แปลและเรียบเรียงจาก: Martin Woodbridge, A Primer to Medicinal Cannabis (Bedrocan, 2018) แหล่งข้อมูลประกอบอื่นๆ อยู่ในหัวข้อเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ
ผู้ป่วยบางกลุ่มต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้กัญชาทางการแพทย์ และบางคนไม่ควรใช้เลย ตอนนี้พูดถึง 5 กรณี ได้แก่ ผู้มีประวัติความผิดปกติจากการใช้สาร เด็กและวัยรุ่น ผู้ที่ใช้ยาอื่นร่วมด้วย การขับขี่หรือใช้เครื่องจักร และการตั้งครรภ์กับการให้นมบุตร ท้ายบทความมีตารางสรุปทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มที่อยู่ในตอนที่ 1 ด้วย
อ่านส่วนนี้ก่อน เนื้อหาด้านล่างไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ได้มีไว้ให้ประเมินตัวเอง ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 จะขายได้ก็ต่อเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 เท่านั้น และใบสั่งจ่ายหนึ่งใบใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน
ใบสั่งจ่ายต้องออกโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิ์ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีน หรือหมอพื้นบ้านที่ได้รับการรับรอง ทุกเรื่องในหน้านี้มีไว้ให้คุณนำไปปรึกษาผู้สั่งจ่าย ไม่ได้มีไว้ให้คุณตัดสินใจเริ่ม หยุด หรือปรับการรักษาเอง การหยุดยาที่แพทย์สั่งแบบทันทีอาจอันตรายกว่าความเสี่ยงที่คุณพยายามเลี่ยงเสียอีก
บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1412
3 เรื่องที่ควรจำไว้
- ข้อห้ามใช้ หรือข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้ (contraindication) หมายถึงไม่ควรใช้ยานั้นเลย เพราะคาดว่าจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ ส่วนข้อควรระวัง (precaution) หมายถึงยังอาจใช้ได้ แต่ต้องปรับบางอย่าง เช่น เริ่มที่ขนาดต่ำกว่าปกติ นัดติดตามอาการถี่ขึ้น เปลี่ยนสัดส่วนแคนนาบินอยด์ หรือเปลี่ยนช่องทางการให้ยา หัวข้อด้านล่างส่วนใหญ่เป็นข้อควรระวัง
- THC กับ CBD เสี่ยงคนละแบบ THC คือแคนนาบินอยด์ที่ทำให้เมา ความเสี่ยงด้านจิตใจและหัวใจส่วนใหญ่มาจาก THC ส่วนปฏิกิริยากับยาอื่นส่วนใหญ่มาจาก CBD เพราะ CBD ไปชะลอเอนไซม์ CYP ในตับ ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สลายยาหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า CBD ทำให้ค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยา valproate อยู่ด้วย
- ขนาดยาและช่องทางการให้ยามีผล ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะมากขึ้นเมื่อขนาดยาสูงขึ้น และเปลี่ยนไปตามช่องทางการให้ยา คือวิธีที่ยาเข้าสู่ร่างกาย แนวทางต่างๆ จึงแนะนำให้เริ่มต้นแต่น้อย แล้วค่อยๆ เพิ่ม
แหล่งข้อมูลหลักคือ A Primer to Medicinal Cannabis (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า “Primer”) เป็นคู่มือที่ออกในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) ผู้เขียนคือ Martin Woodbridge นักเภสัชวิทยา นักวิเคราะห์นโยบาย และผู้สอนด้านเวชปฏิบัติ เขาคือผู้เขียนแนวทางการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้กระทรวงสาธารณสุขของนิวซีแลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) ผู้จัดพิมพ์คือ Bedrocan บริษัทผลิตกัญชาทางการแพทย์ของเนเธอร์แลนด์ ในเล่มมีบทสัมภาษณ์แพทย์ด้านการรักษาความปวดชาวดัตช์ และเภสัชกรผู้จ่ายยาชาวดัตช์ ซึ่งเป็นคนส่งยาถึงมือผู้ป่วย
ประวัติความผิดปกติจากการใช้สาร
ความผิดปกติจากการใช้สาร (substance use disorder) คือภาวะที่ควบคุมการใช้แอลกอฮอล์ ยาเสพติด หรือยารักษาโรคไม่ได้ แม้จะเกิดผลเสียแล้วก็ตาม ยังมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือไม่มากนักว่า เมื่อใช้กัญชาเป็นยาโดยมีผู้สั่งจ่ายและติดตามดูแล จะเกิดการติดบ่อยแค่ไหน อย่าคิดไปเองว่าไม่มีความเสี่ยงเลย
ถ้าผู้ป่วยเคยใช้สารในทางที่ผิดมาก่อน ต้องระวังเป็นพิเศษ การใช้ขนาดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้ต้องเพิ่มขนาดยา (dose escalation) คือผู้ป่วยต้องใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการใช้ในทางที่ผิดและเกิดผลเสียตามมา
ในทางปฏิบัติ ผู้สั่งจ่ายควรใช้เกณฑ์ที่ชัดเจนชุดเดิมทุกครั้ง เพื่อตัดสินว่าโรคหรือภาวะใดเข้าเกณฑ์ได้รับการรักษา ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณของการใช้ในทางที่ผิด ผู้สั่งจ่ายกับผู้ป่วยควรคุยเรื่องนี้กันอย่างเปิดเผย
อาการถอนยา: เรื่องที่หลายคนไม่คาดคิด
หลังใช้มานาน การหยุดทันทีอาจทำให้กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย นอนหลับไม่ดี ฝันชัดเหมือนจริง และเบื่ออาหาร กลุ่มอาการถอนกัญชา (cannabis withdrawal syndrome) เป็นการวินิจฉัยที่ได้รับการยอมรับใน DSM-5 ซึ่งเป็นคู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวชของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association) และอาการนี้ไม่ใช่เรื่องที่พบได้ยาก
การวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) คือการศึกษาที่นำผลจากงานวิจัยก่อนหน้าหลายชิ้นมารวมกัน Bahji และคณะตีพิมพ์งานแบบนี้ใน JAMA Network Open เมื่อปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) งานนี้รวม 47 การศึกษา มีผู้เข้าร่วม 23,518 คน ทุกคนใช้แคนนาบินอยด์เป็นประจำหรือติดแคนนาบินอยด์ โดยรวมแล้ว 47% มีอาการถอนยา
ตัวเลขนี้ต่างกันไปตามกลุ่มที่ศึกษา:
- 17% ในกลุ่มตัวอย่างจากประชากรทั่วไป คือคนทั่วไปในชุมชน
- 54% ในกลุ่มผู้ป่วยนอก คือคนที่มารับบริการที่คลินิก
- 87% ในกลุ่มผู้ป่วยใน คือคนที่นอนโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
อาการมักเริ่มภายในราว 1 สัปดาห์หลังหยุดหรือลดปริมาณ
เรื่องที่ควรบอกผู้สั่งจ่าย: ประวัติการใช้สารในทางที่ผิดหรือการติดสารใดๆ รวมถึงแอลกอฮอล์ และช่วงที่เคยใช้กัญชาในปริมาณมาก ก่อนจะหยุด ให้ขอแผนลดขนาดยาทีละขั้น แทนการหยุดทั้งหมดในครั้งเดียว
หมายเหตุผู้แปล: ใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 แต่ละใบใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน ถ้าคุณอยากหยุดหรือลดปริมาณ ให้วางแผนกับผู้สั่งจ่ายก่อนที่ยาในมือจะหมด วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่คุณจะต้องหยุดทันทีเพียงเพราะใบสั่งจ่ายหมดอายุ
เด็กและวัยรุ่น
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้เด็กและวัยรุ่นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี THC ยกเว้นบางโรคหรือภาวะที่แพทย์เฉพาะทางดูแลอยู่ เภสัชกรผู้จ่ายยาที่ให้สัมภาษณ์ใน Primer พูดถึงข้อจำกัดของความรู้ตอนนี้ไว้ตรงๆ ว่า ผลระยะยาวที่อาจเกิดกับเด็กยังไม่มีใครรู้
แต่ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้แคนนาบินอยด์ทุกชนิดในเด็ก CBD ที่ผลิตเป็นยาตามมาตรฐานเภสัชกรรมได้รับอนุมัติให้ใช้รักษาโรคลมชักในเด็กชนิดรุนแรงบางชนิด โดยมีแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้สั่งจ่ายและติดตามผล ไม่ว่ากรณีใด การตัดสินใจเรื่องนี้ต้องอยู่ที่หน่วยบริการเฉพาะทาง ฟอรัมชุมชนไม่สามารถดูแลเรื่องนี้ได้
ฟอรัมนี้ไม่คุยเรื่องขนาดยาสำหรับเด็ก ถ้าเจอใครออนไลน์ที่แนะนำขนาดยาให้เด็ก ควรระวังไว้
หมายเหตุผู้แปล: เรายังยืนยันไม่ได้ว่า Epidiolex ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้วหรือยัง ให้ถามแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลว่ามีผลิตภัณฑ์ CBD ทางเภสัชกรรมตัวไหนที่ขึ้นทะเบียนแล้วและหาได้ ถ้าครอบครัวของคุณกำลังคิดจะใช้แคนนาบินอยด์กับเด็ก ขั้นแรกคือนัดพบกุมารแพทย์ด้านระบบประสาทที่โรงพยาบาล แพทย์จะบอกได้ว่าการรักษาแบบไหนได้รับอนุมัติและมีให้ใช้ อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ CBD ที่ขายสำหรับผู้ใหญ่แทนยาที่แพทย์สั่ง
ปฏิกิริยากับยาอื่น
CBD ชะลอการทำงานของเอนไซม์ CYP (cytochrome P450) หลายตัว แคนนาบินอยด์จึงอาจทำให้ระดับยาอื่นในเลือดสูงขึ้น ถ้ายานั้นถูกสลายด้วยเอนไซม์กลุ่มเดียวกัน ตัวอย่างที่มีบันทึกไว้ ได้แก่:
- warfarin ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ค่า INR จะสูงขึ้น และเสี่ยงเลือดออกมากขึ้น INR คือค่าตรวจเลือดที่บอกว่าเลือดใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะแข็งตัว
- clobazam ยากันชัก เอกสารกำกับยา (ข้อมูลการสั่งใช้ยาอย่างเป็นทางการ) รายงานว่าสารเมแทบอไลต์ที่ออกฤทธิ์สูงขึ้นราว 3 เท่า เมแทบอไลต์ที่ออกฤทธิ์คือสารที่ร่างกายเปลี่ยนมาจาก clobazam และสารนี้ก็ออกฤทธิ์ต่อสมองด้วย
- tacrolimus ยากดภูมิคุ้มกันที่ใช้หลังการปลูกถ่ายอวัยวะ มีรายงานผู้ป่วยที่ตีพิมพ์แล้วระบุว่าระดับยาสูงขึ้นราว 3 เท่า
ปัญหาที่พบบ่อยกว่าคืออาการง่วงซึมที่เพิ่มขึ้น กัญชาจะไปเสริมฤทธิ์กดประสาทของยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยากลุ่มเบนโซไดอะซีพีน (ยาคลายกังวลและช่วยให้นอนหลับ) ยานอนหลับ และแอลกอฮอล์ ตอนที่ 1 อธิบายไว้ว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อผู้ป่วยสูงอายุอย่างไร
กฎที่สำคัญที่สุดนั้นง่ายมาก: ผู้สั่งจ่ายและเภสัชกรต้องได้รายการยาทั้งหมดของคุณ รวมถึงยาที่ซื้อเองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์และอาหารเสริมด้วย
หมายเหตุผู้แปล: ก่อนวันนัด ให้รวมยาทุกตัวที่คุณใช้ใส่ถุงใบเดียวแล้วนำไปด้วย รวมถึงยาสมุนไพรไทย วิตามิน และอาหารเสริม เอาถุงนี้ให้ผู้สั่งจ่ายดู และให้เภสัชกรที่จ่ายยาตามแบบ ภ.ท.33 ดูด้วย ทั้งสองคนจะได้ตรวจปฏิกิริยาระหว่างยาได้ครบทุกตัว ไม่ต้องเดา
การขับขี่และการใช้เครื่องจักร
แม้จะใช้ในขนาดสำหรับรักษา กัญชาก็อาจทำให้เวียนหัวและง่วงซึมได้ และยังอาจทำให้วิจารณญาณและการประสานการเคลื่อนไหวของร่างกายแย่ลง ห้ามขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำอะไรที่อาจเป็นอันตราย ในช่วงที่ยังมีฤทธิ์ของผลิตภัณฑ์ที่มี THC
ข้อกฎหมายเป็นคนละเรื่องกับความปลอดภัย และบางประเทศเข้มงวดกว่า ในรัฐและดินแดนส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย การขับรถขณะตรวจพบ THC ไม่ว่าปริมาณเท่าใด ถือเป็นความผิด และมีข้อยกเว้นน้อยมาก ตัวอย่างเช่น รัฐแทสเมเนียอนุญาตให้ผู้ที่ใช้กัญชาทางการแพทย์ตามใบสั่งที่ถูกกฎหมาย ยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีได้
การตรวจอาจยังพบ THC แม้ฤทธิ์ที่ทำให้ขับขี่ไม่ปลอดภัยจะหมดไปแล้ว ในน้ำลายและเลือดอาจตรวจพบได้นานหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน ในปัสสาวะของคนที่ใช้บ่อยอาจตรวจพบได้นานกว่านั้น ผู้ป่วยจึงอาจตรวจได้ผลบวกทั้งที่ฤทธิ์หมดแล้ว
ในประเทศไทย กฎหมายจราจรห้ามขับขี่ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของสารที่ทำให้มึนเมา ถ้าคุณอยู่ในสภาพที่ขับขี่ไม่ปลอดภัย การมีใบสั่งจ่ายก็ใช้อ้างไม่ได้ เรายังยืนยันไม่ได้ว่าไทยมีการกำหนดเกณฑ์ปริมาณ THC ตามกฎหมายสำหรับผู้ขับขี่ไว้หรือไม่
หมายเหตุผู้แปลสำหรับผู้ปลูก: “เครื่องจักร” รวมถึงงานในฟาร์มที่ทำกันทุกวันด้วย เช่น รถไถ เครื่องตัดหญ้า เลื่อยยนต์ บันได เครื่องพ่นยา และงานไฟฟ้าในห้องปลูก ให้ถามผู้สั่งจ่ายว่าหลังใช้ยาต้องรอนานแค่ไหนจึงจะขับรถหรือใช้เครื่องจักรได้ ในช่วงนั้นให้หาวิธีเดินทางอื่นหรือให้คนอื่นทำงานแทน ถ้างานของคุณมีงานแบบนี้อยู่ ให้บอกผู้สั่งจ่ายด้วย เพราะอาจมีผลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์และช่องทางการให้ยา
การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร
ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะ THC ผ่านไปถึงทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์ และออกมากับน้ำนมแม่ด้วย จุดยืนของ Primer คือไม่ควรสั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ในช่วงตั้งครรภ์ และไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงให้นมบุตร
สิ่งที่ควรทำ: บอกผู้สั่งจ่ายถ้าคุณตั้งครรภ์ อาจจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ให้บอกก่อนรับใบสั่งจ่ายใบแรก และบอกอีกครั้งถ้ามีอะไรเปลี่ยนไป ผู้สั่งจ่ายจะได้พิจารณาว่าควรใช้ต่อหรือไม่ และมีทางเลือกอื่นอะไรบ้าง
ตารางสรุป
| กลุ่ม | สถานะ | ข้อกังวลหลัก |
|---|---|---|
| ตัวเองหรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคจิต (psychosis) หรือโรคทางจิตเวชร้ายแรง | ต้องระวังมากที่สุด มักระบุว่าห้ามใช้ THC | THC อาจกระตุ้นให้เกิดอาการทางจิตในคนที่มีความเสี่ยง |
| โรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เคยเป็นโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง | หลีกเลี่ยง หรือใช้เฉพาะเมื่อมีการดูแลใกล้ชิด | หัวใจเต้นเร็วขึ้นในขณะที่ความดันโลหิตลดลง → กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน การสูบยังเพิ่มคาร์บอกซีฮีโมโกลบินในเลือด |
| โรคตับ | ใช้ได้โดยมีการติดตามผลและลดขนาดยา | ร่างกายกำจัดยาได้ช้าลง → ระดับยาสูงขึ้นและอยู่นานขึ้น มีรายงานค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น ส่วนใหญ่มาจาก CBD โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ valproate |
| ผู้ป่วยสูงอายุ | ต้องระวัง เริ่มต้นแต่น้อย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี THC ต่ำ | ความดันตกเมื่อลุกขึ้นยืนและหกล้ม ง่วงซึมมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นที่กดการทำงานของสมอง |
| ประวัติความผิดปกติจากการใช้สาร | ต้องระวัง ใช้เกณฑ์ที่ชัดเจนชุดเดิมในการตัดสินว่าภาวะใดเข้าเกณฑ์ ผู้สั่งจ่ายต้องทบทวน | ต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นเรื่อยๆ และใช้ในทางที่ผิด อาการถอนยาหลังหยุดทันที (≈47% ของผู้ที่ใช้เป็นประจำหรือติด) |
| เด็กและวัยรุ่น | เฉพาะภาวะที่แพทย์เฉพาะทางดูแล | ยังไม่รู้ผลระยะยาวของ THC ต่อพัฒนาการ CBD ทางเภสัชกรรมได้รับอนุมัติสำหรับโรคลมชักในเด็กบางชนิด |
| ใช้ warfarin, clobazam, tacrolimus, valproate, ยากลุ่มโอปิออยด์ หรือยากดประสาท | ไม่ได้ถูกตัดออก แต่ต้องทบทวน | เอนไซม์ CYP ทำงานช้าลง (ส่วนใหญ่เกิดจาก CBD) ค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น ง่วงซึมมากขึ้น |
| การขับขี่ การใช้เครื่องจักร งานที่อันตราย | ห้าม | ความสามารถในการขับขี่หรือทำงานลดลง บางประเทศยังมีกฎหมายตรวจที่ไม่ยอมให้พบสารเลย (zero tolerance) |
| การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร | ไม่แนะนำ | ทารกในครรภ์ได้รับสาร และ THC ผ่านออกมากับน้ำนมแม่ |
สิ่งที่ข้อห้ามใช้ไม่ได้หมายถึง
ข้อห้ามใช้ไม่ใช่การตัดสินตัวผู้ป่วย และไม่จำเป็นต้องเป็นข้อห้ามตลอดไป ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ใช้ THC ไม่ได้ อาจยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี CBD เป็นหลักได้ โดยต้องตรวจปฏิกิริยาระหว่างยาและตรวจการทำงานของตับ ซึ่งเป็นข้อควรระวังเฉพาะของ CBD คนที่มีประวัติโรคจิตในครอบครัวไม่ได้ถูกห้ามใช้แคนนาบินอยด์ทุกชนิด ผู้ป่วยที่ใช้ warfarin ก็ไม่ได้ถูกห้ามใช้ แต่ต้องได้รับการติดตามผล
ทุกข้อด้านบนเป็นข้อมูลที่ผู้สั่งจ่ายต้องรู้ และมีแต่คุณเท่านั้นที่ให้ข้อมูลนี้ได้ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่การสั่งจ่ายผิด แต่เป็นประวัติสุขภาพที่ผู้ป่วยให้ไว้ไม่ครบ ส่วนใหญ่เพราะผู้ป่วยไม่คิดว่าเรื่องนั้นต้องบอก เช่น อาการที่เคยเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน โรคที่ปู่ย่าตายายเคยได้รับการวินิจฉัย หรืออาหารเสริมสักตัว
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนวันนัด ให้เขียนสรุปลงกระดาษ 1 หน้า ใส่ประวัติสุขภาพจิต ประวัติครอบครัว ประวัติเรื่องหัวใจ ตับ และการหกล้ม การตั้งครรภ์ และยากับอาหารเสริมทุกตัวที่คุณใช้ แล้วยื่นให้ผู้สั่งจ่าย การตัดสินใจจะได้มาจากข้อมูลที่ครบ
ถ้าผู้สั่งจ่ายเคยปรับการรักษาของคุณเพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่งในรายการนี้ ช่วยเล่าในช่องตอบกลับด้านล่างว่าเปลี่ยนอะไรและเพราะอะไร เช่น ลดขนาดยาตอนเริ่ม เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี CBD เป็นหลัก หรือเปลี่ยนช่องทางการให้ยา ประสบการณ์ของคุณอาจช่วยผู้อ่านคนอื่นได้ กรุณาอย่าโพสต์ขนาดยา ให้โพสต์เหตุผลแทน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และใช้แทนการประเมินโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิ์สั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ไม่ได้
อ่านเพิ่มเติมบน Asiannabis
- กัญชาทางการแพทย์: คำนี้หมายถึงอะไร หลักฐานรองรับอะไรบ้าง และใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ของไทยใช้อย่างไร
- ภาวะได้รับ THC มากเกินไป: วิธีสังเกต สิ่งที่ช่วยได้จริง และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
- การสั่งจ่ายและการจ่ายกัญชาทางการแพทย์: บทเรียนจากระบบแพทย์–เภสัชกรของเนเธอร์แลนด์สำหรับประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
- Woodbridge, Martin. A Primer to Medicinal Cannabis. Bedrocan, 2018. มีบทสัมภาษณ์แพทย์ด้านการรักษาความปวดชาวดัตช์และเภสัชกรผู้จ่ายยาชาวดัตช์
- Bahji et al. การวิเคราะห์อภิมานเรื่องความชุกของอาการถอนกัญชา (47 การศึกษา ผู้เข้าร่วม 23,518 คน) JAMA Network Open, 2020.
- เอกสารกำกับยา clobazam: สารเมแทบอไลต์ที่ออกฤทธิ์สูงขึ้นราว 3 เท่าเมื่อใช้ร่วมกับ CBD
- รายงานผู้ป่วยที่ตีพิมพ์แล้ว: ระดับยา tacrolimus สูงขึ้นราว 3 เท่าเมื่อใช้ร่วมกับ CBD