าที่โคมใช้จริง (วัตต์) ค่า PPFD ที่วัดได้ ค่าไฟต่อรอบการปลูก และผลผลิตแห้งต่อรอบ หลังใช้ไฟใหม่ครบ 1 รอบ ให้จดตัวเลขทั้ง 4 ตัวมาเทียบกัน วิธีนี้จะบอกว่าการเปลี่ยนไฟให้ผลเพิ่มขึ้นจริงเท่าไร

ถ้ามีผลจากห้องปลูกของคุณเอง โพสต์ไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย บอกรุ่นโคม วัตต์ที่ใช้จริง ค่า PPFD พันธุ์ปลูก และผลแล็บถ้ามี ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับงานวิจัยหรือค่าตั้ง ก็ถามไว้ได้เช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

บทความวิจัย

  1. Westmoreland, F. M., Kusuma, P. & Bugbee, B. (2021). Cannabis lighting: Decreasing blue photon fraction increases yield but efficacy is more important for cost effective production of cannabinoids. PLoS ONE, 16(3), e0248988.
  2. Huebner, D. et al. (2024). Influence of different UV spectra and intensities on yield and quality of cannabis inflorescences. Frontiers in Plant Science, 15, 1480876.
  3. Hahm, S. et al. (2025). High light intensity enhances cannabinoid biosynthesis through concerted gene expression in hemp (Cannabis sativa) flowers. Frontiers in Plant Science, 16, 1687794.
  4. Llewellyn, D. et al. (2022). Indoor grown cannabis yield increased proportionally with light intensity, but ultraviolet radiation did not affect yield or cannabinoid content. Frontiers in Plant Science, 13, 974018.
  5. Peterswald, T. J., Mieog, J. C., Kretzschmar, T. & Purdy, S. J. (2025). The effects of far-red light on medicinal Cannabis. Scientific Reports, 15, 17435.
  6. Rodriguez-Morrison, V., Llewellyn, D. & Zheng, Y. (2021). Cannabis yield, potency, and leaf photosynthesis respond differently to increasing light levels in an indoor environment. Frontiers in Plant Science, 12, 646020.
  7. Rodriguez-Morrison, V., Llewellyn, D. & Zheng, Y. (2021). Cannabis inflorescence yield and cannabinoid concentration are not increased with exposure to short-wavelength ultraviolet-B radiation. Frontiers in Plant Science, 12, 725078.
  8. Eichhorn Bilodeau, S. et al. (2019). An update on plant photobiology and implications for cannabis production. Frontiers in Plant Science, 10, 296.
  9. Garrido, J. et al. (2025). Subcanopy and inter-canopy supplemental light enhances and standardizes yields in medicinal cannabis (Cannabis sativa L.). Plants, 14(10), 1469.
  10. Magagnini, G., Grassi, G. & Kotiranta, S. (2018). The effect of light spectrum on the morphology and cannabinoid content of Cannabis sativa L. Medical Cannabis and Cannabinoids, 1(1), 19-27.

แหล่งข้อมูลทางเทคนิค

  • DLC Horticultural Qualified Products List (V4.0, 2025).
  • Samsung LED Horticulture Solutions Datasheet (2025).
  • ams-OSRAM OSCONIQ P 3737 Gen 2 Datasheet (2024).

ผู้ผลิตที่บทความต้นฉบับกล่าวถึง

  • Spider Farmer, HLG, Gavita (Signify), Lumatek, Fluence (Signify), Growers Choice, Sun System, Phlizon, Mammoth Lighting.

ชุมชน

หมายเหตุทางกฎหมาย

ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และจ่ายได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน ห้ามโฆษณาช่อดอกและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์

ต่อมามีการออกกฎกระทรวง 2 ฉบับ พ.ศ. 2569 กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชงมีผลบังคับใช้เมื่อ 26 เมษายน 2569 ส่วนกฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้เมื่อ 30 เมษายน 2569 และกำหนดเกณฑ์การออกใบอนุญาตเกี่ยวกับช่อดอกกัญชาให้เข้มงวดขึ้น

การศึกษาวิจัย การส่งออก การจำหน่าย และการแปรรูปช่อดอกกัญชาต้องมีใบอนุญาต (ใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายในไทย) บทความนี้มีไว้เพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลภายในชุมชน Asiannabis ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ได้สนับสนุนการปลูกโดยไม่มีใบอนุญาต คุณมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายของพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ หากต้องการทราบข้อกำหนดปัจจุบัน ติดต่อกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (สำหรับช่อดอกกัญชา) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (สำหรับสารสกัดกัญชา) หรือปรึกษาทนายความที่เชี่ยวชาญด้านนี้