เยอรมนีมีงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับกัญชาและพืชสมุนไพรมากกว่าประเทศอื่นในยุโรป แต่งานส่วนใหญ่จะไม่ทำให้คุณได้เจอผู้ซื้อวัตถุดิบจากพืชเลยสักราย คู่มือนี้รวมทุกงานในเยอรมนีที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กันยายน 2569 ถึงพฤศจิกายน 2570 และมีงานในประเทศเพื่อนบ้านอีกไม่กี่งาน คู่มือนี้เขียนให้ผู้ปลูกและผู้ส่งออกในไทย เวียดนาม ลาว และประเทศอื่นในภูมิภาค ที่ต้องเลือกว่าทริปไหนคุ้มงบเดินทาง
วันที่และสถานที่จัดงานทุกงานตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้จัดงานเอง ไม่ได้นำมาจากเว็บที่รวบรวมรายชื่องาน การตรวจสอบนี้ยังพบชื่องานหลายชื่อที่ขึ้นในผลการค้นหา แต่ไม่มีอยู่จริงหรือเลิกจัดไปแล้ว ตอนที่ 2 จะรวบรวมชื่อเหล่านี้ไว้พร้อมปฏิทินงานฉบับเต็ม ตอนแรกนี้ครอบคลุม 3 เรื่อง คือ 4 งานที่คุณจะได้เจอผู้ซื้อ ใบอนุญาตที่ต้องมีก่อนขายเข้าเยอรมนี และความเปลี่ยนแปลงของตลาดเยอรมนีในปี 2569
4 งานที่คุณจะได้เจอผู้ซื้อวัตถุดิบจากพืช
ในบรรดางานทั้งหมดที่ตรวจสอบในเยอรมนีและประเทศเพื่อนบ้าน มีเพียง 4 งานที่ให้คุณได้พบตัวจริงกับคนที่เซ็นสัญญาซื้อขายวัตถุดิบ แต่ละงานเหมาะกับผู้ขายคนละแบบ จึงควรอ่านก่อนว่าแต่ละงานจัดขึ้นเพื่ออะไร แล้วค่อยเลือก
IPM ESSEN: ปัจจัยการผลิตและอุปกรณ์การปลูก
IPM ESSEN จัดวันที่ 26–29 มกราคม 2570 ที่ Messe Essen ศูนย์แสดงสินค้าในเมืองเอสเซิน (Essen) งานนี้เป็นงานแสดงสินค้าด้านพืชสวนอันดับหนึ่งของโลก จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2526 (1983) งานปี 2569 มีผู้แสดงสินค้า 1,476 รายจาก 41 ประเทศ และผู้เข้าชมราว 39,000 คนจาก 111 ประเทศ
ในงานนี้คุณจะได้เจอทั้งผู้ขายและผู้ซื้อปัจจัยการผลิต เช่น วัสดุปลูก วัสดุขยายพันธุ์อย่างเมล็ดและต้นกล้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ขายช่อดอกสำเร็จรูป ซึ่งหมายถึงดอกที่ผ่านการทำแห้งแล้วและพร้อมขาย ถ้าคุณต้องการผู้ซื้อช่อดอก ให้เลือกทริปอื่น
IPM ESSEN เป็นงานใหญ่งานเดียวในรายการนี้ที่ประกาศราคาบูธให้ทุกคนดูได้ ราคาปี 2570 ด้านล่างมาจากหน้าลงทะเบียนของผู้จัดงาน ทุกรายการยังไม่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
| รายการ | ราคาปี 2570 |
|---|---|
| บูธแถว (เปิด 1 ด้าน) | €188 ต่อตารางเมตร |
| บูธหัวมุม (เปิด 2 ด้าน) | €194 ต่อตารางเมตร |
| บูธหัวแถว (เปิด 3 ด้าน) | €199 ต่อตารางเมตร |
| บูธเกาะ (เปิด 4 ด้าน) | €200 ต่อตารางเมตร |
| ค่าธรรมเนียม AUMA | €0.60 ต่อตารางเมตร |
| แพ็กเกจสื่อภาคบังคับ | €379 ต่อผู้แสดงสินค้า 1 ราย |
| ค่าธรรมเนียมเพิ่มด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม | €10 ต่อตารางเมตร คิดสูงสุดไม่เกิน 150 ตารางเมตร |
ค่าธรรมเนียม AUMA เป็นเงินเล็กน้อยที่คิดต่อตารางเมตร งานแสดงสินค้าในเยอรมนีเก็บเงินส่วนนี้ให้ AUMA ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าของเยอรมนี ราคาจองล่วงหน้าปิดไปแล้วเมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 ราคานั้นถูกกว่า €2–5 ต่อตารางเมตร
ตัวอย่างการคำนวณบูธแถวขนาด 12 ตารางเมตร: ค่าพื้นที่ €2,256 ค่าธรรมเนียม AUMA €7.20 แพ็กเกจสื่อ €379 และค่าธรรมเนียมพลังงาน €120 รวมเป็น €2,762.20 ยอดนี้ยังไม่รวม VAT ค่าเดินทาง ค่าสร้างบูธ และค่าพนักงาน หน้าลงทะเบียนของผู้จัดงานไม่ได้ระบุขนาดบูธขั้นต่ำ ราคาทุกรายการต้องบวก VAT เพิ่ม จึงควรถามผู้จัดงานว่า VAT คิดอย่างไรกับบริษัทที่ตั้งอยู่นอกสหภาพยุโรป (EU)
หมายเหตุผู้แปล: ก่อนนำไปเทียบกับงบ ให้แปลงตัวเลขเหล่านี้เป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ผู้ปลูกจากไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักได้ประโยชน์จากงานนี้ในฐานะผู้เข้าชมมากกว่าการไปออกบูธ ผู้เข้าชมเทียบวัสดุปลูก วัสดุขยายพันธุ์ และอุปกรณ์จากซัพพลายเออร์หลายรายได้ในฮอลล์เดียว ก่อนไป ให้จดปัจจัยการผลิต 3 อย่างที่คุณอยากเทียบมากที่สุด เมื่อถึงงาน ให้เก็บราคาและเอกสารข้อมูลทางเทคนิคของทั้ง 3 อย่างนั้นกลับมา
CPHI Frankfurt: ผู้ซื้อวัตถุดิบทางเภสัชกรรม
CPHI Frankfurt จัดวันที่ 9–11 พฤศจิกายน 2570 ที่ Messe Frankfurt ผู้ซื้อวัตถุดิบทางเภสัชกรรมที่ทำงานภายใต้มาตรฐาน EU-GMP จะมางานนี้ EU-GMP คือหลักเกณฑ์การผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice) ของสหภาพยุโรป เป็นกฎสำหรับการผลิตยาและส่วนประกอบของยา ผู้รับจ้างผลิตก็มาออกบูธด้วย ผู้รับจ้างผลิตคือบริษัทที่รับแปรรูปหรือผลิตสินค้าให้บริษัทอื่นตามสัญญา
งานปี 2568 ก็จัดที่แฟรงก์เฟิร์ตเหมือนกัน รายงานหลังจบงานของผู้จัดระบุว่ามีผู้เข้าร่วมมากกว่า 59,000 คน และผู้แสดงสินค้ามากกว่า 2,900 ราย ตัวเลขของงานที่แฟรงก์เฟิร์ตปี 2570 ยังไม่ประกาศ ราคาบูธไม่เปิดเผย ผู้จัดจะเสนอราคาให้ก็ต่อเมื่อคุณสอบถามเท่านั้น
หมายเหตุผู้แปล: ฟาร์มไทยที่ขายแค่ช่อดอกแห้งและยังไม่มีพันธมิตรแปรรูปที่ได้ EU-GMP แทบไม่มีอะไรจะเสนอให้ผู้ซื้อในงานนี้ งานนี้จะเริ่มมีประโยชน์เมื่อคุณทำงานกับผู้แปรรูปที่ได้ EU-GMP อยู่แล้ว หรือวางแผนจะทำ ถ้าคุณวางแผนผลิตสารสกัดกัญชาในไทย ให้เช็กก่อนว่าใครมีสิทธิ์ถือใบอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569 กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 ให้ออกใบอนุญาตสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ได้เฉพาะกลุ่มต่อไปนี้ (กฎกระทรวงปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง):
- นิติบุคคลไทยที่ไม่ถือเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
- หน่วยงานของรัฐ
- สภากาชาดไทย
ก่อนตัดสินใจไปงานนี้ ให้เปิดดูรายชื่อผู้แสดงสินค้าทางออนไลน์ แล้วจดไว้ว่าผู้รับจ้างผลิตรายไหนรับงานวัตถุดิบจากพืช เพราะบริษัทเหล่านี้คือคนที่คุณจะไปพบ
ICBC Berlin: ฝั่งการปลูกและฝั่งยาอยู่ในงานเดียวกัน
ICBC Berlin จัดวันที่ 13–15 เมษายน 2570 ที่ Estrel Berlin ซึ่งเป็นโรงแรมและศูนย์ประชุม งานนี้ระบุตัวเองว่าเป็นงานกัญชาแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นงานเดียวในรายการนี้ที่คนฝั่งการปลูกกับคนฝั่งเภสัชกรรมมาอยู่ในอาคารเดียวกัน
งานปี 2569 มีตัวเลขที่รายงานไว้ คือผู้เข้าร่วมมากกว่า 7,500 คน ผู้แสดงสินค้าและผู้สนับสนุน 500 ราย และพื้นที่มากกว่า 25,000 ตารางเมตร ตัวเลขเหล่านี้มาจากผู้จัดงาน และยังไม่มีผู้ตรวจสอบอิสระยืนยัน ราคาบูธไม่ได้ประกาศไว้ ผู้ที่จะออกบูธต้องขอใบเสนอราคาเอง
เลือกงานนี้ถ้าคุณไปได้แค่ทริปเดียวและอยากเจอทั้งผู้ปลูกและผู้นำเข้า ถ้าจะออกบูธ ให้ขอใบเสนอราคาแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะออกบูธหรือไปเดินชม ให้อีเมลหาบริษัทที่อยากพบก่อนบิน คุณจะได้ไปถึงพร้อมนัดที่ลงเวลาไว้แล้ว ไม่ต้องหวังว่าจะเดินเจอคนที่ต้องการในงาน
Bernburger Winterseminar: ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรองระดับฟาร์ม
Bernburger Winterseminar จัดวันที่ 23–24 กุมภาพันธ์ 2570 ที่เมือง Bernburg (Saale) เมืองเล็กในรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ (Saxony-Anhalt) ของเยอรมนี ครั้งนี้จะเป็นการจัดครั้งที่ 37 ผู้จัดระบุว่าเป็นการประชุมวิชาการภาษาเยอรมันประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในสาขานี้ มีผู้เข้าร่วม 200–300 คน
ผู้จัดสัมมนาคือ Saluplanta e.V. สมาคมด้านพืชสมุนไพรและพืชเครื่องเทศของเยอรมนี หัวข้อหลักคือ GACP (Good Agricultural and Collection Practices) หรือหลักปฏิบัติที่ดีในการปลูกและเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพรระดับฟาร์ม ไม่มีงานอื่นในเยอรมนีที่รวมผู้เชี่ยวชาญ GACP ด้านพืชสมุนไพรและพืชหอมไว้มากเท่างานนี้
ถ้านับจำนวนคน งานนี้เล็กกว่างานแสดงสินค้าใหญ่ ๆ ในรายการนี้มาก แต่สำหรับคำถามหนึ่ง งานนี้มีประโยชน์ที่สุด คำถามนั้นคือ ทำอย่างไรให้เอกสาร GACP ของคุณผ่านการยอมรับจากผู้ซื้อในยุโรป ถ้านี่คือสิ่งที่คุณต้องการรู้ ให้ไป Bernburg แทน ICBC
หมายเหตุผู้แปล: สัมมนานี้มีประโยชน์กับผู้ปลูกสมุนไพรชนิดอื่นในไทยด้วย ไม่ใช่แค่กัญชา ผู้จัดระบุว่าเป็นการประชุมภาษาเยอรมัน จึงคาดไว้ได้เลยว่าการบรรยายจะเป็นภาษาเยอรมัน ก่อนจอง ให้ถามผู้จัดว่ามีช่วงบรรยายภาษาอังกฤษหรือมีล่ามหรือไม่ และนำสำเนาเอกสาร GACP ของฟาร์มไปด้วย เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ความเห็น
งบน้อย ไปได้ทริปเดียว จะเลือกอย่างไร
หมายเหตุผู้แปล: ถ้างบพอแค่ทริปเดียว ให้เลือกตามเป้าหมายของคุณ:
- อยากซื้อปัจจัยการผลิตหรืออุปกรณ์: ไป IPM ESSEN ในฐานะผู้เข้าชม
- อยากได้ความเห็นเรื่องเอกสาร GACP: ไป Bernburger Winterseminar
- อยากเจอทั้งผู้นำเข้าและผู้ปลูกในทริปเดียว: ไป ICBC Berlin
- มีพันธมิตรแปรรูปที่ได้ EU-GMP อยู่แล้ว หรือกำลังสร้าง: ไป CPHI Frankfurt
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เวียดนาม และลาว ต้องขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเข้าเยอรมนี ให้ยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนวันงานนาน ๆ และจองโรงแรมแต่เนิ่น ๆ ด้วย เพราะห้องพักใกล้งานใหญ่มักเต็มเร็ว
ก่อนจองทริป: ใบรับรองระดับฟาร์มอย่างเดียวยังขายช่อดอกในเยอรมนีไม่ได้
ผู้ปลูกในเอเชียหลายรายเข้าหาตลาดเยอรมนีโดยคิดว่ามีใบรับรอง GACP ก็ขายได้แล้ว ความเข้าใจผิดนี้ทำให้เสียเงินมากกว่าความผิดพลาดอื่นใด การขายช่อดอกเข้าเยอรมนีต้องผ่าน 3 ชั้นที่แยกจากกัน ตามที่อธิบายด้านล่าง ให้เช็กครบทั้ง 3 ชั้นก่อนจ่ายเงินค่าทริปแม้แต่บาทเดียว
ชั้นที่ 1: GACP ที่ฟาร์ม
GACP ครอบคลุมการปลูกและการเก็บเกี่ยวในระดับฟาร์ม แต่ไม่ครอบคลุมการแปรรูประดับเภสัชกรรมหลังเก็บเกี่ยว การปล่อยผ่านรุ่นการผลิต หรือการนำเข้า ฟาร์มที่ได้ GACP จึงยังขายช่อดอกเข้าเยอรมนีด้วยใบรับรองนี้ใบเดียวไม่ได้
ไม่มีใบรับรอง GACP ใบไหนที่ใช้ได้ทั่วทั้ง EU แต่ละประเทศตัดสินเองว่าจะยอมรับใบรับรองใด ให้ถามผู้ซื้อทุกรายที่คุยด้วยว่ายอมรับใบรับรอง GACP แบบไหน คุณจะได้รู้ว่าใบของคุณใช้กับเขาได้หรือไม่
ชั้นที่ 2: การปล่อยผ่านรุ่นการผลิตตาม EU-GMP
ทุกรุ่นการผลิตต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์และได้รับการปล่อยผ่านก่อนเข้าสู่ตลาดเยอรมนี ผู้ลงนามปล่อยผ่านคือผู้รับผิดชอบการปล่อยผ่านรุ่นการผลิต (Qualified Person) บุคคลนี้มีชื่อระบุตามกฎหมายประจำสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาตตาม EU-GMP และเป็นผู้ยืนยันว่ารุ่นการผลิตนั้นได้มาตรฐาน ในทางปฏิบัติ ผู้นำเข้าหรือโรงงานรับจ้างผลิตใน EU เป็นผู้ทำขั้นตอนนี้ ไม่ใช่ฟาร์ม
ชั้นที่ 3: ใบอนุญาตของเยอรมนี
คำแนะนำที่เผยแพร่กันอยู่จำนวนมากล้าสมัยในเรื่องนี้ รวมถึงข้อมูลที่แชร์กันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 กัญชาทางการแพทย์ในเยอรมนีไม่อยู่ภายใต้มาตรา 3 ของกฎหมายยาเสพติด (Betäubungsmittelgesetz, BtMG) แล้ว วันนั้นกฎหมายกัญชาทางการแพทย์ (Medizinal-Cannabisgesetz, MedCanG) มีผลบังคับใช้ โดยเป็นข้อ 2 (Article 2) ของกฎหมายกัญชา (Cannabisgesetz) กัญชาถูกถอดออกจากบัญชีแนบท้าย BtMG ทั้งหมด บัญชีนี้คือรายชื่อสารที่กฎหมายยาเสพติดควบคุม
ปัจจุบันผู้นำเข้าต้องมี 2 อย่าง อย่างแรกคือใบอนุญาตประกอบการตาม §4 MedCanG ที่ออกโดยสำนักงานฝิ่นแห่งสหพันธ์ (Bundesopiumstelle) สำนักงานนี้อยู่ภายใต้ BfArM หรือสถาบันยาและเครื่องมือแพทย์แห่งสหพันธ์ของเยอรมนี อย่างที่สองคือใบอนุญาตนำเข้าที่ต้องขอแยกสำหรับการส่งสินค้าแต่ละครั้ง
คู่ค้าบางรายอาจยังเรียกใบอนุญาตของตนว่า “ใบอนุญาตตาม §3 BtMG” คำเรียกแบบนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเขามีใบอนุญาตที่ใช้ได้ในปัจจุบัน จึงควรถามให้ชัดก่อนคุยต่อ ขอดูใบอนุญาตตาม §4 MedCanG จากผู้นำเข้าทุกรายที่คุณพบ และถามด้วยว่าเขาขอใบอนุญาตนำเข้าสำหรับการส่งแต่ละครั้งอย่างไร คำตอบจะบอกคุณได้ว่าเขารับช่อดอกของคุณได้อย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้าอยากดูภาพรวมตลาดเยอรมนีสำหรับผู้ส่งออกไทย อ่านบทความเปรียบเทียบนี้
หมายเหตุผู้แปล (ฝั่งไทย): ไทยมีใบอนุญาตอีกชั้นหนึ่งของตัวเอง ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 (ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง) มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กำหนดว่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมต้องมีใบอนุญาต ผู้ที่ส่งออกโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษตามมาตรา 78 คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ได้กำหนดเกณฑ์ใบอนุญาตช่อดอกกัญชาที่เข้มงวดขึ้น
ก่อนคุยเรื่องสัญญาใด ๆ ให้เช็กว่าใบอนุญาตของคุณครอบคลุมการส่งออกด้วย ขั้นตอนการส่งออกจากฟาร์มไทยอธิบายไว้ในหัวข้อนี้ ผู้ปลูกในเวียดนามและลาวควรตรวจสอบกฎของประเทศตัวเองก่อนวางแผนส่งออก
สิ่งที่ควรนำไปงานแสดงสินค้าในเยอรมนี
อย่านำตัวอย่างช่อดอกจริงไปงานใดในเยอรมนี เว้นแต่คู่ค้าของคุณถือใบอนุญาตนำเข้าในชื่อของเขาเอง ให้นำสิ่งเหล่านี้ไปแทน: ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (รายงานผลแล็บของแต่ละรุ่นการผลิต) เอกสาร GACP บันทึกของฟาร์ม และรูปถ่าย งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไป เช่น Mary Jane, Cannafair และ CannaFriends ก็มีกฎการจัดแสดงสินค้าของตัวเอง กฎของแต่ละงานไม่เหมือนกัน จึงต้องตรวจสอบทีละงาน
หมายเหตุผู้แปล: อย่าใส่ตัวอย่างช่อดอกในกระเป๋าเดินทางตอนออกจากไทย การนำช่อดอกออกนอกประเทศเพื่อธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตส่งออก ถือเป็นการส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีโทษตามมาตรา 78 ข้างต้น หัวข้อนี้ อธิบายว่าอะไรนำออกนอกประเทศไม่ได้ กฎหมายไทยยังห้ามโฆษณาช่อดอกกัญชาและห้ามขายทางออนไลน์ จึงห้ามโพสต์เสนอขายช่อดอกของคุณทางออนไลน์เพื่อประกาศว่าจะไปงาน (อะไรโพสต์ได้บ้าง)
ก่อนเดินทาง ให้เตรียมแฟ้มภาษาอังกฤษไว้ 1 แฟ้ม ในแฟ้มควรมีใบรับรองผลการวิเคราะห์ของรุ่นการผลิตล่าสุด ใบรับรองและบันทึก GACP และรูปถ่ายฟาร์ม ถ้าอยากรู้ว่าผู้ซื้อต่างประเทศต้องการผลตรวจอะไรบ้าง อ่านคู่มือการตรวจวิเคราะห์ก่อนส่งออกนี้
ตลาดเยอรมนีเปลี่ยนอะไรไปบ้างในปี 2569
ในปี 2569 มีความเปลี่ยนแปลง 2 เรื่องที่กระทบว่าใครเป็นผู้ซื้อในเยอรมนี และซื้อมากแค่ไหน ทั้งสองเรื่องเพิ่งเกิดขึ้น คำแนะนำด้านการส่งออกส่วนใหญ่จึงยังตามไม่ทัน ในปีเดียวกันยังมีคำพิพากษาของศาลที่เปลี่ยนวิธีทำการตลาดของคู่ค้าเยอรมันด้วย
ประกันสุขภาพภาครัฐไม่จ่ายค่าช่อดอกอีกแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ประกันสุขภาพภาคบังคับ (ภาครัฐ) ของเยอรมนีไม่จ่ายค่าช่อดอกกัญชาแห้งอีกต่อไป ความเปลี่ยนแปลงนี้มาจากกฎหมาย GKV-Beitragssatzstabilisierungsgesetz ซึ่งออกมาเพื่อตรึงอัตราเงินสมทบของประกันสุขภาพภาคบังคับให้คงที่ กฎหมายนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาของสหพันธ์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 และถอดช่อดอกออกจากสิทธิพิเศษตามมาตรา 31(6) ของ SGB V ซึ่งเป็นภาคหนึ่งของประมวลกฎหมายสังคมเยอรมันที่กำกับประกันสุขภาพภาคบังคับ
แพทย์ยังสั่งจ่ายช่อดอกได้ แต่ต้องเป็นใบสั่งยาแบบผู้ป่วยจ่ายเอง (private prescription) ซึ่งเบิกประกันไม่ได้ ประกันยังจ่ายค่าสารสกัด โดรนาบินอล และนาบิโลน (ยาแคนนาบินอยด์ที่ได้รับการอนุมัติเหล่านี้) รัฐบาลคาดว่าจะประหยัดได้ราว €130 ล้าน ตัวเลขนี้พอบอกได้คร่าว ๆ ว่าความต้องการที่ย้ายจากประกันจ่ายไปเป็นผู้ป่วยจ่ายเองมีมากแค่ไหน
ถามผู้นำเข้าที่คุณพบว่าความเปลี่ยนแปลงนี้กระทบยอดสั่งช่อดอกเทียบกับสารสกัดอย่างไร คำตอบจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเสนอขายช่อดอก วัตถุดิบสำหรับสกัด หรือทั้งสองอย่าง
ร่างกฎหมายฉบับที่สองเรื่องการสั่งจ่ายออนไลน์และการขายทางไปรษณีย์
ร่างกฎหมายฉบับที่สองเพื่อแก้ไข MedCanG ถูกเสนอต่อบุนเดสทาก (Bundestag) หรือรัฐสภาสหพันธ์ของเยอรมนี ในเดือนธันวาคม 2568 เป็นเอกสารเลขที่ 21/3061 ร่างนี้จะจำกัดการสั่งจ่ายผ่านการแพทย์ทางไกล (การปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์อย่างเดียว) และจะห้ามขายช่อดอกทางไปรษณีย์ ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่าร่างนี้ยังไม่ได้ลงมติก่อนปิดสมัยประชุมช่วงฤดูร้อน และยังอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ผู้ติดตามเรื่องนี้คาดว่าจะลงมติได้เร็วที่สุดช่วงปลายปี 2569
ข้อจำกัดที่เสนอมุ่งไปที่วิธีจ่ายยาช่อดอกถึงมือผู้ป่วย ไม่ได้เปลี่ยนการออกใบอนุญาตนำเข้าตาม §4 MedCanG ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ให้ค้นเอกสารเลขที่ 21/3061 ในระบบเอกสารของบุนเดสทากเพื่อดูสถานะล่าสุด อย่าอาศัยข้อมูลในย่อหน้านี้อย่างเดียว
คำพิพากษาของศาลเรื่องการโฆษณา
วันที่ 26 มีนาคม 2569 ศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งสหพันธ์ (Bundesgerichtshof) ได้ตัดสินคดีหมายเลข I ZR 74/25 ศาลนี้เป็นศาลสูงสุดของเยอรมนีสำหรับคดีแพ่งและคดีอาญา คำพิพากษานี้จำกัดการโฆษณาการรักษาด้วยกัญชาต่อสาธารณะตามมาตรา 10 ของกฎหมายการโฆษณายา จึงกระทบวิธีทำการตลาดของคู่ค้าเยอรมัน และกระทบสิ่งที่เขายอมให้ใส่ในสื่อที่มีทั้งชื่อคุณและชื่อเขา
ก่อนพิมพ์โบรชัวร์ร่วมใด ๆ ให้ส่งร่างไปให้คู่ค้าเยอรมัน และขอให้เขาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
หมายเหตุผู้แปล: ไทยก็มีกฎคล้ายกัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 การโฆษณาช่อดอกกัญชาและการขายทางออนไลน์เป็นสิ่งต้องห้าม สื่อร่วมใด ๆ ที่คุณโพสต์ออนไลน์หรือแจกในไทยต้องไม่ส่งเสริมช่อดอก
ตอนที่ 2 มีปฏิทินงานฉบับเต็ม ชื่องานที่ไม่มีอยู่จริง วิธีค้นรายชื่อผู้แสดงสินค้า และรายการข้อมูลที่ยังตรวจสอบไม่ได้ ถ้าคุณเคยไปงานใดงานหนึ่งในนี้ ช่วยโพสต์สิ่งที่ได้เรียนรู้ไว้ใต้หัวข้อนี้ เพื่อให้ผู้ปลูกคนอื่นใช้วางแผนได้