การเก็บเกี่ยวต่อเนื่องแบบ 2 ห้อง (two-room perpetual harvest) ทำให้ห้องทำดอกมีต้นเต็มอยู่ตลอดเวลา คุณตัดกิ่งชำตามตารางที่กำหนดไว้ แล้วเลี้ยงกิ่งเหล่านั้นในห้องทำใบที่แยกต่างหาก จากนั้นเก็บเกี่ยวครั้งละไม่กี่ต้น ทุกๆ 2–3 วันหรือทุก 2 สัปดาห์ ตอนนี้พูดถึงเรื่องที่สูตรคำนวณไม่ได้บอกไว้ ได้แก่ วิธีย้ายต้น วิธีคุมยอดต้นให้สูงเท่ากัน และบันทึกที่ต้องเก็บ
ตอนนี้ยังพูดถึงต้นทุนของห้องที่ไม่เคยว่าง คือ ศัตรูพืช กลิ่น ความร้อน และความเสี่ยงที่จะเสียต้นแม่พันธุ์ ส่วนท้ายว่าด้วยดินมีชีวิต ระบบนี้เหมาะกับใคร และกฎใบอนุญาตของไทย บทความนี้เขียนสำหรับผู้ปลูกรายย่อยและผู้ปลูกแบบคราฟต์ในประเทศไทยที่มีใบอนุญาต
ตอนที่ 1 อธิบายการแบ่ง 2 ห้อง และวิธีกันไม่ให้แสงรั่วเข้าห้องทำดอก พร้อมให้สูตรคำนวณว่าต้องตัดกิ่งโคลนกี่กิ่ง
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1427
คำศัพท์ที่ใช้ในตอนนี้
- ห้องทำใบ (veg room): ห้องสำหรับให้ต้นโตทางใบและให้กิ่งชำออกราก เปิดไฟ 18 ชั่วโมง ปิด 6 ชั่วโมง
- ห้องทำดอก (flowering room): เปิดไฟ 12 ชั่วโมง ปิด 12 ชั่วโมง ช่วงมืดที่ยาวขึ้นทำให้ต้นออกดอก
- กิ่งโคลน (clone): กิ่งชำที่ตัดจากต้นแม่พันธุ์และออกรากแล้ว มีพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ทุกประการ
- ต้นแม่พันธุ์ (mother plant): ต้นที่เลี้ยงไว้ในระยะทำใบอย่างเดียว เพื่อใช้ตัดกิ่งชำ (ต้นแม่พันธุ์และการโคลน ตอนที่ 1)
- การสลับเข้าทำดอก (flip): การย้ายต้นจากตารางแสงของช่วงทำใบไปใช้ตารางแสงของช่วงทำดอก
- ระบบปลูกเป็นรุ่น (batch system): ปลูก ทำดอก และเก็บเกี่ยวพร้อมกันทั้งห้อง แล้วเคลียร์ห้องให้ว่าง
- พันธุ์ปลูก (cultivar): พันธุ์กัญชาที่ปลูกและมีชื่อเรียกเฉพาะ ผู้ปลูกส่วนใหญ่เรียกว่า “สายพันธุ์” (strain)
ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ
ต้องยกแต่ละต้นออกได้โดยไม่กระทบต้นอื่น
คุณจะต้องยกต้นออกทุกๆ 2–3 วัน และต้องขยับต้นอื่นไปมาด้วย แต่ละต้นจึงต้องยกออกได้โดยไม่รบกวนต้นที่เหลือ
ระบบที่ใช้ได้ดี:
- กระถาง ที่ใส่ดินหรือเส้นใยมะพร้าว (ทางเลือกที่ง่ายที่สุด)
- ระบบน้ำหยด ซึ่งส่งน้ำและปุ๋ยเข้าแต่ละกระถางผ่านสายเล็กๆ ของกระถางนั้นเอง (ระบบน้ำหยดสำหรับปลูกกัญชาในเขตร้อน)
- ระบบน้ำขึ้น-น้ำลง (ebb-and-flow) ซึ่งปล่อยสารละลายธาตุอาหารเข้าท่วมถาดตามเวลาที่ตั้งไว้ แล้วระบายออก
ระบบที่ยากจะยกต้นใดต้นหนึ่งออกโดยไม่กระทบต้นข้างเคียง:
- แอโรโปนิกส์ ซึ่งรากห้อยอยู่ในอากาศและถูกพ่นด้วยละอองน้ำฝอย
- รางปลูก NFT ที่ล็อกตำแหน่งตายตัว (NFT ย่อมาจาก nutrient film technique คือรากวางอยู่ในรางที่มีสารละลายไหลผ่านเป็นชั้นบางๆ ดู ระบบปลูกกัญชาแบบไฮโดรโปนิกส์)
- ระบบใดก็ตามที่รากของต้นต่างๆ โตพันกัน
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนเลือกระบบ ให้ตรวจให้แน่ว่าคุณยกต้นใดต้นหนึ่งออกได้ โดยไม่ไปแตะรากของต้นข้างเคียง
คุมยอดต้นให้อยู่ระดับเดียวกัน
ต้นที่อยู่คนละระยะจะสูงไม่เท่ากัน ให้วางต้นที่เตี้ยกว่าบนกระถางคว่ำหรือลังพลาสติก แล้วค่อยเอาที่รองออกเมื่อต้นโตขึ้น อุปกรณ์ที่ต้องมีก็แค่ที่รองหลายๆ ความสูง วิธีนี้ทำให้ยอดของทุกต้นอยู่ห่างจากโคมไฟในระยะใกล้เคียงกัน วิธีคุมทรงพุ่ม (ชั้นบนสุดของใบและช่อดอก) แบบทั่วไป ดูได้ที่ SOG vs SCROG และหมวด เทคนิคขั้นสูง
ป้ายชื่อและบันทึก
เขียนวันที่ตัดกิ่งและวันที่สลับเข้าทำดอกของแต่ละต้นไว้บนกระถาง และจดลงบันทึกด้วย ผ่านไป 2 เดือนคุณจะจำไม่ได้แล้ว สำหรับพื้นที่ปลูกที่มีใบอนุญาต บันทึกเหล่านี้ยังต้องตรงกับสิ่งที่ใบอนุญาตกำหนดด้วย (ดูหัวข้อ “กฎของไทย” ด้านล่าง)
สิ่งที่ควรทำ: ติดป้ายกิ่งโคลนทุกกิ่งในวันที่ตัด แล้วเขียนวันที่สลับเข้าทำดอกเพิ่มในวันที่ย้ายต้นเข้าห้องทำดอก
การหมุนเวียนต้องไม่หยุดเลย
ระบบนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อการตัดกิ่งไม่เคยหยุด ถ้าข้ามการตัดกิ่งไป 1 สัปดาห์ ช่องว่างนั้นจะเลื่อนตามไปตลอดช่วงตั้งแต่ตัดกิ่งจนถึงเก็บเกี่ยว ในตัวอย่างที่ตีพิมพ์ไว้ซึ่งยกมาในตอนที่ 1 ช่วงนี้ยาวประมาณ 90 วัน หรือราว 3 เดือน อีก 3 เดือนต่อมา การเก็บเกี่ยวของคุณจะขาดหายไป 1 รอบ
สิ่งที่ควรทำ: ทำเครื่องหมายวันตัดกิ่งทุกรอบไว้ในปฏิทิน และตกลงไว้ล่วงหน้าว่าใครจะตัดกิ่งแทนเมื่อคุณไม่อยู่
ต้นทุนที่สูตรไม่ได้นับรวม
ห้องไม่เคยว่าง ศัตรูพืชจึงมีอาหารกินตลอด
ห้องแบบต่อเนื่องไม่เคยว่าง เมื่อศัตรูพืชตั้งรกรากได้แล้ว มันจะมีต้นให้กินอยู่เสมอ จำนวนจึงสะสมเพิ่มขึ้นได้เป็นเดือนๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไรและเชื้อราเป็นปัญหาตลอดทั้งปี นี่คือข้อเสียที่หนักที่สุดของระบบนี้ และคุณควรชั่งน้ำหนักอย่างตรงไปตรงมา
วิธีลดความเสี่ยง:
- กักกันทุกอย่างที่จะเข้าห้อง รวมถึงต้นแม่พันธุ์ แยกต้นใหม่ไว้ต่างหาก และตรวจให้ดีก่อนนำเข้าวงจรหมุนเวียน วิธีนี้กันไม่ให้ศัตรูพืชลามไปถึงต้นทุกระยะ
- ตัดกิ่งจากต้นแม่พันธุ์ของคุณเองที่ผ่านการกักกันแล้วเท่านั้น อย่ารับกิ่งโคลนจากภายนอก กิ่งโคลนจากภายนอกเป็นช่องทางที่พบบ่อยที่ราแป้ง (ราแป้งในกัญชา) ไรแดง เพลี้ยอ่อน และเพลี้ยไฟ (thrips) (ไรแดง & เพลี้ยไฟ) เข้ามาในห้อง
- ทำความสะอาดห้องอย่างละเอียดทีละส่วน ตามตารางที่กำหนดไว้ คุณเคลียร์ทั้งห้องไม่ได้ วิธีนี้จึงเป็นทางกำจัดศัตรูพืชและสปอร์ที่สะสมอยู่ตามมุมห้องและบนอุปกรณ์
- เขียนแผนตัดวงจรไว้ล่วงหน้า เผื่อจำเป็นต้องใช้ แผนนี้ระบุว่าคุณจะเคลียร์ห้องและทำความสะอาดอย่างไร เมื่อเกิดการระบาดหนัก
ถ้าคุณไม่มีแผนเคลียร์ห้อง ก็เท่ากับไม่มีแผนรับมือการระบาดหนัก การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ใช้การป้องกัน การตรวจต้นสม่ำเสมอ และวิธีควบคุมต่างๆ ร่วมกัน โดยใช้การพ่นสารเป็นขั้นสุดท้าย อ่านรายละเอียดได้ที่ การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) สำหรับกัญชา ตอนที่ 1
หมายเหตุผู้แปล: ในไทย ผู้ปลูกมักซื้อกิ่งโคลนจากฟาร์มอื่น กิ่งเหล่านี้อาจพาศัตรูพืชเข้ามา และอาจติดไวรอยด์แฝงฮอป (hop latent viroid, HLVd) มาด้วย HLVd เป็นเชื้อก่อโรคขนาดเล็กมาก ซึ่งอาจทำให้ต้นแคระแกร็นและผลผลิตลดลง ต้นที่ติดเชื้ออาจดูปกติดีอยู่นาน (ไวรอยด์แฝงฮอป (Hop Latent Viroid)) กิ่งโคลนที่ขายโดยตั้งชื่อเลียนแบบพันธุ์ดัง อาจกลายเป็นพันธุ์ปลูกอื่นก็ได้ ในห้องแบบต่อเนื่อง กิ่งโคลนที่มีปัญหาเพียงกิ่งเดียวก็ลามไปถึงต้นทุกระยะได้ ให้เริ่มต้นแม่พันธุ์จากเมล็ด หรือจากแหล่งที่คุณเชื่อถือได้ ถ้าหาห้องแล็บที่ตรวจ HLVd ได้ ให้ส่งต้นแม่พันธุ์ไปตรวจ ถ้าจำเป็นต้องพ่นสาร ให้ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามฉลากทุกประการ (สารที่พ่นบนกัญชาได้ตามกฎหมายภายใต้ GACP ของไทย)
กลิ่นไม่เคยหยุด ตัวกรองจึงต้องทำงานตลอดเวลา
ห้องแบบปลูกเป็นรุ่นไม่มีกลิ่นในช่วงระหว่างรุ่น แต่ห้องแบบต่อเนื่องมีกลิ่นตลอด ในไทย ถ้ากลิ่นไปถึงบ้านข้างเคียง คุณอาจถูกร้องเรียนว่าก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ
วางแผน 2 เรื่องนี้ตั้งแต่แรก:
- การกรองด้วยคาร์บอน: อากาศที่ออกจากห้องจะผ่านตัวกรองถ่านกัมมันต์ ซึ่งดักจับโมเลกุลของกลิ่นไว้
- แรงดันลบ: พัดลมดูดอากาศออกจากห้องมากกว่าปริมาณที่ไหลเข้า อากาศจึงรั่วเข้าห้องทางช่องต่างๆ แทนที่จะรั่วออก กลิ่นจึงไม่หลุดออกไปโดยไม่ผ่านตัวกรอง
เลือกขนาดของทั้งสองอย่างให้รองรับการทำงานต่อเนื่องไม่หยุด ไม่ใช่รองรับแค่สัปดาห์ที่กลิ่นแรงที่สุดของการปลูกรุ่นเดียว
ความร้อนไม่เคยหยุด
เมื่อไม่มีช่วงพัก ห้องก็ไม่เคยได้เย็นลง ในภูมิอากาศเขตร้อน ระบบทำความเย็นจึงต้องทำงานไม่หยุด และกลายเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่สูงที่สุดรองจากค่าไฟปลูก นี่คือเหตุผลหลักที่ควรใช้ไฟ LED ในห้องแบบต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ LED ปล่อยความร้อนน้อยกว่า คุณจึงไม่ต้องจ่ายค่าระบายความร้อนที่โคมไฟไม่ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่แรก
ถึงอย่างนั้น 2 ห้องก็ยังใช้ไฟฟ้าคุ้มกว่า 1 ห้อง โคมไฟกำลังสูงสุดของคุณเปิดวันละ 12 ชั่วโมงเหนือห้องที่มีต้นเต็ม ไม่ใช่ห้องที่ว่างอยู่ครึ่งหนึ่ง หากอยากรู้ว่าระบบของคุณประหยัดได้เท่าไร ให้ใช้ตัวเลขจริงของคุณเอง โดยคูณวัตต์ของโคมแต่ละดวงด้วยจำนวนชั่วโมงที่เปิดต่อวัน และจำนวนวันต่อเดือน
หมายเหตุผู้แปล: ในไทย ถ้าไม่มีระบบทำความเย็น อุณหภูมิห้องมักขึ้นถึง 30–35 °C ห้องแบบปลูกเป็นรุ่นมีช่วงว่างบ้าง จึงนัดซ่อมแอร์ในช่วงนั้นได้ แต่ห้องแบบต่อเนื่องไม่เคยว่าง ไฟดับหรือระบบทำความเย็นเสียแต่ละครั้งจะกระทบต้นทุกระยะพร้อมกัน ถ้าแอร์หยุดทำงานขณะที่ไฟปลูกยังเปิดอยู่ ไฟจะทำให้ห้องร้อนขึ้นเรื่อยๆ ให้ตั้งกฎไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าระบบทำความเย็นเสีย ต้องปิดไฟปลูกก่อน ติดสัญญาณเตือนอุณหภูมิไว้ เพื่อให้รู้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา เรื่องอุปกรณ์ทำความเย็นและลดความชื้น ดูได้ที่ การควบคุมสภาพอากาศในห้องปลูก ตอนที่ 2 ส่วนวิธีตรวจเครื่องตั้งเวลาไฟหลังไฟดับ อธิบายไว้ในตอนที่ 1
ถ้าต้นแม่พันธุ์มีปัญหา ทุกอย่างจะหยุด
กิ่งโคลนทุกกิ่งมาจากต้นแม่พันธุ์ ระบบต่อเนื่องใช้กิ่งชำตลอดเวลา คุณจึงต้องเลี้ยงต้นแม่ไว้ในระยะทำใบไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนด นั่นคือต้นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องวางแผนพื้นที่ไว้ให้ ถ้าต้นแม่ตายหรือป่วย คุณจะไม่มีต้นให้ตัดกิ่ง และวงจรหมุนเวียนทั้งหมดจะหยุดลง
สิ่งที่ควรทำ: สำหรับพันธุกรรมที่คุณหามาทดแทนไม่ได้ ให้เลี้ยงต้นแม่พันธุ์ไว้อย่างน้อย 2 ต้น
ดินมีชีวิตในห้องแบบต่อเนื่อง
ดินมีชีวิตคือดินผสมที่มีสิ่งมีชีวิตในดินคอยปลดปล่อยธาตุอาหารให้ราก (ปุ๋ยแร่ธาตุกับปุ๋ยอินทรีย์ ดินมีชีวิต และการไม่พรวนดิน) ดินมีชีวิตที่เพิ่งผสมต้องบ่มก่อนนำต้นลงปลูก การบ่มคือการพักดินไว้ในสภาพชื้น เพื่อให้สิ่งมีชีวิตในดินย่อยสลายวัสดุที่ผสมลงไป
ในระบบปลูกเป็นรุ่น คุณเตรียมดินล็อตใหญ่ครั้งเดียวในช่วงระหว่างรุ่น แต่ในห้องแบบต่อเนื่อง งานเตรียมดินไม่เคยหยุด คุณต้องมีดินที่บ่มเสร็จแล้วพร้อมใช้ทุกวันที่ย้ายปลูก ดินรีไซเคิลจึงเหมาะกับระบบนี้มาก เพราะก้อนรากและดินที่ใช้แล้วออกมาจากห้องอย่างต่อเนื่อง (การรีไซเคิลดินมีชีวิต)
ตัวอย่างการคำนวณจำนวนถังบ่มดิน เมื่อบ่ม 30 วัน และย้ายปลูกทุก 2 สัปดาห์:
- ถังที่ผสมในวันที่ 0 จะพร้อมใช้ในวันที่ 30 แต่การย้ายปลูกมีทุก 14 วัน ถังนี้จึงได้ใช้ในการย้ายปลูกครั้งถัดไป คือวันที่ 42
- แต่ละถังจึงไม่ว่างนาน 42 วัน เท่ากับ 3 ช่วงๆ ละ 2 สัปดาห์ คุณต้องมี 3 ถัง โดยเริ่มแต่ละถังห่างกัน 2 สัปดาห์ วิธีนี้ใช้ได้ถ้าคุณผสมดินและปิดถังแต่ละล็อตเสร็จภายใน 1–2 วัน
- บางครั้งต้องใช้เวลาเต็ม 2 สัปดาห์กว่าจะเติมดินใช้แล้วจนเต็มถัง แล้วจึงเริ่มบ่ม เวลาเติมรวมกับเวลาบ่มจึงเป็น 44 วัน และถังจะได้ใช้ในวันที่ 56 กรณีนี้ให้วางแผนไว้ 4 ถัง
- การใช้ 2 ถังที่เริ่มห่างกัน 2 สัปดาห์ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเวลาเติมรวมกับเวลาบ่มไม่เกิน 28 วัน
ทุกครั้งที่ย้ายปลูก ให้โรยปุ๋ยหน้าดิน (top-dressing คือโรยวัสดุปุ๋ยแห้งบนผิวดิน) หรือให้อาหารแบบฝังแกน (core feeding คือใส่วัสดุเหล่านั้นลงในหลุมที่เจาะไว้ในก้อนราก) (การให้อาหารแบบฝังแกนและการจัดชั้นวัสดุ) งานนี้จึงกลายเป็นงานเล็กทุก 2 สัปดาห์ แทนที่จะเป็นงานใหญ่ทุก 2 เดือน เช่นเดียวกับการเก็บเกี่ยว งานส่วนนี้ก็กระจายออกไปอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่ควรทำ: คำนวณจำนวนถังจากตัวเลขของคุณเอง นำเวลาเติมดินบวกเวลาบ่ม แล้วปัดขึ้นให้ตรงกับวันย้ายปลูกครั้งถัดไป จากนั้นนำจำนวนวันที่ได้หารด้วยระยะห่างระหว่างการย้ายปลูกแต่ละครั้ง
ระบบนี้เหมาะกับคุณหรือไม่
เหมาะกับคุณ ถ้า:
- คุณอยากปลูกซาติวาที่ใช้เวลาทำดอกนาน ควบคู่กับพันธุ์ปลูกที่ทำดอกสั้นกว่า
- พื้นที่ตากแห้งและทริมดอกเป็นตัวจำกัดกำลังผลิตของคุณ
- คุณเตรียมน้ำได้ครั้งละจำนวนจำกัด
- คุณมีพื้นที่ทำใบแยกไว้แล้ว และกิ่งชำของคุณออกรากได้สม่ำเสมอ
- ใบอนุญาตของคุณครอบคลุมจำนวนต้นที่ต้องมีในวงจรหมุนเวียน
ไม่เหมาะกับคุณ ถ้า:
- คุณยังประเมินความต้องการน้ำของแต่ละต้นได้ไม่แม่นยำ
- คุณเปิดระบบควบคุมกลิ่นตลอดเวลาไม่ได้
- พื้นที่ของคุณมีศัตรูพืชรบกวนมาก และการกักกันต้นใหม่ยังไม่เข้มงวด
- คุณจำเป็นต้องเคลียร์ห้องให้ว่างเป็นครั้งคราว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
สรุป: ระบบนี้เปลี่ยนตารางงานของคุณ มีข้อดีจริง และมีต้นทุนจริงหนึ่งอย่าง คือห้องไม่เคยได้พัก ต้นทุนทุกข้อที่กล่าวถึงในตอนนี้ล้วนมาจากเรื่องนี้
สิ่งที่ควรทำ: ไล่ดูทั้ง 2 รายการ ถ้ามีข้อใดใน “ไม่เหมาะกับคุณ” ตรงกับคุณ ให้แก้ข้อนั้นก่อน หรือจะเริ่มจากแบบง่ายในตอนที่ 1 ก็ได้ คือสลับต้นครึ่งหนึ่งเข้าทำดอก แล้วสลับอีกครึ่งหนึ่งตามไปประมาณ 1 เดือนให้หลัง
กฎของไทย
- สมุนไพรควบคุม: ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 (กัญชาในฐานะสมุนไพรควบคุมในประเทศไทย)
- ใบอนุญาตและ GACP: การศึกษาวิจัย การส่งออก การจำหน่าย และการแปรรูปช่อดอกต้องมีใบอนุญาต ช่อดอกที่จำหน่ายหรือส่งออกต้องมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับรองมาตรฐาน GACP (หลักปฏิบัติที่ดีทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นมาตรฐานการปลูกและการจัดการพืชสมุนไพร ดู หลักปฏิบัติที่ดีทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวสำหรับกัญชา ตอนที่ 1)
- จำนวนต้นและบันทึก: ห้องแบบต่อเนื่องออกแบบมาให้มีต้นอยู่ตลอดเวลา จำนวนต้นของคุณ และบันทึกที่ยืนยันตัวเลขนั้น ต้องอยู่ในขอบเขตที่ใบอนุญาตกำหนด ให้ตรวจเรื่องนี้ก่อนสร้างห้องที่ 2
- การจำหน่าย: ช่อดอกจำหน่ายได้เฉพาะผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาต และจ่ายได้เฉพาะตามใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 จากผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิ์สั่งจ่าย ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน (ใบสั่งจ่ายกัญชาตามแบบ ภ.ท.33)
- ออนไลน์: ห้ามโฆษณาช่อดอกและห้ามขายทางออนไลน์ และไม่อนุญาตการใช้เพื่อสันทนาการ
- การเปลี่ยนแปลงปี 2569: ปีนี้มีกฎกระทรวง 2 ฉบับ พ.ศ. 2569 ที่ทำให้การออกใบอนุญาตเข้มงวดขึ้น (กฎกระทรวง 2 ฉบับของไทย พ.ศ. 2569) กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง มีผลบังคับใช้วันที่ 26 เมษายน 2569 ส่วนกฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้วันที่ 30 เมษายน 2569 และเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์ใบอนุญาตช่อดอกกัญชา
- ร่างพระราชบัญญัติ: พระราชบัญญัติควบคุมกัญชายังไม่เป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรแล้ว (ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา)
การปลูกกัญชายังผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื้อหาในบทความนี้ไม่ได้สนับสนุนให้ปลูกในพื้นที่ที่กฎหมายไม่อนุญาต
แบ่งปันประสบการณ์ของคุณด้านล่าง
ถ้าคุณมีห้องแบบต่อเนื่องที่ได้รับอนุญาตในภูมิภาคนี้ ช่วยตอบไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย เล่าให้ฟังว่าคุณเว้นระยะระหว่างการตัดกิ่งแต่ละรอบ หรือระหว่างกลุ่มต้นแต่ละกลุ่ม นานเท่าไร และเล่าด้วยว่าคุณรับมือกับการที่ห้องไม่เคยว่างอย่างไร เรื่องความคุ้มค่าเป็นแค่การคำนวณตัวเลข แต่การควบคุมศัตรูพืชเป็นตัวตัดสินว่าระบบจะไปรอดหรือไม่ และคู่มือการปลูกแทบไม่พูดถึงเรื่องนี้ ถ้าคุณเคยใช้ทั้งห้องแบบปลูกเป็นรุ่นและห้องแบบต่อเนื่องผ่านฤดูฝนมาแล้ว ช่วยเล่าว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร ข้อมูลเปรียบเทียบแบบนี้ช่วยผู้ปลูกคนอื่นได้มากกว่าสูตรคำนวณ
บทความนี้เป็นข้อมูลทางเทคนิคด้านพืชสวน สำหรับผู้อ่านที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่ของตน ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 การจำหน่ายหรือแปรรูปช่อดอกต้องมีใบอนุญาต และพระราชบัญญัติควบคุมกัญชายังเป็นเพียงร่าง (คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรแล้ว) การปลูกกัญชายังผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมาย การเงิน หรือธุรกิจ