โรครากเน่า Pythium และ Fusarium ในกัญชา: การป้องกัน การรักษา และสภาพอากาศเขตร้อน (ตอนที่ 2 จาก 2)

โรครากเน่าในกัญชาเกิดจากเชื้อหลายชนิด ตัวหลักคือราน้ำ (water mould) กลุ่ม Pythium ซึ่งบางชนิดถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Globisporangium แล้ว และเชื้อราแท้ Fusarium กับ Rhizoctonia [1] เชื้อเหล่านี้อาศัยอยู่ในบริเวณราก พอเห็นใบเหี่ยว รากก็เสียหายหนักไปแล้ว ถ้า Fusarium เข้าไปอยู่ในต้นแล้วจะรักษาไม่หาย งานส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การป้องกัน ตอนนี้จะพูดถึงวิธีป้องกันโรคราก วิธีรับมือเมื่อโรคระบาด ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในอากาศร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวิธีตรวจสุขภาพรากเป็นประจำ

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1263

1. การป้องกัน

1.1 อุณหภูมิน้ำและออกซิเจนในระบบไฮโดรโปนิกส์

น้ำอุ่นมีออกซิเจนละลายน้ำ (dissolved oxygen) น้อยกว่าน้ำเย็น ออกซิเจนละลายน้ำคือก๊าซออกซิเจนที่ผสมอยู่ในน้ำ เมื่อรากขาดออกซิเจน รากจะหยุดป้องกันตัวเอง ส่วนสปอร์ที่ว่ายน้ำได้ของ Pythium (zoospore) ก็เคลื่อนไหวได้คล่องที่สุดในน้ำอุ่น ดังนั้นถ้ารักษาถังสารละลายให้เย็นไว้ได้ ก็จะป้องกันการระบาดของ Pythium ในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้เกือบทั้งหมด

  • รักษาอุณหภูมิถังสารละลายไว้ที่ 18–22 °C ที่ช่วงอุณหภูมินี้ น้ำมีออกซิเจนให้รากมากขึ้น และเชื้อโรคเติบโตได้ช้าลง
  • ใช้เครื่องทำความเย็นน้ำ (chiller) ซึ่งเป็นเครื่องลดอุณหภูมิสารละลายธาตุอาหาร เมื่ออากาศในห้องทำให้น้ำอุ่นเกินช่วงนี้
  • เปิดปั๊มลมและหัวทราย (airstone) ตั้งเป้าให้ออกซิเจนละลายน้ำสูงกว่า 6 mg/L โดยวัดด้วยเครื่องวัดออกซิเจนละลายน้ำ (DO meter) รากจะได้ออกซิเจนเพียงพอและป้องกันตัวเองได้
  • ตรวจอุณหภูมิน้ำทุกวัน แค่สุดสัปดาห์เดียวที่น้ำร้อนเกินไปก็ทำให้โรคเริ่มระบาดได้แล้ว และกว่าคุณจะเห็นอาการก็อาจผ่านไปหลายสัปดาห์

หมายเหตุผู้แปล: ห้องปลูกในไทยมักมีอุณหภูมิ 30–35 °C ถังสารละลายที่ไม่มีเครื่องทำความเย็นจึงอุ่นและมีออกซิเจนต่ำอยู่ตลอด เครื่องทำความเย็นช่วยให้คุณคุมสภาพที่ทำให้ Pythium ระบาดได้เกือบทั้งหมด ควรรวมค่าเครื่องไว้ในงบตั้งแต่ก่อนซื้อเต็นท์และไฟ วิธีเริ่มต้นคือจดอุณหภูมิถังวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วเลือกขนาดเครื่องให้รับมือกับค่าสูงสุดที่วัดได้ ดูการเปรียบเทียบเครื่องทำความเย็นกับทางเลือกอื่นได้ในหัวข้อ การเพาะปลูกไฮโดรโปนิกส์ที่อุณหภูมิถังสารละลาย 31 °C

หมายเหตุผู้แปล: ไฟดับเมื่อไร ทั้งเครื่องทำความเย็นและปั๊มลมก็หยุดทำงาน และในหลายพื้นที่ของไทยไฟมักดับตอนพายุเข้า ให้ต่อปั๊มลมเข้ากับ UPS (เครื่องสำรองไฟ ซึ่งมีแบตเตอรี่ที่จ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่อได้ระหว่างไฟดับ) หรือเตรียมปั๊มลมแบบใช้แบตเตอรี่ไว้ ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่บันทึกค่าสูงสุดของวันได้ จะได้รู้ว่าน้ำร้อนเกินไปหรือไม่ในช่วงที่คุณไม่อยู่ ทุกครั้งที่ไฟดับ ให้ตรวจอุณหภูมิน้ำและดมกลิ่นถังสารละลายภายในวันเดียวกัน คุณจะได้แก้ไขทันก่อนรากเริ่มเน่า

1.2 การระบายน้ำและการให้น้ำ

  • ในดินและเส้นใยมะพร้าว ตั้งเป้าให้มีน้ำไหลออก 15–20% น้ำไหลออก (runoff) คือน้ำที่ไหลออกจากก้นกระถาง คิดเป็นสัดส่วนของน้ำที่คุณให้ไป น้ำส่วนนี้ช่วยเปลี่ยนสารละลายรอบรากและป้องกันเกลือสะสม การวัดค่า EC และ pH ของน้ำที่ไหลออกยังบอกให้รู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในบริเวณราก
  • ปล่อยให้ผิววัสดุปลูกด้านบนแห้งก่อนให้น้ำครั้งต่อไป ถ้าวัสดุเปียกตลอดเวลา รากจะขาดอากาศ
  • ใช้กระถางผ้าหรือกระถางที่ตัดรากด้วยอากาศ กระถางแบบนี้ให้อากาศเข้าถึงบริเวณรากและระบายน้ำส่วนเกินออกได้
  • ยกกระถางให้สูงจากพื้น และอย่าปล่อยให้กระถางแช่น้ำเด็ดขาด

สิ่งที่ควรทำ: วัดปริมาณน้ำที่ไหลออกเทียบกับน้ำที่ให้ไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วปรับปริมาณน้ำจนได้ 15–20%

1.3 จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์

จุลินทรีย์บางชนิดอาศัยอยู่บนรากและช่วยปกป้องราก ผลิตภัณฑ์ในตารางด้านล่างมีจุลินทรีย์เหล่านี้อยู่

จุลินทรีย์ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่อะไร
Trichoderma harzianum RootShield, Trianum, Great White เข้ายึดผิวรากและต่อต้านเชื้อโรคราก
Bacillus subtilis Serenade, Cease สร้างสารปฏิชีวนะ (lipopeptide)
Bacillus amyloliquefaciens Double Nickel, Hydroguard เข้ายึดบริเวณราก บางสูตรผลิตมาสำหรับระบบไฮโดรโปนิกส์โดยเฉพาะ
เชื้อราไมคอร์ไรซา (AMF หรือ arbuscular mycorrhizal fungi) Mykos, Great White, Dynomyco อยู่ร่วมกับรากแบบพึ่งพากัน ช่วยให้ต้นดูดธาตุอาหารได้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น
Clonostachys rosea (ชื่อเดิม Gliocladium catenulatum) Prestop ต่อต้านเชื้อโรคในวัสดุปลูก

ใส่จุลินทรีย์ตอนย้ายปลูก โดยใส่ลงบนก้อนรากโดยตรง แล้วใส่ซ้ำตามที่ฉลากกำหนด อย่าใช้ร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือคลอรีน สารฆ่าเชื้อเหล่านี้ฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ไปพร้อมกับเชื้อโรค คุณจะเสียเงินซื้อทั้งสองอย่างแต่ไม่ได้ประโยชน์จากอย่างใดเลย

การควบคุมโรครากกัญชาโดยชีววิธี (biological control) ยังอยู่ในขั้นวิจัย ยังไม่ใช่เรื่องที่มีคำตอบแน่ชัด ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ สูตร วัสดุปลูก และชนิดของเชื้อโรค ให้ใช้จุลินทรีย์เป็นแค่ด่านเสริม ต่อจากการคุมอุณหภูมิ ออกซิเจน การระบายน้ำ และความสะอาด จุลินทรีย์ใช้แทนพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้

หมายเหตุผู้แปล: ผลิตภัณฑ์ในตารางส่วนใหญ่ผลิตในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ผู้แปลยังยืนยันไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ใดในตาราง หรือผลิตภัณฑ์ Trichoderma และ Bacillus ที่ผลิตในไทยตัวใด ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรและมีขายในไทยแล้วบ้าง ถ้าต้องการหาผลิตภัณฑ์ ให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย หรือถามประสบการณ์ผู้ปลูกคนอื่นในหมวดเชื้อราและราวิทยา (Fungi and Mycology) เริ่มจากทดลองเล็กๆ ก่อน โดยใส่จุลินทรีย์ให้ต้นกัญชากลุ่มหนึ่ง และปล่อยอีกกลุ่มหนึ่งไว้โดยไม่ใส่ ภายใต้สภาพเดียวกัน พอเก็บเกี่ยวแล้วให้เปรียบเทียบสีรากและจำนวนต้นที่ป่วย จะได้รู้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นคุ้มค่าสำหรับห้องปลูกของคุณหรือไม่

1.4 วัสดุปลูกที่สะอาด

คำแนะนำเรื่องโรครากเน่าของกัญชงในคู่มือ Pacific Northwest Plant Disease Management Handbook เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องวิธีปลูก และระบุไว้ชัดเจน [1]:

  • ใช้กระถางที่สะอาดและวัสดุปลูกที่ปลอดเชื้อ
  • ใส่อินทรียวัตถุในวัสดุปลูกให้น้อย
  • ฆ่าเชื้อเครื่องมือและอุปกรณ์
  • ห้ามนำดินปลูกจากต้นที่เป็นโรคกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด

คู่มือนี้ไม่ได้แนะนำการใช้สารเคมีควบคุมโรครากเน่าของกัญชงไว้เลย [1] ในทางปฏิบัติหมายความว่าต้องป้องกันโรคไว้ก่อน เพราะไม่มีสารพ่นตัวไหนที่แนะนำให้ใช้รักษาโรคนี้

1.5 ความสะอาดและสุขอนามัย

  • ฆ่าเชื้อกระถาง ถาด และเครื่องมือระหว่างรอบปลูก แช่ในน้ำยาฟอกขาว 10% (น้ำยาฟอกขาวที่ใช้ในบ้าน 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วน) นาน 10 นาที แล้วล้างน้ำออกให้สะอาด
  • ระหว่างรอบปลูก ให้ระบายน้ำออกจากถังสารละลาย ขัดถัง แล้วล้างให้สะอาด
  • เก็บเศษซากพืชที่ตายแล้วออกทันที เนื้อเยื่อที่ตายแล้วจะกลายเป็นแหล่งสปอร์ใหม่
  • วางอ่างจุ่มเท้าไว้ที่ทางเข้าห้องปลูก เพื่อไม่ให้ดินที่ปนเปื้อนติดรองเท้าเข้ามา

สิ่งที่ควรทำ: เขียนรายการตรวจเช็กการทำความสะอาดสำหรับท้ายรอบปลูกทุกรอบ และติ๊กให้ครบทุกข้อก่อนเริ่มปลูกรอบถัดไป

2. การรับมือเมื่อเกิดการระบาด

2.1 Pythium ในระบบไฮโดรโปนิกส์

  1. ลดอุณหภูมิถังสารละลาย ลงมาที่ 18–20 °C
  2. เพิ่มออกซิเจนละลายน้ำ โดยเพิ่มหัวทรายและเพิ่มกำลังปั๊ม
  3. เปลี่ยนน้ำในถัง ระบายน้ำออก ทำความสะอาดถัง แล้วเติมน้ำใหม่
  4. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น สารนี้ฆ่า zoospore ในน้ำได้ แต่ก็ฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ของคุณไปด้วย ให้ใช้ครั้งเดียว ในอัตราที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ อย่าใช้เป็นประจำ
  5. ใส่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กลับเข้าไปใหม่หลังจากนั้น 24–48 ชั่วโมง เพื่อฟื้นจุลินทรีย์ที่เพิ่งถูกกำจัดไป
  6. ถ้าปัญหากลับมาซ้ำเรื่อยๆ ให้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่ให้ออกซิเจนได้ดีกว่า ระบบ DWC แบบหมุนเวียนน้ำ (RDWC) เชื่อมถังรากหลายใบเข้ากับถังสารละลายกลางใบเดียว เมื่อใช้ร่วมกับปั๊มภายนอกและเครื่องทำความเย็น ระบบนี้ทนต่อเชื้อโรคได้ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับถังเดี่ยวที่ไม่ได้เชื่อมกัน

ดูความแตกต่างของแต่ละระบบได้ที่เปรียบเทียบระบบไฮโดรโปนิกส์

2.2 Pythium ในดินหรือเส้นใยมะพร้าว

  1. ให้น้ำห่างขึ้น ปล่อยให้วัสดุปลูกแห้งมากขึ้นก่อนให้น้ำครั้งต่อไป
  2. ปรับการระบายน้ำให้ดีขึ้น ถ้าวัสดุปลูกอุ้มน้ำมากเกินไป ให้ผสมเพอร์ไลท์เพิ่ม
  3. ราดวัสดุปลูกด้วยผลิตภัณฑ์ Trichoderma หรือ Bacillus
  4. โพแทสเซียมฟอสโฟเนต (potassium phosphonate) ซึ่งมีขายในชื่อกรดฟอสฟอรัส (phosphorous acid) ด้วย ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่ ProPhyt, Fosphite และ Agri-Fos เป็นสารเคมีไม่กี่ตัวที่ใช้ได้ผลกับราน้ำ (oomycete) รากดูดซึมสารนี้เข้าไปได้ ก่อนใช้ให้ตรวจก่อนว่าขึ้นทะเบียนสำหรับใช้กับกัญชาหรือไม่ และมีกฎเรื่องสารตกค้างอย่างไร ผลิตภัณฑ์ที่อนุญาตให้ใช้กับไม้ประดับไม่ได้แปลว่าใช้กับพืชที่คนนำไปบริโภคได้

หมายเหตุผู้แปล: ในไทยให้ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามที่ฉลากระบุเท่านั้น ผู้แปลยังยืนยันไม่ได้ว่ามีผลิตภัณฑ์โพแทสเซียมฟอสโฟเนตตัวใดขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรสำหรับใช้กับกัญชาหรือกัญชงแล้ว ก่อนซื้อให้อ่านสารที่พ่นบนกัญชาได้ตามกฎหมายภายใต้ GACP ของไทย

2.3 Fusarium

เมื่อ Fusarium เข้าไปอยู่ในท่อลำเลียงน้ำของต้น (ไซเลม) แล้ว จะไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลแน่นอน สารที่ราดลงกระถางเข้าไปถึงเชื้อราในท่อลำเลียงไม่ได้

  1. ถอนต้นที่ติดเชื้อหนักออกและทำลายทิ้ง ใส่ถุงปิดให้สนิท อย่านำไปทำปุ๋ยหมัก
  2. พยายามรักษาต้นไว้เฉพาะเมื่อเป็นสายพันธุ์ที่หามาแทนไม่ได้เท่านั้น นำต้นออกจากวัสดุปลูกที่ปนเปื้อน แล้วตัดรากที่ตายแล้วออก ราดด้วยผลิตภัณฑ์ Trichoderma แล้วปลูกใหม่ในวัสดุปลูกใหม่ที่ปลอดเชื้อ วิธีนี้ใช้กับอาการเหี่ยวจากท่อลำเลียง (vascular wilt หรืออาการเหี่ยวที่เกิดในเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ) ได้ผลน้อย ให้ถือเป็นความพยายามครั้งสุดท้าย ไม่ใช่วิธีมาตรฐาน
  3. หยุดการแพร่กระจาย ฆ่าเชื้อเครื่องมือทุกชิ้นที่สัมผัสต้น และนำวัสดุปลูกที่ปนเปื้อนออกไปนอกอาคาร
  4. รอบปลูกถัดไปให้ใช้วัสดุปลูกใหม่ ห้ามใช้ของเก่าเด็ดขาด

หมายเหตุผู้แปล: ผู้ปลูกที่มีใบอนุญาตในไทยอาจต้องบันทึกวิธีทำลายต้นกัญชา ก่อนทิ้งต้นที่ติดเชื้อให้สอบถามสำนักงานที่ออกใบอนุญาตก่อน เพื่อให้การทำลายตรงกับบันทึกของคุณ

3. ทำไมโรครากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงรุนแรงกว่า

ผู้ปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เจอโรครากมากกว่าด้วยเหตุผล 3 ข้อ ข้อแรก อากาศร้อนทำให้ถังสารละลายและวัสดุปลูกร้อนตามไปด้วย ข้อสอง ฝนมรสุมที่ตกหนักทำให้ดินกลางแจ้งน้ำขัง ข้อสาม ความชื้นสูงทำให้ต้นคายน้ำทางใบได้ช้าลง วัสดุปลูกจึงเปียกอยู่นานขึ้น

  • ในระบบไฮโดรโปนิกส์ ให้ถือว่าเครื่องทำความเย็นน้ำเป็นส่วนหลักของระบบ ที่อุณหภูมิห้อง 30–35 °C ถังสารละลายที่ไม่มีเครื่องทำความเย็นจะอุ่นและออกซิเจนต่ำอยู่ตลอด ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อโรคเหล่านี้ต้องการ ให้ตั้งงบซื้อเครื่องนี้ก่อนซื้อเต็นท์ ไม่ใช่รอให้ปลูกเสียไปหนึ่งรอบก่อน
  • ปลูกกลางแจ้งให้ใช้แปลงยกหรือยกร่อง เมื่อฝนตกติดกันทั้งสัปดาห์ น้ำจะระบายออกได้ ไม่ขังจนรากแช่น้ำ ดูกัญชากลางแจ้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ใส่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้ถี่กว่าที่คู่มือของประเทศเขตอบอุ่นแนะนำ ความร้อนในเขตร้อนเร่งให้ทั้งจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และเชื้อโรคทำงานเร็วขึ้น การใส่ครั้งเดียวตอนย้ายปลูกจึงปกป้องรากในบ้านเราได้น้อยกว่าในโรงเรือนเขตอบอุ่น
  • ปลูกในภาชนะ ให้เลือกเส้นใยมะพร้าวมากกว่าดินเหนียวหนักแบบเขตร้อน เส้นใยมะพร้าวระบายน้ำและให้อากาศเข้าถึงบริเวณรากได้ดีกว่ามาก
  • ใช้ตาข่ายพรางแสงกับต้นที่ปลูกกลางแจ้งในช่วงที่ร้อนที่สุด เพื่อให้บริเวณรากเย็นลง
  • อย่าพึ่งโปรแกรมพ่นสารกันราแป้งเพื่อสู้กับ Fusarium ในการทดสอบในห้องปฏิบัติการเมื่อปี 2568 กับเชื้อ Fusarium ที่ทำให้ช่อดอกเน่า (bud rot) ในโรงเรือนกัญชงที่เชียงใหม่ กำมะถันยับยั้งการเจริญของเชื้อราได้เพียง 11% [2] กำมะถันเป็นเครื่องมือสำหรับราแป้ง ไม่ใช่สำหรับ Fusarium

สิ่งที่ควรทำ: ก่อนเข้าหน้าฝน ให้ตรวจว่ากระถางและแปลงทุกจุดระบายน้ำได้ดี และถังสารละลายของคุณคุมอุณหภูมิไว้ที่ 18–22 °C ได้

4. กิจวัตรการตรวจสุขภาพราก

สิ่งที่ตรวจ ความถี่ สิ่งที่ต้องดู
น้ำหนักกระถาง ทุกวัน กระถางที่ควรเบาแล้วแต่ยังหนักอยู่ แสดงว่ามีปัญหาการระบายน้ำ
ราก ทุกสัปดาห์ ในต้นที่ดูอ่อนแอ สี เนื้อสัมผัส กลิ่น
กลิ่นถังสารละลาย ทุกวัน (ไฮโดรโปนิกส์) ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นเหมือนน้ำเน่าในหนองบึง แปลว่ามีปัญหา
ออกซิเจนละลายน้ำ ทุกสัปดาห์ (ไฮโดรโปนิกส์) สูงกว่า 6 mg/L
อุณหภูมิน้ำ ทุกวัน (ไฮโดรโปนิกส์) 18–22 °C
อัตราการเติบโต ตลอดเวลา ถ้าต้นโตช้าลงกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุอื่น ให้ตรวจราก
EC และ pH ของน้ำที่ไหลออก ทุกครั้งที่ให้น้ำ ค่าที่เปลี่ยนกะทันหันอาจแปลว่ารากดูดธาตุอาหารได้น้อยลง

สิ่งที่ควรทำ: พิมพ์ตารางนี้ติดไว้ในห้องปลูก และจดค่าที่วัดได้ลงในบันทึกการปลูก เมื่อมีต้นป่วย คุณจะย้อนดูได้ว่าปัญหาเริ่มตั้งแต่เมื่อไร

5. รายการตรวจเช็กสุขภาพราก

  1. คุมอุณหภูมิ: ใช้เครื่องทำความเย็นในระบบไฮโดรโปนิกส์ ส่วนการปลูกดินในอากาศร้อนให้ใช้การพรางแสงและการระบายอากาศ
  2. การระบายน้ำ: ใช้กระถางผ้า ให้มีน้ำไหลออกพอ และไม่มีน้ำขัง
  3. จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์: ใส่ตอนย้ายปลูก แล้วใส่ต่อตามตารางเวลา
  4. ออกซิเจนละลายน้ำ: ใช้หัวทรายในระบบไฮโดรโปนิกส์ และใช้วัสดุปลูกที่โปร่ง ร่วน อากาศผ่านได้ดีเมื่อปลูกดิน
  5. ความสะอาด: ทำความสะอาดกระถาง เครื่องมือ และถังสารละลายระหว่างรอบปลูก
  6. การเฝ้าติดตาม: ตรวจอุณหภูมิน้ำทุกวัน และตรวจรากของต้นตัวอย่างที่เป็นตัวแทนไม่กี่ต้นทุกสัปดาห์
  7. แผนฉุกเฉิน: ถ้า Pythium ระบาดกะทันหัน ให้ใช้เปอร์ออกไซด์ เปลี่ยนน้ำ แล้วใส่จุลินทรีย์กลับเข้าไปใหม่ ถ้าเป็น Fusarium ให้ถอนต้นออกและทำลายทิ้ง

ปุ๋ยราคาแพง แสงที่สมบูรณ์แบบ และเทคนิคจัดทรงต้นขั้นสูง ชดเชยรากที่เสียหายไม่ได้ ให้ลงเงินและเวลากับการคุมอุณหภูมิ การระบายน้ำ และความสะอาดก่อน ถ้าต้องการแนวทางจัดการศัตรูพืชและโรคที่ครอบคลุมกว่านี้ ดูการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) สำหรับกัญชา

ถ้าคุณเคยเจอโรครากเน่า เล่าไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย บอกด้วยว่าใช้ระบบไหน (ไฮโดรโปนิกส์ ดิน หรือเส้นใยมะพร้าว) สงสัยหรือยืนยันได้ว่าเป็นเชื้ออะไร คุณแก้ไขอย่างไร และผลเป็นอย่างไร มีคำถามก็ถามไว้ได้เช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Osterbauer, N.K., & Ocamb, C.M. Hemp (Cannabis sativa)-Root and Crown Rot. In: Pacific Northwest Plant Disease Management Handbook. Oregon State University, Washington State University and University of Idaho Extension (ฉบับปรับปรุงเดือนมีนาคม 2026). https://pnwhandbooks.org/plantdisease/host-disease/hemp-cannabis-sativa-root-crown-rot
  2. Samarakoon, M.C., Chiu, C.-I., Chobyen, J., Iamwan, S., Bundit, A., Jeeatid, N., & Mukjang, N. (2025). Fusarium pernambucanum causing bud rot in industrial hemp (Cannabis sativa) in Thailand: pathogenicity and sensitivity to fungicide in vitro. Physiological and Molecular Plant Pathology.

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดบทความเรื่องการจัดการศัตรูพืชและโรคของ Asiannabis Community มีไว้เพื่อการศึกษาในพื้นที่ที่การปลูกกัญชาถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องใบอนุญาตไหนครอบคลุมกิจกรรมอะไรในไทย ดูใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายในไทย: ใบอนุญาตไหนครอบคลุมอะไร การตรวจ การพักใช้ใบอนุญาต และบทลงโทษ