บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: Licence Suspension and Revocation in Thailand: The Full Penalty Map for Cannabis Licence Holders (Part 1 of 2)
ตอนนี้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำผิดในธุรกิจกัญชาที่มีใบอนุญาตในประเทศไทย ได้แก่ ขั้นตอนการออกคำสั่ง การอุทธรณ์ และการทำผิดซ้ำ รวมถึงเรื่องสต็อก ผู้ป่วย และต้นทุนเมื่อถูกพักใช้ใบอนุญาต นอกจากนี้ยังพูดถึงการป้องกัน คดีอาญา และชีวิตหลังถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ตอนที่ 1 อธิบายระดับโทษตามแนวทางที่ออกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (กรมการแพทย์แผนไทยฯ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตสมุนไพรควบคุม ความผิดแต่ละเรื่องจะได้รับโทษระดับใดระดับหนึ่งใน 3 ระดับ คือพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน พักใช้ 90 วัน หรือเพิกถอนทันที ท้ายตอนนี้มีรายการสั้น ๆ ว่าควรแก้เรื่องใดก่อน
จากผลการตรวจสู่คำสั่งฉบับสุดท้าย
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ไม่ได้กำหนดว่าต้องออกคำสั่งภายในกี่วันหลังตรวจพบ กฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ก็ไม่ได้กำหนดไว้เช่นกัน กฎกระทรวงฉบับนี้ (ราชกิจจานุเบกษา 30 เมษายน 2569) แก้ไขเพียงหลักเกณฑ์การอนุญาตและหลักเกณฑ์การต่ออายุใบอนุญาต
หลักทั่วไปจึงมาจากมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก่อนออกคำสั่งที่อาจกระทบสิทธิของคุณ หน่วยงานต้องให้คุณมีโอกาสได้รู้ข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และต้องให้คุณมีโอกาสชี้แจงพร้อมแสดงพยานหลักฐาน ข้อยกเว้นมีอยู่ไม่มาก เช่น กรณีจำเป็นเร่งด่วน
ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้:
- เจ้าหน้าที่บันทึกผลการตรวจ คุณอาจถูกขอให้ชี้แจง
- คุณตอบกลับ ตอบให้เร็วและทำเป็นหนังสือ แนบสำเนาแบบ ภ.ท.27 (บัญชีสต็อก) แบบ ภ.ท.28 (รายงานตามรอบ) และแบบ ภ.ท.33 (ใบสั่งจ่าย) ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ตรวจพบ
- กำหนดโทษ ระยะเวลาพักใช้ 30 หรือ 90 วันขึ้นอยู่กับประเภทความผิดตามแนวทางเดือนมิถุนายน 2569 มาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ. พ.ศ. 2542 จำกัดให้คำสั่งหนึ่งฉบับพักใช้ได้ไม่เกิน 90 วัน ตัวบทที่เผยแพร่ไม่มีข้อใดเปิดให้คุณทำหนังสือรับปากว่าจะแก้ไขแทนการถูกพักใช้
- ส่งคำสั่งเป็นหนังสือ ถ้าหาตัวคุณไม่พบหรือคุณไม่ยอมรับ เจ้าหน้าที่จะปิดคำสั่งไว้ที่สถานที่ที่ได้รับอนุญาต และให้ถือว่าคุณได้รับคำสั่งในวันนั้น (มาตรา 55)
- คุณยื่นอุทธรณ์ได้ โดยยื่นต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2542 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (มาตรา 70) แม้จะยื่นอุทธรณ์แล้ว การพักใช้หรือการเพิกถอนก็ยังมีผลต่อไป คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุดในชั้นฝ่ายปกครอง (มาตรา 71)
- ขั้นสุดท้ายคือศาลปกครอง โดยปกติต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วัน (มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542)
หมายเหตุผู้แปล: ถ้าคำสั่งถูกปิดไว้ที่สถานที่ ให้ถือว่าได้รับในวันนั้นทันที แม้วันนั้นร้านจะปิดอยู่ก็ตาม ระหว่างที่เรื่องยังไม่จบ ควรให้มีคนไปดูที่ร้านทุกวัน คำสั่งเขียนเป็นภาษาไทย ถ้าผู้จัดการของคุณอ่านภาษาไทยไม่ได้ ให้ทนายความหรือพนักงานคนไทยที่ไว้ใจได้อ่านเอกสารทุกฉบับในวันที่ได้รับ
สิ่งที่ควรทำ: จดวันที่ได้รับเอกสารราชการทุกฉบับ แล้วคำนวณวันครบกำหนดอุทธรณ์ 30 วัน และวันครบกำหนดฟ้องศาล 90 วันในวันนั้นเลย
การอุทธรณ์: แบบไหนมักได้ผล แบบไหนไม่ได้ผล
การอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอน อ้างได้ทั้งเหตุว่าโทษหนักเกินไป และเหตุด้านขั้นตอน เช่น เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจ หนังสือแจ้งมีข้อบกพร่อง หรือไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างเหตุด้านขั้นตอน:
- เจ้าหน้าที่เข้าตรวจโดยไม่แสดงบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง หรือไม่มีคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในกรณีที่ต้องมี
- ผลการตรวจอ้างเอกสารที่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าผู้อื่นปลอมขึ้น
- คุณไม่ได้รับโอกาสชี้แจงตามที่กฎหมายกำหนดก่อนออกคำสั่ง
ข้อโต้แย้งเหล่านี้แทบไม่เคยได้ผล: “ไม่รู้ว่ามีกฎข้อนี้” “ผิดแค่นิดเดียว” และ “แก้ไขไปแล้ว” ข้ออ้างแบบนี้อาจช่วยลดโทษในคดีอาญาได้ แต่ล้มคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยถูกต้องไม่ได้
เมื่อการอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้คำสั่งหยุดมีผล ก็ไม่ได้ช่วยให้คุณได้เวลาเพิ่ม ให้ใช้ 30 วันนั้นแก้ทุกจุดที่ยังทำไม่ตรงตามกฎ และเก็บหลักฐานการแก้ไขแต่ละจุด แฟ้มอุทธรณ์ของคุณจะได้แสดงว่าปัญหาแก้เสร็จแล้ว
สิ่งที่ควรทำ: ทุกครั้งที่มีการตรวจ ให้จดชื่อเจ้าหน้าที่ รายละเอียดบัตรประจำตัว และเอกสารทุกฉบับที่ถูกขอให้แสดง บันทึกเหล่านี้คือพื้นฐานของการอุทธรณ์ด้วยเหตุด้านขั้นตอน
การทำผิดซ้ำ
ตามที่มีรายงานเกี่ยวกับแนวทางนี้ ถ้าคุณเคยถูกพักใช้แล้วกลับมาทำผิดเรื่องเดิมอีก จะมีการพิจารณาเพิกถอนทันที ถ้าทำผิดเรื่องอื่นหลังเคยถูกพักใช้ โทษจะหนักขึ้น
ยังมีกฎเรื่องการต่ออายุด้วย คู่มือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ อธิบายกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ไว้ว่า ผู้อนุญาตอาจไม่ต่ออายุใบอนุญาตที่เคยถูกพักใช้เพราะฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา)
สรุปคือ ถ้าทำผิดซ้ำในเรื่องที่เคยถูกพักใช้มาแล้ว ใบอนุญาตเสี่ยงถูกเพิกถอน ส่วนการถูกพักใช้เพราะฝ่าฝืนประกาศเรื่องกัญชาไม่ว่าครั้งใด ทำให้ใบอนุญาตเสี่ยงตอนต่ออายุ เพราะเมื่อใบอนุญาตหมดอายุ ผู้อนุญาตอาจไม่ต่อให้
เก็บบันทึกการตรวจ หนังสือเตือน และหนังสือชี้แจงที่คุณส่งไปทุกฉบับ ตัวบทที่เผยแพร่ไม่ได้บอกว่าการตักเตือนอย่างไม่เป็นทางการจะนำมาพิจารณาอย่างไร ถ้าวันหลังคุณต้องโต้แย้งคำสั่ง บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าตรวจพบอะไรและแก้ไขอย่างไร คือหลักฐานที่ดีที่สุด
สิ่งที่ควรทำ: ทำแฟ้มแยกสำหรับการตรวจแต่ละครั้ง ทั้งฉบับกระดาษและฉบับสแกน ในแฟ้มให้มีบันทึกของเจ้าหน้าที่ หนังสือตอบของคุณ และหลักฐานการแก้ไขแต่ละจุด
สต็อกและผู้ป่วยระหว่างถูกพักใช้
ตามมาตรา 52 วรรคสอง ผู้รับอนุญาตที่ถูกพักใช้ต้องหยุดทุกกิจกรรมภายใต้ใบอนุญาตนั้นตลอดช่วงที่ถูกพักใช้ และในช่วงนั้นคุณจะขอใบอนุญาตอื่นตาม พ.ร.บ. นี้ไม่ได้ การขายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมระหว่างถูกพักใช้เป็นความผิดตามมาตรา 78 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตัวบทที่เผยแพร่ซึ่งบทความนี้ตรวจดู ไม่ได้บอกว่าต้องจัดการสต็อกในสถานที่อย่างไรระหว่างถูกพักใช้ อย่าขาย ย้าย หรือทำลายสต็อก จนกว่ากรมการแพทย์แผนไทยฯ จะตอบคุณเป็นหนังสือ และต้องอัปเดตบัญชีสต็อกตามแบบ ภ.ท.27 ให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา
หมายเหตุผู้แปล: ห้องเก็บของในไทยมักร้อนถึง 30–35 °C และความชื้นสูงในหน้าฝน ถ้าคุณปิดแอร์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างถูกพักใช้ 90 วัน ดอกอาจขึ้นรา แล้วคุณจะมีสต็อกเสียที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำลาย ควรเปิดระบบควบคุมสภาพอากาศในห้องเก็บไว้ตลอด และจดอุณหภูมิกับความชื้นทุกวัน พื้นฐานการเก็บรักษาอ่านได้ที่ การเก็บรักษา: ความชื้น แสง ออกซิเจน และอายุการเก็บรักษา
ผู้ป่วยที่รับกัญชาตามใบสั่งจ่ายแบบ ภ.ท.33 จากร้านจำหน่ายกัญชา (dispensary) ของคุณ จะต้องไปรับที่สถานที่อื่นที่มีใบอนุญาตตลอดช่วงที่ถูกพักใช้ ควรแจ้งผู้ป่วยปัจจุบันโดยตรงและเป็นการส่วนตัว
หมายเหตุผู้แปล: ติดต่อผู้ป่วยทางโทรศัพท์หรือข้อความส่วนตัว อย่าโพสต์สาธารณะ โพสต์สาธารณะเรื่องการจ่ายดอกกัญชาอาจถือเป็นการโฆษณา และการโฆษณาก็เป็นความผิดอีกข้อหนึ่งที่มีโทษพักใช้ 30 วัน
สิ่งที่ควรทำ: ทำรายชื่อผู้ป่วยปัจจุบันแบบสั้น ๆ พร้อมร่างข้อความที่จะส่งถึงพวกเขา และเตรียมไว้ให้พร้อมก่อนจะมีการตรวจใด ๆ
วางแผนรับมือต้นทุนเมื่อถูกพักใช้
การถูกพักใช้มีต้นทุนมากกว่ายอดขายที่หายไป 30 หรือ 90 วัน
ค่าเช่ายังต้องจ่าย ถ้าสัญญาเช่าไม่ให้คุณบอกเลิกล่วงหน้า 30 วันได้ ค่าเช่าจะเป็นต้นทุนคงที่ในช่วงที่ไม่มีรายได้ ถ้ากำลังจะเซ็นสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับสถานที่ใหม่ ให้ขอใส่ข้อสัญญาสำหรับกรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่ตอนเซ็น เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครทำ แต่ธุรกิจบางรายในอุตสาหกรรมที่รัฐควบคุมเข้มงวดก็เคยทำมาแล้ว
ค่าจ้างพนักงานวางแผนได้ยากกว่า พนักงานที่ผ่านการอบรมควรอยู่ในบัญชีเงินเดือนต่อไป เพราะถ้าไม่มีพวกเขา คุณจะไม่ผ่านข้อกำหนดเรื่องพนักงานที่ผ่านการอบรม ซึ่งบังคับใช้ทุกครั้งที่ร้านเปิด สำหรับพนักงานคนอื่น การคำนวณจะต่างออกไป ถ้าคุณจ้างคนมากกว่าที่รายได้ของร้านจำหน่ายกัญชาแห่งเดียวจะเลี้ยงได้ การถูกพักใช้ 90 วันอาจทำให้ทีมแตกไปถาวร
ธนาคารอาจตรวจสอบบัญชีของคุณ คำสั่งพักใช้อาจทำให้ธนาคารเริ่มตรวจสอบบัญชีของคุณตามขั้นตอนภายในของธนาคารเอง ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ใดบอกว่าเรื่องนี้เกิดบ่อยแค่ไหน จึงควรถามธนาคารของคุณว่าจะทำอย่างไรเมื่อใบอนุญาตของลูกค้าถูกพักใช้หรือเพิกถอน
สิ่งที่ควรทำ: รวมต้นทุนคงที่ต่อเดือน (ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงานที่ผ่านการอบรมซึ่งต้องเก็บไว้ ค่างวดเงินกู้) แล้วคูณ 3 ตัวเลขที่ได้คือเงินสดที่คุณต้องมีเพื่อผ่านช่วงพักใช้ 90 วัน
ลดความเสี่ยงก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบปัญหา
ช่วงที่คุณทำได้มากที่สุดคือก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง การตรวจไม่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่มีรอบที่แน่นอน อาจเกิดจากการร้องเรียนของประชาชน จากสิ่งที่พบในเอกสารต่ออายุ หรือจากการตรวจตามปกติในพื้นที่ ดังนั้นต้องทำตามกฎทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะตอนคาดว่าจะมีการตรวจ
การตรวจตัวเองที่ควรทำมี 3 เรื่อง:
พนักงานที่ผ่านการอบรม คู่มือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่า ตามหลักเกณฑ์เดือนเมษายน 2569 ผู้รับอนุญาตที่เกี่ยวกับดอกกัญชาต้องมีพนักงานอย่างน้อย 1 คนที่ผ่านหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง และคนนั้นต้องอยู่ที่ร้านทุกเวลาที่เปิดทำการ ทุกเดือนให้ตรวจว่าใบรับรองการอบรมของพนักงานคนนี้ยังใช้ได้ และตรวจว่าตารางเวรครอบคลุมทุกชั่วโมงที่เปิดร้าน งานนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถ้ามีช่วงที่ขาดคน แปลว่าคุณไม่ผ่านหลักเกณฑ์การอนุญาต และหลักเกณฑ์เดียวกันนี้จะถูกตรวจอีกครั้งตอนต่ออายุ
สถานที่ปลอดภัย คู่มือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ผู้รับอนุญาตมีแผนรักษาความปลอดภัยและมาตรการป้องกันการสูญหายในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ความปลอดภัยมักหย่อนลงทีละนิด เช่น เปิดประตูค้างไว้ตอนรับของ ไม่ล็อกหน้าต่างด้านหลังเพื่อให้ลมเข้า หรือมีลูกค้ายืนกรานขอดูห้องเก็บสต็อก ให้เดินตรวจสถานที่ทุกสัปดาห์ ถ่ายรูปที่มีวันและเวลากำกับ แล้วเก็บรูปไว้ ถ้าวันหลังเจ้าหน้าที่ระบุว่าสถานที่ไม่ได้ควบคุมให้ปลอดภัยในวันใดวันหนึ่ง บันทึกภาพถ่ายจะแสดงว่าคุณทำตามกฎเป็นประจำ
หมายเหตุผู้แปล: เมื่ออากาศร้อน 30–35 °C พนักงานมักเปิดประตูหน้าต่างให้ลมเข้า โดยเฉพาะตอนไฟดับแล้วแอร์หยุดทำงาน ควรวางแผนการระบายอากาศให้ปิดห้องไว้ได้ตลอด เช่น ติดเหล็กดัดหรือตะแกรงแบบยึดตายตัวที่หน้าต่าง ให้ลมผ่านได้แต่ใช้เป็นทางเข้าออกไม่ได้ และจดเหตุไฟดับไว้ในบันทึกประจำสัปดาห์เล่มเดียวกัน
เอกสารครบถ้วน ใบอนุญาต หลักฐานคุณวุฒิของผู้ประกอบวิชาชีพ บัญชีสต็อก และบันทึกใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ทั้งหมดต้องเก็บไว้ที่สถานที่ที่ได้รับอนุญาต เป็นปัจจุบัน และหยิบให้ดูได้ทันที ถ้าคุณแสดงเอกสารไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจบันทึกเบื้องต้นว่าไม่มีเอกสารนั้น เพราะเขาตรวจสิ่งที่ไม่ได้เห็นไม่ได้ คำตอบว่า “อยู่ที่สำนักงานใหญ่” ใช้ไม่ได้เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูบัญชีสต็อก
สิ่งที่ควรทำ: เก็บแฟ้มหนึ่งเล่มไว้ที่สถานที่ ใส่เอกสารทุกรายการข้างต้นพร้อมสำเนาสแกน และตรวจเทียบกับรายการนี้สัปดาห์ละครั้ง
คดีปกครองและคดีอาญาแยกจากกัน
ผู้ประกอบการบางรายเชื่อว่าเมื่อมีคำสั่งพักใช้แล้ว เรื่องก็จบ และความเสี่ยงทางอาญาก็หมดไปด้วย ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง
คดีปกครองตามกฎกระทรวง กับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายยาเสพติดหรือ พ.ร.บ. พ.ศ. 2542 ดำเนินไปพร้อมกันได้ ผลทางปกครองไม่ได้คุ้มครองคุณจากการถูกดำเนินคดีอาญา และก็ไม่ได้ทำให้คุณถูกสันนิษฐานว่ามีความผิดในคดีอาญาด้วย สองคดีนี้แยกเป็นอิสระต่อกัน
ถ้าการกระทำเดียวกันอาจเป็นความผิดอาญาด้วย ก็อาจถูกแจ้งความต่อตำรวจ ตัวอย่างเช่น การขายสารสกัดที่มี THC เกินเกณฑ์โดยไม่มีใบอนุญาต ยังไม่มีแนวปฏิบัติที่เผยแพร่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส. หน่วยงานควบคุมยาเสพติดของไทย) ที่บอกว่าเรื่องแบบนี้เกิดบ่อยแค่ไหน
ความเสี่ยงทางอาญาของคุณไม่ได้จบลงเมื่อคดีปกครองปิด ตามมาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญา อายุความขึ้นอยู่กับโทษจำคุกสูงสุด ความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี เช่น ความผิดตามมาตรา 78 มีอายุความ 5 ปีนับแต่วันกระทำความผิด
สิ่งที่ควรทำ: ระหว่างที่ยังถูกพักใช้อยู่ ให้ปรึกษาทนายความไทยว่าการกระทำที่เป็นต้นเหตุของความผิด มีความเสี่ยงทางอาญาด้วยหรือไม่ และทำก่อนคดีปกครองจะปิด
หลังถูกเพิกถอน: อะไรเสียไป อะไรยังอยู่
กฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ไม่ได้พูดถึงการเพิกถอนหรือการยื่นขอใบอนุญาตใหม่ เพียงให้ผู้อนุญาตปฏิเสธการต่ออายุได้ สำหรับผู้รับอนุญาตที่เคยถูกพักใช้เพราะฝ่าฝืนประกาศเรื่องสมุนไพรควบคุม
ระยะเวลาที่ต้องรอมาจากมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ. พ.ศ. 2542 คือ หลังถูกเพิกถอน จะออกใบอนุญาตใหม่ตาม พ.ร.บ. นี้ไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะออกให้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้อนุญาต สำหรับบริษัท ข้อ 8 (1) (จ) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559 ใช้ข้อห้าม 2 ปีเดียวกันนี้กับตัวบริษัท และกับกรรมการ ผู้จัดการ และผู้รับผิดชอบคนอื่น ๆ การตั้งบริษัทใหม่ที่บริหารโดยคนกลุ่มเดิม หรือการเปลี่ยนผู้บริหาร จึงอาจเลี่ยงข้อห้ามนี้ไม่ได้ ควรยืนยันกรณีของคุณกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือทนายความไทย
พนักงานไม่เสียคุณวุฒิของตัวเอง เพราะการเพิกถอนเป็นคำสั่งต่อใบอนุญาตของธุรกิจ ไม่ใช่ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแต่ละคน ก่อนพนักงานจะเริ่มงานที่ร้านจำหน่ายกัญชาแห่งอื่น ให้ยืนยันกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่าใบรับรองการอบรมของเขาใช้ที่ร้านนั้นได้ ใบอนุญาตเสียไปแล้ว แต่ฝีมือของทีมยังอยู่
สิ่งที่ควรทำ: เก็บสำเนาใบรับรองของพนักงานทุกคนไว้ในแฟ้ม และให้แต่ละคนถือฉบับจริงของตัวเองไว้
สรุป: ความเสี่ยงใดควรแก้ก่อน
ถ้างบสำหรับการทำตามกฎมีจำกัด ให้ไล่แก้ตามลำดับนี้ จากเรื่องที่เสี่ยงสูงและเร่งด่วนที่สุดไปจนถึงเรื่องที่เสี่ยงน้อยที่สุด
เพิกถอนทันที:
- รายงานตามแบบ ภ.ท.27 หรือ ภ.ท.28 เป็นเท็จ
- ขายโดยไม่มีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี นักเรียนนักศึกษา หรือหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ปล่อยให้มีการสูบในสถานที่
- ขายผ่านตู้จำหน่ายอัตโนมัติ
- ขายออนไลน์
- ขายในวัด หอพัก หรือสวนสาธารณะ
- ทำผิดซ้ำในเรื่องที่เคยถูกพักใช้มาแล้ว
พักใช้ 90 วัน:
- ไม่แจ้งรายละเอียดการส่งออกต่อผู้อนุญาต
- ขายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33
สำหรับธุรกิจที่มีสาขาเดียว การถูกพักใช้ 90 วันในช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยว อาจหนักพอให้ต้องปิดกิจการถาวร
พักใช้ 30 วัน:
- ไม่จัดทำ จัดทำไม่ครบ หรือไม่ส่งแบบ ภ.ท.27 หรือ ภ.ท.28
- ขายหรือส่งออกสมุนไพรโดยไม่มีการรับรอง GACP หรือการรับรองที่เทียบเท่า
- ไม่แสดงใบอนุญาต
- โฆษณาเชิงพาณิชย์ทุกรูปแบบ
ความผิดส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ป้องกันได้ด้วยการทำเอกสารเป็นประจำ และไม่โพสต์ราคาหรือโปรโมชันเลย
ปัญหาเล็กน้อย เช่น เอกสารขาดตกบางส่วน พนักงานพูดกับลูกค้าผิดพลาดครั้งเดียว หรือโพสต์เดียวที่เผลอเข้าข่ายโฆษณา จากรายงานที่มี แนวทางนี้ไม่มีโทษระดับตักเตือนแยกไว้ ในทางกฎหมาย โพสต์โฆษณาเพียงโพสต์เดียวก็เข้าข่ายระดับพักใช้ 30 วันแล้ว (ดูตอนที่ 1) รายงานที่เผยแพร่ไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่จะตักเตือนอย่างเดียวสำหรับปัญหาเล็กได้หรือไม่ ให้ถือว่าปัญหาเล็กทุกเรื่องจะถูกบันทึกไว้ในประวัติของคุณ และแก้ให้เสร็จภายในวันเดียวกัน
สิ่งที่ควรทำ: กำหนดวันตรวจตัวเองแบบครบทุกเรื่องก่อนเข้าไฮซีซัน โดยใช้ขั้นตอนตรวจประจำในตอนที่ 1 และการตรวจตัวเอง 3 เรื่องข้างต้น
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ก่อนดำเนินการใด ๆ ควรยืนยันกรณีของคุณกับทนายความไทยที่มีใบอนุญาตว่าความ ถ้าคุณเคยเจอการตรวจ การอุทธรณ์ หรือการถูกพักใช้มาแล้ว เล่าประสบการณ์ไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย ผู้รับอนุญาตคนอื่นจะได้เรียนรู้จากเรื่องของคุณ
เอกสารอ้างอิง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 52, 54, 55, 70, 71 และ 78
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95
- พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 49
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 — ราชกิจจานุเบกษา 25 มิถุนายน 2568
- กฎกระทรวงว่าด้วยยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 สารสกัดจากกัญชาและกัญชง พ.ศ. 2569 — มีผลใช้บังคับ 26 เมษายน 2569
- กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเกี่ยวกับสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 — 30 เมษายน 2569
- กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 103 ก วันที่ 9 ธันวาคม 2559 ข้อ 8 (1) (จ) (ฉบับที่เผยแพร่โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ)
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2569, 22 มิถุนายน). แนวทางการออกคำสั่งทางปกครองในการเพิ่มโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต.
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด ประกาศใช้โดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มีผลใช้บังคับ 9 ธันวาคม 2564