เพศของต้นกัญชา: วิธีแยกต้นเพศผู้ ต้นเพศเมีย และกะเทยพืช หลักการตรวจเพศ และวิธีป้องกันกะเทยพืชในห้องปลูกในไทย

ต้นกัญชาโดยทั่วไปจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย มีเพียงต้นเพศเมียเท่านั้นที่ให้ช่อดอกซึ่งผู้ปลูกเก็บเกี่ยว บางต้นออกทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ต้นแบบนี้เรียกว่ากะเทยพืช (hermaphrodite)

บทความนี้มี 4 เรื่อง:

  • เพศของต้นถูกกำหนดอย่างไร
  • วิธีรู้เพศของต้นตั้งแต่เนิ่นๆ
  • อะไรทำให้ต้นเพศเมียออกดอกเพศผู้
  • ฟาร์มแต่ละขนาดกันต้นเพศผู้และกะเทยพืชออกจากห้องทำดอกอย่างไร

ทุกหัวข้อจบด้วยสิ่งที่คุณนำไปทำในแปลงหรือห้องปลูกของคุณเองได้

1. ต้นเพศผู้ ต้นเพศเมีย และกะเทยพืช

นักพฤกษศาสตร์จัดกัญชาเป็นพืช “แยกเพศต่างต้น” (dioecious) หมายความว่าตามปกติดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่คนละต้น ต้นที่เป็นกะเทยพืชพบได้บ่อย และอาจทำให้ผลผลิตทั้งรอบเสียหาย

  • ต้นเพศเมีย ให้ช่อดอก ช่อดอกมีปริมาณแคนนาบินอยด์สูงที่สุด แคนนาบินอยด์คือสารออกฤทธิ์ในกัญชา เช่น THC และ CBD
  • ต้นเพศผู้ สร้างถุงละอองเรณูแทนช่อดอก ต้นเพศผู้เพียงต้นเดียวผสมเกสรได้ทั้งห้องปลูก งานวิจัยปี 2564 (ค.ศ. 2021) พบว่าดอกเพศเมียที่ได้รับการผสมและติดเมล็ดมีปริมาณแคนนาบินอยด์ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ดอกที่ได้รับการผสมจะทุ่มพลังงานไปสร้างเมล็ด ช่อดอกจึงด้อยลง
  • ต้นกะเทยพืช มีทั้งดอกเพศเมียและดอกเพศผู้อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ของมันผสมเกสรได้ทั้งตัวเองและต้นเพศเมียทุกต้นที่อยู่ใกล้

สิ่งที่ควรทำ: ตั้งแต่วันแรกของช่วงทำดอก ให้ตรวจหาถุงละอองเรณูในทุกต้น ต้นไหนมีถุงละอองเรณู ให้คัดออกก่อนถุงจะแตก ถุงที่ยังปิดอยู่จะไม่ปล่อยละอองเรณู ต้นที่เหลือในห้องจึงไม่ติดเมล็ด

2. เพศของต้นถูกกำหนดอย่างไร

โครโมโซมเพศ: XX และ XY

กัญชามีรูปแบบโครโมโซมเพศแบบเดียวกับมนุษย์ ต้นที่มีโครโมโซม X สองแท่ง (XX) เป็นเพศเมีย ต้นที่มีโครโมโซม X หนึ่งแท่งและ Y หนึ่งแท่ง (XY) เป็นเพศผู้

ในปี 2563 (ค.ศ. 2020) Prentout และคณะพบบริเวณขนาดใหญ่บนโครโมโซม X ที่ไม่แลกเปลี่ยน DNA กับโครโมโซม Y นักวิทยาศาสตร์เรียกบริเวณแบบนี้ว่า “บริเวณที่ไม่เกิดการรวมตัวใหม่ทางพันธุกรรม” (non-recombining region) คณะวิจัยเสนอว่ากัญชาอาจมีระบบโครโมโซมเพศที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในพืช ในปี 2564 (ค.ศ. 2021) คณะวิจัยเดียวกันแสดงว่าฮอป (สกุล Humulus) ซึ่งเป็นพืชญาติใกล้ชิดของกัญชา มีโครโมโซมเพศคู่เดียวกัน

ในทางปฏิบัติ หมายความว่าเพศของเมล็ดถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ก่อนปลูก เมล็ดปกติจะให้ทั้งต้นเพศผู้และต้นเพศเมียปนกัน ถ้าคุณปลูกเมล็ดปกติ ให้เพาะเมล็ดมากกว่าจำนวนต้นที่ต้องการ เมื่อคัดต้นเพศผู้ออกแล้ว คุณจะยังมีต้นเต็มพื้นที่

บริเวณ Monoecy1

กัญชาบางพันธุ์เป็นแบบ “แยกเพศร่วมต้น” (monoecious) คือตามปกติต้นเดียวจะมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย Toscani และคณะตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร New Phytologist ในปี 2569 (ค.ศ. 2026) ฉบับก่อนตีพิมพ์ (preprint) ออกมาก่อนในปี 2568 (ค.ศ. 2025) คณะวิจัยระบุตำแหน่งบริเวณหนึ่งบนโครโมโซม X และตั้งชื่อว่า Monoecy1

บริเวณนี้มียีนที่คาดว่าเกี่ยวข้อง 3 ยีน อยู่ในช่วง DNA ยาวประมาณ 60,000 เบส หรือ “ตัวอักษร” ของรหัส DNA (60 kb) ได้แก่ CsREM16, lncREM16 และ CsKAN4 คณะวิจัยเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงในบริเวณนี้ทำให้ต้น XX ของพันธุ์แบบแยกเพศร่วมต้นสร้างดอกเพศผู้ได้ แต่ยังไม่มีการทดลองยืนยันเรื่องนี้

สิ่งที่ควรทำ: ตอนนี้ให้ถือว่า Monoecy1 เป็นเรื่องในงานวิจัย ยังไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ในฟาร์มได้ หากมีผู้ขายอ้างว่าเมล็ด “ปลอดยีน Mo1” หรือ “ไม่มีทางกลายเป็นกะเทย” ให้ขอข้อมูลผลทดสอบที่ตีพิมพ์แล้วก่อนจะเชื่อคำกล่าวอ้างนั้น

เอทิลีนและตัวรับ CsETR1

เอทิลีน (ethylene) เป็นฮอร์โมนพืช เมื่อระดับเอทิลีนสูง ต้นกัญชาจะสร้างดอกเพศเมีย ต้นรับรู้เอทิลีนผ่านโปรตีนตัวรับ และ CsETR1 คือตัวรับหนึ่งในนั้น

STS (ซิลเวอร์ไทโอซัลเฟต) ยับยั้งการส่งสัญญาณของเอทิลีน ต้นเพศเมียที่ถูกพ่น STS จะไม่ตอบสนองต่อเอทิลีนของตัวเองอีก จึงสร้างดอกเพศผู้ขึ้นมา เนื่องจากต้นนี้เป็น XX ละอองเรณูทุกเม็ดที่สร้างขึ้นจึงมีโครโมโซม X หนึ่งแท่ง เมล็ดที่ได้จากละอองเรณูนี้เป็น XX และโตเป็นต้นเพศเมีย เมล็ดแบบนี้เรียกว่าเมล็ดเฟมิไนซ์

ในทางปฏิบัติ หมายความว่าต้นเพศเมียถูกกระตุ้นให้สร้างละอองเรณูได้ ความเครียดในห้องปลูกก็อาจให้ผลคล้ายกัน แม้คุณจะปลูกเมล็ดเฟมิไนซ์อย่างเดียว ก็ควรอ่านหัวข้อที่ 4

3. วิธีรู้เพศของต้นตั้งแต่เนิ่นๆ

วิธี ความแม่นยำ รู้ผลเร็วที่สุด ค่าใช้จ่าย เหมาะกับ
ดูดอกแรกด้วยตา ตัดสินผิดได้บางต้น สัปดาห์ที่ 4–6 ของระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ปลูกรายเล็ก
การให้แสง 12/12 ตั้งแต่เมล็ด ดีกว่าดูดอกแรก เพราะต้นออกดอกจริง วันที่ 10–14 ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เสียผลผลิต คัดแยกเมล็ดจำนวนมาก
ตรวจ PCR (DNA) มากกว่า 98.5% ในงานวิจัยขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่ง วันที่ 5–7 เสียค่าตรวจแล็บ ฟาร์มเชิงพาณิชย์และงานปรับปรุงพันธุ์

ตัวเลขของ PCR มาจากงานวิจัยปี 2565 (ค.ศ. 2022) ที่ใช้ตัวอย่างใบมากกว่า 8,000 ตัวอย่าง ยังไม่พบตัวเลขความแม่นยำที่ตีพิมพ์ของอีกสองวิธี

การดูดอกแรกด้วยตา ดอกแรก (preflower) คือดอกเล็กๆ ชุดแรก ขึ้นที่ข้อ ซึ่งเป็นจุดที่ก้านใบต่อกับลำต้นหลัก ดอกแรกเพศเมียเป็นรูปหยดน้ำเล็กๆ มีขนสีขาว 1–2 เส้น ดอกแรกเพศผู้เป็นตุ่มกลมเล็กๆ อยู่บนก้านสั้น ดอกแรกในช่วงต้นยังเล็กมาก จึงอาจดูเพศผิดได้บางต้น หลังเปลี่ยนเข้าช่วงทำดอกแล้วให้ตรวจต่อ

การให้แสง 12/12 ตั้งแต่เมล็ด ตั้งแต่เริ่มเพาะ ให้ต้นกล้าได้แสง 12 ชั่วโมงและมืด 12 ชั่วโมงทุกวัน ต้นจะแสดงเพศภายใน 10–14 วัน สิ่งที่ต้องแลกคือผลผลิต เพราะต้นออกดอกตั้งแต่ยังเล็ก ใช้วิธีนี้เมื่อต้องคัดแยกเมล็ดจำนวนมากอย่างรวดเร็ว เช่น ในโครงการปรับปรุงพันธุ์

การตรวจ PCR PCR (polymerase chain reaction หรือปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส) เป็นวิธีตรวจในห้องแล็บ โดยเพิ่มจำนวน DNA ชิ้นสั้นๆ ซ้ำไปเรื่อยๆ จนมากพอจะตรวจจับได้ การตรวจเพศจะหา DNA ที่มีเฉพาะบนโครโมโซม Y ใช้ใบชิ้นเล็กๆ จากต้นกล้าอายุ 5–7 วันก็พอ การตรวจนี้ช่วยให้คุณคัดต้นเพศผู้ออกก่อนที่มันจะใช้พื้นที่ แสง น้ำ และปุ๋ย

หมายเหตุผู้แปล: ไม่พบห้องแล็บในไทยที่ประกาศรับตรวจเพศกัญชาด้วย PCR จึงไม่ได้ระบุราคาเป็นบาท ถ้าไม่มีแล็บใกล้คุณที่รับตรวจ คุณทดสอบด้วยกิ่งโคลนแทนได้:

  1. ตัดกิ่งจากต้นกล้าแต่ละต้น
  2. ติดหมายเลขกิ่งให้ตรงกับหมายเลขของต้นที่ตัดมา
  3. นำกิ่งไปไว้ใต้แสง 12/12

แต่ละกิ่งจะบอกเพศของต้นเดิมที่ตัดกิ่งมา ระหว่างนั้นต้นเดิมยังโตต่อภายใต้แสงของระยะเจริญเติบโตทางลำต้น และไม่เสียผลผลิต

หมายเหตุผู้แปล: กิ่งที่ตัดจากต้นแม่พันธุ์ที่รู้แน่แล้วว่าเป็นเพศเมีย จะเป็นเพศเมียทั้งหมด จึงไม่ต้องตรวจเพศ ส่วนกิ่งที่ซื้อจากฟาร์มอื่นมีความเสี่ยงแบบอื่น ได้แก่ ศัตรูพืช ไวรอยด์แฝงในฮอป (Hop Latent Viroid, HLVd) และต้นที่ไม่ใช่สายพันธุ์ตามฉลาก ให้แยกกิ่งที่ซื้อมาไว้ห่างจากห้องปลูกหลักจนกว่าจะตรวจเสร็จ

สิ่งที่ควรทำ: ใส่หมายเลขให้ต้นกล้าทุกต้นก่อนตรวจ แล้วบันทึกวิธี วันที่ และผลตรวจของแต่ละหมายเลข เมื่อพบต้นเพศผู้ คุณจะรู้ทันทีว่าต้องคัดต้นไหนออก

4. กะเทยพืช: เกิดจากพันธุกรรม และเกิดจากความเครียด

กะเทยพืชจากพันธุกรรม

บางต้นกลายเป็นกะเทยพืชเพราะพันธุกรรม มักเกิดกับสายพันธุ์ที่ยังไม่นิ่ง บทความต้นฉบับโทษว่าเป็นเพราะ “การกลายพันธุ์ Mo1” แต่ตามที่อธิบายในหัวข้อที่ 2 บทบาทของบริเวณ Monoecy1 ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ให้ถือว่าเป็นเพียงสาเหตุที่เป็นไปได้

บางครั้งต้นออกดอกเพศผู้ทั้งที่คุณหาสาเหตุความเครียดไม่เจอ บางครั้งสายพันธุ์เดิมก็เป็นแบบนี้ทุกรอบปลูก ทั้งสองกรณีให้ถือว่าเป็นกะเทยพืชจากพันธุกรรมและคัดออกทันที ถ้าเก็บไว้ ละอองเรณูและเมล็ดของมันจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนี้ต่อไป

ตัวกระตุ้นจากความเครียด

บทความต้นฉบับระบุตัวกระตุ้นไว้ 5 อย่าง:

  • แสงรั่วในช่วงมืด เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • อุณหภูมิสูงกว่า 30 °C ในช่วงทำดอก
  • การขาดโพแทสเซียม (K)
  • การเก็บเกี่ยวช้า ทำให้เกิด “แนนเนอร์” (nanners) คือส่วนเพศผู้เล็กๆ รูปร่างคล้ายกล้วย ที่โผล่ขึ้นมาในช่อดอกช่วงท้ายของการทำดอก
  • ค่า pH แกว่งเกิน ±1.0

ทำไมความเครียดทำให้เกิดดอกเพศผู้

บทความต้นฉบับอธิบายไว้ว่า ความเครียดทำให้ระดับเอทิลีนในต้นลดลง จากนั้นจิบเบอเรลลิน (gibberellin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชอีกตัวหนึ่งจะเพิ่มขึ้น สมดุลฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนี้กระตุ้นให้เกิดดอกเพศผู้ งานวิจัยสนับสนุนคำอธิบายนี้บางส่วน คือการยับยั้งเอทิลีนด้วย STS หรือการให้จิบเบอเรลลิน ทำให้ต้นกัญชาเพศเมียสร้างดอกเพศผู้ได้ แต่ยังไม่พบงานวิจัยที่วัดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนนี้ในต้นกัญชาที่เครียดจริง บทความต้นฉบับยังเรียกสิ่งนี้ว่ากลไกเอาตัวรอด เพราะต้นเพศเมียที่เครียดยังสร้างเมล็ดได้ด้วยตัวเอง

หมายเหตุผู้แปล: ตัวกระตุ้นที่ 30 °C เป็นเรื่องสำคัญในไทย เพราะอุณหภูมิอากาศตอนกลางวันมักขึ้นถึง 30–35 °C แปลงกลางแจ้งและโรงเรือนเจออุณหภูมิเกิน 30 °C บ่อยครั้ง ห้องปรับอากาศเองก็ร้อนขึ้นเร็วมากเมื่อไฟดับ

หมายเหตุผู้แปล: ไฟดับยังทำให้เกิดปัญหาที่สอง เครื่องตั้งเวลาแบบกลไกจะหยุดเดินระหว่างไฟดับ แล้วเดินช้ากว่าเวลาจริง ไฟปลูกจึงอาจเปิดขึ้นกลางช่วงมืด ให้ใช้เครื่องตั้งเวลาแบบดิจิทัลที่มีแบตเตอรี่สำรอง และเช็กเวลาของเครื่องทุกครั้งหลังไฟดับ ในโรงเรือนและสวนหลังบ้าน ไฟถนน ไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย และไฟบ้านเพื่อนบ้านก็ทำให้ช่วงมืดไม่มืดสนิทได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรทำ: เมื่อพบดอกเพศผู้บนต้นเพศเมีย ให้หาสาเหตุความเครียดก่อน ตรวจเครื่องตั้งเวลา ข้อมูลอุณหภูมิและค่า pH ที่บันทึกไว้ และตารางให้ปุ๋ยของสัปดาห์นั้น แก้ที่สาเหตุ จากนั้นตรวจต้นนั้นและต้นข้างเคียงทุกวัน ถ้าต้นนั้นยังออกดอกเพศผู้ไม่หยุด ให้คัดออก

5. การทำเมล็ดเฟมิไนซ์: STS เทียบกับคอลลอยดัลซิลเวอร์

ทั้งสองวิธีใช้ซิลเวอร์ (เงิน) ทำให้ต้นเพศเมียสร้างละอองเรณู เมื่อนำละอองเรณูนั้นไปผสมกับดอกเพศเมียอื่น ผลที่ได้คือเมล็ดเฟมิไนซ์ คอลลอยดัลซิลเวอร์ (colloidal silver) คือของเหลวที่มีอนุภาคเงินละเอียดมาก

STS คอลลอยดัลซิลเวอร์
การพ่น พ่นรวม 2–3 ครั้ง วันละครั้ง ติดต่อกัน 14–21 วัน
เหมาะกับ นักปรับปรุงพันธุ์มืออาชีพ ผู้ปลูกที่บ้าน

บทความทบทวนวรรณกรรมปี 2567 (ค.ศ. 2024) ระบุว่า STS เป็นสารยับยั้งเอทิลีนที่ได้ผลดีที่สุดในการทำเมล็ดเฟมิไนซ์ และระบุด้วยว่ารุ่นลูกยังอาจออกดอกเพศผู้ได้ ยังไม่พบแหล่งข้อมูลที่ตีพิมพ์ซึ่งให้สัดส่วนเมล็ดเพศเมียที่แน่นอนของทั้งสองวิธี

หมายเหตุผู้แปล: STS ผสมจากซิลเวอร์ไนเตรต (silver nitrate) และโซเดียมไทโอซัลเฟต (sodium thiosulfate) ก่อนซื้อซิลเวอร์ไนเตรต ให้ถามผู้จำหน่ายว่าต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารอะไรหรือไม่ และทำตามขั้นตอนความปลอดภัยต่อไปนี้:

  • ซิลเวอร์ไนเตรตทำให้ผิวเป็นคราบ และอาจทำอันตรายต่อดวงตา สวมถุงมือและแว่นป้องกันตาทุกครั้งที่ผสมและพ่น
  • ใช้ต้นที่ถูกพ่นเพื่อเก็บละอองเรณูและเมล็ดเท่านั้น ห้ามนำช่อดอกจากต้นนี้ไปให้ใครบริโภค
  • อย่าเทสารละลายเงินที่เหลือลงท่อระบายน้ำ บ่อ หรือแปลงเพาะปลูก
  • ถ้าคุณวางแผนจะขายเมล็ดที่ทำเอง ให้อ่านสิ่งที่ถูกกฎหมายเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ในไทยก่อน

สิ่งที่ควรทำ: อ่านคู่มือ STS แบบทีละขั้นตอนที่ลิงก์ไว้ในหัวข้อที่ 2 ก่อนผสมสารใดๆ ลองทำกับต้นเดียวก่อน บันทึกวันที่พ่นทุกครั้ง เพื่อให้ทำซ้ำวิธีที่ได้ผลได้

6. การจัดการเพศของต้นตามขนาดฟาร์ม

ขนาด ชนิดเมล็ด การตรวจเพศ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง
ปลูกส่วนตัว (1–10 ต้น) เมล็ดเฟมิไนซ์ ดูดอกแรกด้วยตา ตรวจทุกต้นทุกวันในสัปดาห์ที่ 1 ของช่วงทำดอก
ขนาดกลาง (10–50 ต้น) เมล็ดเฟมิไนซ์และเมล็ดปกติ PCR ร่วมกับการดูด้วยตา ใช้ PCR กับเมล็ดปกติ
เชิงพาณิชย์ (50 ต้นขึ้นไป) เมล็ดเฟมิไนซ์ (ทำด้วย STS) PCR ซึ่งบทความต้นฉบับระบุว่าต้องทำ ไม่ยอมให้มีแม้แต่ต้นเดียว
ปรับปรุงพันธุ์ เมล็ดปกติ PCR ร่วมกับการคัดเลือกฟีโนไทป์ เก็บต้นเพศผู้ไว้ห่างอย่างน้อย 300 ม.

ฟาร์มขนาดกลางใช้ PCR กับเมล็ดปกติ เพราะมีแต่เมล็ดปกติที่ให้ต้นเพศผู้ ส่วนต้นจากเมล็ดเฟมิไนซ์ตรวจด้วยตาได้

ในฟาร์มเชิงพาณิชย์ “ไม่ยอมให้มีแม้แต่ต้นเดียว” หมายความว่าต้นที่มีดอกเพศผู้ต้องออกจากห้องในวันที่พบ ในห้องขนาดใหญ่ กะเทยพืชต้นเดียวทำให้ต้นอื่นติดเมล็ดได้จำนวนมาก บทความต้นฉบับระบุว่าฟาร์มขนาดนี้ต้องตรวจ PCR ซึ่งเป็นคำแนะนำด้านการบริหารฟาร์มของบทความ

นักปรับปรุงพันธุ์ต้องใช้ต้นเพศผู้ จึงปลูกเมล็ดปกติ พวกเขาเลือกต้นพ่อแม่จากผลตรวจ DNA และจากฟีโนไทป์ ซึ่งหมายถึงรูปลักษณ์และผลการเติบโตของต้น บทความต้นฉบับแนะนำให้เก็บต้นเพศผู้ไว้ห่างอย่างน้อย 300 ม. เพื่อไม่ให้ละอองเรณูไปถึงต้นเพศเมียที่ไม่ต้องการให้ผสม ให้ถือว่า 300 ม. เป็นระยะขั้นต่ำสุดเท่านั้น งานวิจัยภาคสนามปี 2546 (ค.ศ. 2003) ยังจับละอองเรณูกัญชงได้ที่ระยะ 400 ม. จากต้นที่ปล่อยละอองเรณู

หมายเหตุผู้แปล: สำหรับการปลูกกลางแจ้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละอองเรณูปลิวไปได้ทั้งสองทาง ต้นเพศผู้ของคุณอาจผสมเกสรให้แปลงของเพื่อนบ้าน แปลงกัญชงหรือต้นเพศผู้ของผู้ปลูกรายอื่นก็อาจผสมเกสรให้แปลงของคุณได้ ให้สอบถามผู้ปลูกที่อยู่ใกล้ว่าปลูกอะไร และออกดอกช่วงไหน

เช็กลิสต์ป้องกันกะเทยพืช

  1. ตรวจแสงรั่วก่อนเริ่มทุกรอบปลูก ปิดไฟแล้วอยู่ในห้องจนตาชินกับความมืด จากนั้นดูประตู ช่องระบายอากาศ รอยต่อผนัง และไฟแสดงสถานะบนอุปกรณ์ ปิดทุกจุดที่แสงรั่ว เพื่อให้ช่วงมืดมืดสนิทจริง
  2. คุมอุณหภูมิช่วงทำดอกไว้ที่ 20–26 °C และไม่เกิน 28 °C ติดเทอร์โมมิเตอร์แบบจำค่าสูงสุด/ต่ำสุด หรือเครื่องบันทึกข้อมูล (data logger) ไว้ที่ระดับทรงพุ่ม แล้วอ่านค่าทุกวัน เครื่องบันทึกข้อมูลจะบอกช่วงที่ร้อนจัดซึ่งคุณอาจไม่ทันเห็น เช่น ตอนกลางคืนหลังไฟดับ ดูเพิ่มที่การควบคุมสภาพอากาศในห้องปลูก
  3. รักษาค่า pH ให้คงที่: แกว่งไม่เกิน ±0.3 ในระบบไฮโดรโปนิกส์ และไม่เกิน ±0.5 ในดิน วัดค่า pH ทุกครั้งที่ผสมสารละลายธาตุอาหาร และคาลิเบรตเครื่องวัด pH ตามรอบที่กำหนด เพื่อให้ค่าที่อ่านได้แม่นยำเสมอ
  4. เก็บเกี่ยวให้ตรงเวลา ส่องไทรโคมด้วยแว่นขยายในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของการทำดอก และกำหนดวันเก็บเกี่ยวไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่เกิดแนนเนอร์จากการเก็บเกี่ยวช้า
  5. เลือกพันธุกรรมที่นิ่ง ซื้อจากผู้ขายที่แสดงรายงานผลการปลูกและอายุของสต็อกได้ ดูเพิ่มที่วิธีตรวจสอบผู้ขายเมล็ดพันธุ์ในไทย จดไว้ว่าสายพันธุ์ไหนกลายเป็นกะเทยพืชในรอบปลูกของคุณ แล้วเลิกปลูกสายพันธุ์นั้น
  6. ตรวจทุกต้นทุกวันใน 2 สัปดาห์แรกของช่วงทำดอก ใช้แว่นขยายส่องที่ข้อ ถ้าพบดอกเพศผู้ ให้จดไว้คู่กับหมายเลขต้น

หมายเหตุผู้แปล: การคุมห้องให้อยู่ที่ 20–26 °C ในอากาศร้อนแบบไทย มักต้องใช้เครื่องปรับอากาศที่ขนาดเหมาะกับห้องนั้น ดูเพิ่มที่การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศสำหรับห้องทำดอกในไทย ผู้ปลูกกลางแจ้งและในโรงเรือนคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงนี้ไม่ได้ในหน้าร้อน มีสองอย่างที่ทำได้จริง:

  • เลือกพันธุกรรมที่ผ่านการทดสอบในสภาพอากาศร้อนแล้ว ดูกระทู้พูดคุยเรื่องพันธุกรรมที่ทนร้อน ซึ่งรายชื่อสายพันธุ์ในกระทู้ยังเป็นเพียงรายชื่อเบื้องต้น
  • ตรวจต้นให้ถี่ขึ้นในเดือนที่ร้อนที่สุด

7. เครื่องมือใหม่ ปี 2567–2569 (ค.ศ. 2024–2026)

บทความต้นฉบับระบุความก้าวหน้าไว้ 4 เรื่อง หัวข้อนี้อธิบายแต่ละเรื่องว่าคุณได้อะไร ใช้กับไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แค่ไหน และควรเริ่มจากตรงไหน

การตัดต่อยีนเพื่อกำจัด Mo1 (CRISPR) CRISPR เป็นเครื่องมือในห้องแล็บที่ใช้ตัดหรือปิดการทำงานของยีนที่เลือก เป้าหมายคือได้สายพันธุ์ที่ไม่มีทางกลายเป็นกะเทยพืช แต่บทบาทของ Monoecy1 ยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยการทดลอง เรื่องนี้จึงยังเป็นเพียงเป้าหมายของงานวิจัย ยังไม่พบรายงานที่ตีพิมพ์เรื่องการตัดต่อแบบนี้ในกัญชา ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้ซื้อ ให้ใช้เช็กลิสต์ด้านบนต่อไป

การตรวจเอพิเจเนติกส์เพื่อประเมินความเสี่ยงกะเทยพืช เครื่องหมายเอพิเจเนติกส์ (epigenetic marks) คือสารเคมีที่ติดอยู่บน DNA เป็นตัวเปิดหรือปิดยีนโดยไม่เปลี่ยนรหัส DNA การตรวจนี้มุ่งทำนายว่าต้นไหนมีแนวโน้มจะกลายเป็นกะเทยพืชตั้งแต่ก่อนออกดอก คุณจะได้คัดต้นแม่พันธุ์ที่เสี่ยงทิ้งก่อนลงทุนเลี้ยงต้นนั้น ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีการตรวจแบบนี้วางขายแล้ว ระหว่างนี้ บันทึกของคุณเองคือสิ่งทดแทนที่ใกล้เคียงที่สุด จดไว้ว่าต้นไหนกลายเป็นกะเทยพืช และเกิดขึ้นภายใต้ความเครียดแบบไหน

การตรวจ LAMP ภาคสนาม LAMP (loop-mediated isothermal amplification) เป็นการตรวจ DNA ที่ทำงานที่อุณหภูมิคงที่ค่าเดียว จึงใช้อุปกรณ์ง่ายกว่า PCR ในงานวิจัยปี 2565 (ค.ศ. 2022) การตรวจ LAMP เพื่อหาเครื่องหมาย DNA เพศผู้ใช้เวลา 30 นาทีที่ 65 °C ผู้วิจัยระบุว่านี่เป็นเพียงการพิสูจน์แนวคิดเบื้องต้น และยังต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (validation) ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีชุดตรวจ LAMP สำหรับตรวจเพศกัญชาขายในไทย ถ้าคุณได้ชุดตรวจมา ให้ทดลองตรวจกับต้นจำนวนน้อยก่อน และเทียบผลกับการดูด้วยตาหรือผลจากแล็บก่อนจะใช้จริง

ซอฟต์แวร์ดูดอกแรกจากภาพถ่าย ซอฟต์แวร์จะวิเคราะห์ภาพถ่ายบริเวณข้อ ยังไม่พบตัวเลขความแม่นยำที่ตีพิมพ์ จึงควรถือว่ามันจะดูผิดบางต้น ใช้เป็นตัวช่วยตรวจซ้ำเท่านั้น และยังต้องตรวจต้นด้วยตาทุกวันเหมือนเดิม

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าคุณลองใช้เครื่องมือใดข้างต้น ให้โพสต์ผลไว้ใต้กระทู้นี้ ผลจากห้องปลูกจริงในไทยช่วยให้ผู้ปลูกคนอื่นตัดสินใจได้

ข้อกฎหมายในประเทศไทย

  • บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ส่งเสริมการใช้เพื่อสันทนาการ
  • ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ประกาศนี้ออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568
  • ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 โดยจ่ายได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน ห้ามโฆษณาและห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์
  • แบบ ภ.ท.33 คือแบบฟอร์มใบสั่งจ่ายช่อดอกกัญชา ไม่ใช่ใบอนุญาตปลูก
  • การขายเชิงพาณิชย์ การแปรรูป และการส่งออกช่อดอกกัญชาต้องมีใบอนุญาต ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ผู้ที่ทำโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • นอกจากนี้ยังมีกฎกระทรวง พ.ศ. 2569 อีก 2 ฉบับที่ใช้บังคับ:
    • กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดกัญชาหรือกัญชง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569 กำหนดให้ผู้ที่ถือใบอนุญาตเกี่ยวกับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% ได้มีเพียง นิติบุคคลไทยที่ไม่เป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หน่วยงานของรัฐ และสภากาชาดไทย
    • กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 กำหนดเกณฑ์การออกใบอนุญาตช่อดอกกัญชาให้เข้มงวดขึ้น

คำถามและการพูดคุย

คุณเคยตรวจเพศต้นกัญชาในไทย หรือเคยพบสาเหตุที่ทำให้ต้นกลายเป็นกะเทยพืชในห้องปลูกของคุณไหม โพสต์ผลและคำถามไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย

เอกสารอ้างอิง

  1. Prentout, D. et al. (2020). An efficient RNA-seq-based segregation analysis identifies the sex chromosomes of Cannabis sativa. Genome Research, 30(2), 164–172.
  2. Prentout, D. et al. (2021). Plant genera Cannabis and Humulus share the same pair of well-differentiated sex chromosomes. New Phytologist, 231(4), 1599–1611.
  3. Toscani, M. et al. (2026). Three closely linked X-chromosomal genes potentially control sex determination in Cannabis sativa. New Phytologist, 251(1). https://doi.org/10.1111/nph.71185
  4. Lipson Feder, C. et al. (2021). Fertilization following pollination predominantly decreases phytocannabinoids accumulation and alters the accumulation of terpenoids in Cannabis inflorescences. Frontiers in Plant Science, 12, 753847.
  5. Torres, A. et al. (2022). High-throughput methods to identify male Cannabis sativa using various genotyping methods. Journal of Cannabis Research, 4, 57.

ภาพที่นำมาจากแหล่งต้นฉบับต้องระบุแหล่งที่มาไว้ใต้ภาพทุกภาพ

อ่านเพิ่มเติมบน Asiannabis