ช่อดอก CBD แบบดิบเทียบกับสารสกัด: สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เอเชีย-แปซิฟิก และฝั่งไทย (ตอนที่ 2 จาก 2)

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: Raw CBD Flower Versus Extract: Legal Layers, THC Testing and the European Markets (Part 1 of 2)

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 14 ตุลาคม 2569

สรุปสั้น ๆ

หลายประเทศอนุญาตสารสกัด CBD แต่ไม่อนุญาตช่อดอกกัญชงดิบที่ใช้ผลิตสารสกัดนั้น กฎหมายของประเทศเหล่านี้ดูที่รูปแบบทางกายภาพของสินค้า ไม่ได้ดูที่องค์ประกอบทางเคมี กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีสามชั้น คือ กฎหมายยาเสพติด กฎหมายอาหาร และกฎหมายยาสูบ กฎหมายแต่ละชั้นสั่งระงับการส่งสินค้าได้โดยลำพัง

ให้ตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าประเทศปลายทางตรวจแบบ THC รวม (total THC) คือรวม Δ9-THC ที่ออกฤทธิ์กับ THCA ซึ่งเป็นรูปกรดที่พบในพืชดิบ ตอนที่ 1 อธิบายเรื่องนี้ไว้แล้ว พร้อมกับตลาดในยุโรป

ตอนนี้ว่าด้วยสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เอเชีย-แปซิฟิก ฝั่งไทย และพิกัดศุลกากร

ตลาด นำเข้าช่อดอกดิบได้หรือไม่ เกณฑ์ THC วิธีวัด THC
สหราชอาณาจักร ไม่ได้ มี THC เท่าไรก็ผิด (ตัวส่วนของพืชถูกควบคุมอยู่แล้ว) —
สหรัฐอเมริกา ในทางปฏิบัติไม่ได้ 0.3% THC รวม นับ THCA ด้วย
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไม่ได้ — —
เกาหลีใต้ จีน ไม่ได้ — —

1. สหราชอาณาจักร: นำเข้าไม่ได้ และเหตุผลไม่ใช่ระดับ THC

กฎหมายยาเสพติดหลักของสหราชอาณาจักรคือ Misuse of Drugs Act 1971 กฎหมายนี้ยกเว้นส่วนของพืชจากนิยามคำว่ากัญชาไว้แค่สามส่วน คือ ลำต้นที่แก่แล้ว เส้นใยจากลำต้นที่แก่แล้ว และเมล็ด

ดังนั้นช่อดอกและใบจึงเป็นส่วนที่ควบคุมในประเภท B (Class B) ไม่ว่าจะมี THC เท่าไรก็ตาม ประเภท B คือระดับกลางของยาเสพติดควบคุมในสหราชอาณาจักร เรื่องนี้ระบุไว้ในเอกสารข้อเท็จจริงเรื่องใบอนุญาตยาเสพติดของ Home Office ซึ่งเป็นกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร ผู้จำหน่ายยาเสพติดประเภท B มีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี

สหราชอาณาจักรยังมีช่องทาง “ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับยกเว้น” (exempt product) แต่ช่วยช่อดอกไม่ได้ ผลิตภัณฑ์จะเข้าข่ายได้ก็ต่อเมื่อผ่านครบทั้งสามเงื่อนไข:

  • ไม่ได้ออกแบบมาให้คนบริโภค
  • ไม่สามารถแยกยาเสพติดควบคุมออกมาได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่หาได้ทั่วไป
  • ไม่มีส่วนใดของผลิตภัณฑ์ที่มียาเสพติดควบคุมเกิน 1 มก.

ช่อดอกดิบไม่ผ่านเลยสักข้อ เพราะมันคือส่วนของพืชโดยตรง และใช้ได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไรกับมันก่อน ต่อให้เป็นช่อดอก THC ต่ำก็เกิน 1 มก. ได้ง่าย ๆ ตัวอย่างเช่น ช่อดอก 1 กรัมที่มี THC 0.2% ก็มี THC ถึง 2 มก. แล้ว

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าผู้ซื้อในสหราชอาณาจักรขอช่อดอก ให้ปฏิเสธดีลช่อดอกไป ถ้าผู้ซื้อยังอยากทำธุรกิจต่อ ให้คุยเรื่องช่องทางสารสกัดกับผู้ซื้อและที่ปรึกษากฎหมายของเขาในสหราชอาณาจักร วิธีนี้ทำให้คุณไม่ต้องไปพัวพันกับคดีจำหน่ายยาเสพติดประเภท B

2. สหรัฐอเมริกา: ในทางปฏิบัติคือไม่ได้

การนำเข้าช่อดอกกัญชงเข้าสหรัฐฯ ทำไม่ได้มาตั้งแต่ก่อนจะมีนิยาม THC รวมแล้ว ตอนนี้นิยามนี้มีกำหนดเริ่มใช้วันที่ 11 ธันวาคม 2569 เดิมกำหนดไว้วันที่ 12 พฤศจิกายน แต่กฎหมายงบประมาณชั่วคราวเลื่อนออกไป และรัฐสภาสหรัฐฯ อาจเลื่อนอีก

กฎการนำเข้าของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ครอบคลุมแค่เมล็ดพันธุ์กัญชงและวัสดุขยายพันธุ์ ไม่มีข้อไหนพูดถึงช่อดอกแบบล็อตใหญ่เลย ช่อดอกจึงไม่มีใบอนุญาตนำเข้าอย่างเป็นทางการ และไม่มีพิกัดศุลกากรเฉพาะ

เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ใช้ชุดตรวจภาคสนามที่บอกได้แค่ว่ามีหรือไม่มี THC ชุดตรวจนี้วัดเกณฑ์ 0.3% ไม่ได้ ในทางปฏิบัติจึงเท่ากับห้ามมี THC เลย และผลก็ต่างกันไปตามแต่ละด่านนำเข้า

นายหน้าบางรายแนะให้สำแดงช่อดอกเป็น “สารสกัดจากพืชทั่วไป” (generic botanical extract) นั่นคือการสำแดงเท็จ ผู้ส่งเสี่ยงถูกยึดสินค้าและถูกดำเนินคดี และสินค้าก็ไม่ได้กลายเป็นของถูกกฎหมาย

สิ่งที่ควรทำ: ปฏิเสธทุกข้อเสนอที่ให้เขียนช่อดอกเป็นสินค้าอื่นในเอกสารส่งออก เพราะความเสี่ยงทางกฎหมายตกอยู่กับคุณในฐานะผู้ส่งด้วย ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ

3. เอเชีย-แปซิฟิก: ปิดเกือบทุกประเทศ

ออสเตรเลีย: ขายเป็นอาหารสำหรับคนได้เฉพาะเมล็ดกัญชง THC ต่ำเท่านั้น ส่วนสารสกัดจากส่วนอื่นของพืชถือเป็นยา ตามข้อมูลของ Office of Drug Control ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลยาของรัฐบาลออสเตรเลีย ช่อดอกจึงนำเข้าในฐานะอาหารหรือสินค้าเกษตรไม่ได้

นิวซีแลนด์: Misuse of Drugs (Industrial Hemp) Regulations 2006 ถูกยกเลิกตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ตอนนี้กัญชง THC ต่ำ (THC ไม่เกิน 1% ของน้ำหนักแห้ง) ไปอยู่ภายใต้ Misuse of Drugs Regulations 1977 แทน ผู้ปลูกไม่ต้องมีใบอนุญาตปลูกแล้ว แต่ต้องแจ้งตำรวจและกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐม (Ministry for Primary Industries) ก่อนลงปลูก อย่างไรก็ตาม การนำเข้าหรือส่งออกส่วนของต้นกัญชง รวมถึงใบและดอก ยังต้องมีใบอนุญาต ตามข้อมูลของตำรวจนิวซีแลนด์

ญี่ปุ่น: Cannabis Control Act ฉบับแก้ไขของญี่ปุ่นมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 เดิมญี่ปุ่นตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดจากส่วนของพืชที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ ตอนนี้เปลี่ยนมากำหนดว่าผลิตภัณฑ์มี THC ได้ไม่เกินเท่าไร การแก้ไขครั้งนี้ยังทำให้การใช้กัญชาเป็นความผิดทางอาญาด้วย

เกณฑ์ THC ตกค้างของญี่ปุ่นคือ 10 ppm สำหรับน้ำมันและผง 1 ppm สำหรับของแข็ง และ 0.1 ppm สำหรับของเหลวที่มีน้ำเป็นฐาน ทั้งนี้ 1 ppm (ส่วนในล้านส่วน) เท่ากับ 0.0001% ช่อดอกที่สเปก THC 0.3% จึงเท่ากับ 3,000 ppm หรือประมาณ 3,000 เท่าของเกณฑ์สำหรับของแข็งของญี่ปุ่น

ฮ่องกง: CBD ถูกจัดเป็นยาเสพติดอันตราย (dangerous drug) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 การนำเข้า ส่งออก หรือค้า CBD มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยไม่มีการใช้งานใดที่ได้รับยกเว้น ตามข้อมูลของกองยาเสพติด (Narcotics Division) ของรัฐบาลฮ่องกง

สิงคโปร์: สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลาง (Central Narcotics Bureau) ถือว่ากัญชงคือ Cannabis sativa และควบคุมทุกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกัญชง CBD เป็นยาเสพติดประเภท A ซึ่งร้ายแรงที่สุด พลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักถาวรของสิงคโปร์อาจถูกตั้งข้อหาเสพยาได้ แม้จะเสพในต่างประเทศก็ตาม

เกาหลีใต้และจีน ปิดรับการนำเข้าช่อดอก ตามแหล่งข้อมูลทุกแหล่งที่ตรวจสอบมา ส่วนประเทศอื่นในเอเชีย ดูได้ในบทความภาพรวมของฟอรัมเรื่องกฎหมายกัญชาในเอเชียและตลาดสำคัญทั่วโลก

หมายเหตุผู้แปล: อย่าคิดเอาเองว่ากฎของไทยใช้ได้ข้ามพรมแดนไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ให้ตรวจกฎหมายของประเทศปลายทางทุกครั้งก่อนส่ง แม้แต่การส่งตัวอย่าง เพราะการส่งตัวอย่างก็นับเป็นการนำเข้าเช่นกัน

สิ่งที่ควรทำ: ตัดตลาดเหล่านี้ออกจากแผนขายช่อดอกทั้งหมด ถ้าผู้ซื้อในประเทศเหล่านี้ขอช่อดอก ให้บอกเขาว่าส่งไม่ได้ แล้วถามว่าเขามีใบอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ประเทศของเขาอนุญาตหรือไม่

4. ฝั่งไทย และสิ่งที่เหลือให้ผู้ส่งออก

ในไทย ช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุม

ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 สาระสำคัญมีดังนี้:

  • จ่ายช่อดอกได้เฉพาะตามใบสั่งจ่ายแบบ ภ.ท.33 จากผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิ์สั่งจ่ายเท่านั้น
  • ใบสั่งจ่ายแต่ละใบจ่ายช่อดอกได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน
  • ห้ามการโฆษณาและการขายออนไลน์ช่อดอก
  • ไม่อนุญาตการใช้เพื่อสันทนาการ
  • การขาย แปรรูป หรือส่งออกช่อดอกต้องมีใบอนุญาต กรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่าช่อดอกที่จะขายหรือส่งออกต้องได้มาตรฐาน GACP (การปฏิบัติทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร)

ประกาศนี้ควบคุมที่ตัวส่วนของพืช ไม่ได้ดูที่เปอร์เซ็นต์ THC ดังนั้นอย่าคิดเอาเองว่าช่อดอกกัญชง THC ต่ำจะหลุดจากประกาศนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละตัว ให้ขอหนังสือยืนยันสถานะเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM)

หมายเหตุผู้แปล: มาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ขาย แปรรูป หรือส่งออกสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต ข้อกำหนด GACP ยังกระทบผู้ปลูกที่บ้านโดยตรงด้วย ช่อดอกจากการปลูกที่บ้านซึ่งไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้รับรอง GACP จะขายหรือส่งออกอย่างถูกกฎหมายไม่ได้ ในฟอรัมนี้ ห้ามโพสต์ขายช่อดอก แม้จะบอกว่าเป็น “กัญชง” ก็ตาม

เกณฑ์ THC สองตัวของไทยที่คนมักสับสน

เกณฑ์ ใช้กับอะไร ใช้ตัดสินเรื่องอะไร
THC 1.0% ของน้ำหนักแห้ง ในใบและช่อดอก ต้นกัญชงหรือสายพันธุ์ (กฎเกี่ยวกับกัญชงปี พ.ศ. 2562–2563 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ) สายพันธุ์นั้นจัดอยู่ในกลุ่มไหน แต่ไม่ได้ตัดสินว่าช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุมหรือไม่
THC 0.2% โดยน้ำหนัก สารสกัด เกิน 0.2%: เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามกฎหมายยาเสพติดของไทย ไม่เกิน 0.2%: อยู่นอกบัญชียาเสพติด แต่ยังอยู่ภายใต้กฎของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง และอาหาร

ต้นที่ถูกกฎหมายอาจให้สารสกัดที่ผิดกฎหมายได้ เพราะการสกัดทำให้แคนนาบินอยด์เข้มข้นขึ้น ต้นที่มี THC ไม่เกินเกณฑ์ 1.0% สำหรับต้นจึงอาจให้สารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ได้ และสารสกัดนั้นเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เกณฑ์ทั้งสองจึงมาเกี่ยวข้องกันตรงขั้นตอนทำให้เข้มข้น

สิ่งที่ควรทำ: ส่งตัวสารสกัดไปตรวจ ไม่ใช่ตรวจแค่ต้น เพราะผลตรวจสารสกัดเท่านั้นที่บอกได้ว่าผลิตภัณฑ์อยู่ฝั่งไหนของเส้น 0.2%

กฎกระทรวงปี พ.ศ. 2569 และร่างพระราชบัญญัติ

ในปี พ.ศ. 2569 มีกฎกระทรวงสองฉบับที่คุมเข้มเรื่องใบอนุญาต:

  • กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569: มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569
  • กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569: มีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 ฉบับนี้เพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์ใบอนุญาตสำหรับช่อดอกกัญชา

หมายเหตุผู้แปล: ตามกฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัด ใบอนุญาตสำหรับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% จะออกให้ได้เฉพาะผู้ขออนุญาตบางกลุ่มเท่านั้น ได้แก่ นิติบุคคลไทย (บริษัทและนิติบุคคลอื่น) ที่ไม่ถือเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หน่วยงานของรัฐ และสภากาชาดไทย ให้ตรวจโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทคุณก่อนวางแผนการสกัดใด ๆ ที่อาจได้ THC เกิน 0.2%

พระราชบัญญัติควบคุมกัญชายังเป็นเพียงร่าง และยังไม่เป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างนี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรแล้ว สื่อรายงานว่าร่างนี้จะเพิ่มข้อห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เกณฑ์ต่าง ๆ ข้างต้นอาจเปลี่ยนเมื่อร่างนี้ผ่าน

ผู้ส่งออกช่อดอก CBD ดิบจากไทยเหลือทางไหนบ้าง

สำหรับช่อดอก CBD ดิบจากไทย ปลายทางที่เป็นไปได้จริงเหลือแค่ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วนฝรั่งเศสและผู้ซื้อที่เป็นธุรกิจในเยอรมนีเป็นไปได้แบบมีเงื่อนไข สาธารณรัฐเช็กเป็นไปได้เฉพาะสินค้าที่ขายและใช้อยู่ภายในเช็ก ไม่ส่งต่อไปประเทศอื่น

นี่เป็นตลาดที่เล็กมาก นอกจากนี้ ช่อดอกที่ออกจากไทยยังต้องผ่านกฎสมุนไพรควบคุม ไม่ใช่ส่งออกแบบสินค้าเกษตรทั่วไป การส่งออกสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดตามมาตรา 78 ให้สอบถามกรมการแพทย์แผนไทยฯ ว่าต้องใช้ใบอนุญาตและเอกสารอะไร ก่อนวางแผนส่งสินค้า

ให้เทียบกับช่องทางสารสกัดอย่างตรงไปตรงมา สารสกัดที่มี THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนักอยู่นอกบัญชียาเสพติดของไทย แต่ยังต้องทำตามกฎของ อย. สำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง และอาหาร ส่วนที่ประเทศปลายทาง คำถามจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องกฎหมายเครื่องสำอางและอาหารของประเทศนั้นแทน

ฝั่งต้นทาง บทความในฟอรัมเรื่องสิ่งที่ส่งออกจากไทยได้จริงในฐานะกัญชงอธิบายว่าอะไรออกจากไทยได้อย่างถูกกฎหมายบ้าง

สิ่งที่ควรทำ:

  1. ยืนยันว่าปลายทางคือสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส หรือผู้ซื้อที่เป็นธุรกิจในเยอรมนี ตลาดอื่นทั้งหมดในบทความนี้ปิดรับช่อดอก
  2. ขอหนังสือยืนยันสถานะผลิตภัณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ คุณจะได้มีเอกสารไว้แสดงต่อผู้นำเข้าและเจ้าหน้าที่ศุลกากรทั้งสองฝั่ง
  3. ยืนยันว่าช่อดอกมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับรอง GACP เพราะกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่าช่อดอกที่ส่งออกต้องได้มาตรฐาน GACP
  4. คำนวณช่องทางสารสกัดควบคู่กับช่องทางช่อดอก คุณจะเห็นว่าตลาดช่อดอกที่เล็กกว่าและยุ่งยากกว่าคุ้มกับงานเอกสารที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

5. พิกัดศุลกากรโดยย่อ

ศุลกากรจัดประเภทสินค้าตามพิกัดศุลกากร ซึ่งเป็นตัวเลขตามระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System) ระดับสากล สำนักงานสถิติแห่งชาติของแคนาดา (Statistics Canada) เผยแพร่ตารางเทียบพิกัดสำหรับกัญชาที่ชัดเจนที่สุดในระดับประเทศ:

สินค้า พิกัดศุลกากร
ช่อดอกกัญชาแห้ง 1211.90
สารสกัด 1302.19
ยาจากกัญชา 3004.90

มีข้อควรระวังสองข้อ ข้อแรก การสำแดงช่อดอกภายใต้พิกัด 1207.99 ซึ่งเป็นพิกัดของเมล็ดพืชน้ำมัน ถือเป็นการสำแดงเท็จ ผู้ส่งเสี่ยงถูกยึดสินค้าและถูกดำเนินคดี

ข้อสอง ใช้พิกัดถูกต้องก็ไม่ได้ทำให้สินค้าถูกกฎหมาย การควบคุมยาเสพติดยังใช้บังคับที่ด่านพรมแดน ไม่ว่าจะใช้พิกัดอะไร

สิ่งที่ควรทำ: ใช้พิกัดที่ตรงกับของที่อยู่ในกล่องจริง ให้ตัวแทนออกของ (customs broker) ในไทยยืนยันพิกัดของไทยที่ตรงกันก่อนจองการขนส่ง เมื่อศุลกากรเปิดกล่องตรวจ ใบขนสินค้ากับตัวสินค้าจะได้ตรงกัน

แบ่งปันประสบการณ์

มีใครในฟอรัมนี้เคยส่งช่อดอกกัญชงดิบผ่านศุลกากรได้จริงบ้างไหม และใช้เอกสารอะไร ในทางกฎหมาย สวิตเซอร์แลนด์คือคำตอบที่ชัดที่สุด แต่คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ ผู้นำเข้าในสวิตเซอร์แลนด์ต้องการอะไรจากฝั่งไทย และเอกสารสมุนไพรควบคุมของไทยได้รับการยอมรับโดยไม่มีปัญหาหรือไม่ ตอบไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย

อ่านเพิ่มเติม

  • บทความในฟอรัมที่ลิงก์ไว้ข้างบน เรื่องกฎหมายกัญชาในเอเชีย สิ่งที่ส่งออกจากไทยได้ในฐานะกัญชง และกฎกระทรวงของไทยปี พ.ศ. 2569
  • หัวข้อที่ฟอรัมยังต้องเขียนเพิ่ม: (1) THC รวมเทียบกับ Δ9-THC (2) เกณฑ์ CBD ของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) และความขัดแย้งในกฎของเช็ก (3) การส่งออกกัญชงจากไทย

เอกสารอ้างอิงของตอนที่ 2

  • สหราชอาณาจักร: Misuse of Drugs Act 1971; เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องใบอนุญาตยาเสพติดของ Home Office
  • สหรัฐอเมริกา: กฎการนำเข้ากัญชงของ USDA; Public Law 119-37, Division B, §781 (ประกาศใช้ 12 พฤศจิกายน 2568); H.R. 6500, Continuing Appropriations and Extensions Act, 2027 (ลงนามเดือนกันยายน 2569)
  • ออสเตรเลีย: Office of Drug Control
  • นิวซีแลนด์: Ministry of Health; New Zealand Police (คำแนะนำเรื่องการปลูกกัญชง); Misuse of Drugs (Industrial Hemp) Regulations 2006; Misuse of Drugs Regulations 1977
  • ญี่ปุ่น: Cannabis Control Act ฉบับแก้ไข (มีผล 12 ธันวาคม 2567)
  • ฮ่องกง: Narcotics Division
  • สิงคโปร์: Central Narcotics Bureau
  • ไทย: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568; พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542; กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569; กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569
  • ศุลกากร: Statistics Canada ตารางเทียบพิกัดศุลกากรสำหรับกัญชา

บทความนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับผู้อ่านที่ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายในเขตอำนาจของตน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางศุลกากร ตลาดหลายแห่งในบทความนี้กำลังเปลี่ยนแปลง นิยามใหม่ของสหรัฐฯ มีกำหนดเริ่มใช้วันที่ 11 ธันวาคม 2569 และรัฐสภาสหรัฐฯ อาจเลื่อนวันอีก ส่วนพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาของไทยยังเป็นเพียงร่าง ให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่มีอำนาจและทนายความท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติก่อนส่งสินค้าทุกครั้ง