ค่า pH และ EC สำหรับกัญชา: เครื่องวัด การคาลิเบรต การปรับ pH การตรวจน้ำไหลออก และการวินิจฉัยธาตุอาหารถูกล็อค (ตอนที่ 2 จาก 2)

ค่าเป้าหมาย pH และ EC จะช่วยคุณได้ก็ต่อเมื่อค่าที่วัดได้ถูกต้อง และคุณปรับแก้ได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้พูดถึงเครื่องวัด pH และ EC การคาลิเบรตเครื่องวัด และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพิ่มหรือลด pH ต่อด้วยวิธีตรวจน้ำที่ไหลออกจากก้นกระถาง และรวบรวมความผิดพลาดที่พบบ่อย 10 ข้อ ปิดท้ายด้วยการตรวจเช็ก 6 ขั้นตอนที่ควรทำก่อนเติมปุ๋ยเพิ่ม

สรุปสั้น ๆ จากตอนที่ 1 เพื่อให้อ่านตอนนี้เข้าใจได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไป pH บอกว่าสารละลายเป็นกรดหรือด่างแค่ไหน วัดเป็นสเกล 0 ถึง 14 ส่วน EC (ค่าการนำไฟฟ้า หน่วย mS/cm) บอกว่ามีเกลือจากปุ๋ยละลายอยู่มากเท่าไร pH เป้าหมายคือ 6.0–7.0 สำหรับดิน 5.8–6.3 สำหรับเส้นใยมะพร้าว และ 5.5–6.5 สำหรับไฮโดรโปนิกส์ ถ้า pH ไม่ถูกต้อง ธาตุอาหารจะถูกล็อค คือมีอยู่ในกระถาง แต่รากดูดไปใช้ไม่ได้

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/392

เครื่องวัด pH และ EC

รุ่นที่ยกมาด้านล่างนำมาจากบทความต้นฉบับ การระบุชื่อไม่ได้แปลว่าแนะนำให้ซื้อ และฟอรัมไม่ได้เข้าข้างแบรนด์ใด

เครื่องวัดบางรุ่นมีระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ (ATC: automatic temperature compensation) ระบบนี้จะปรับค่าที่อ่านได้ตามอุณหภูมิน้ำให้เอง ถ้าเครื่องไม่มี ATC คุณต้องปรับแก้ค่าเอง

ปากกาวัด pH:

  • Apera PH20: มี ATC
  • Bluelab pH Pen: ต้นฉบับระบุว่าทนทาน และเปลี่ยนหัววัด (โพรบ) ได้
  • Hanna HI98107: เครื่องวัดพกพารุ่นพื้นฐาน ต้องคาลิเบรตบ่อยกว่ารุ่นอื่น

เครื่องวัด EC และ TDS (ปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำ):

  • Bluelab Truncheon: แสดงได้ทั้งค่า EC, ppm สเกล 500 และ ppm สเกล 700 ต้นฉบับระบุว่าทนทานและกันน้ำ แต่ก็ควรตรวจกับสารละลายมาตรฐาน 1.413 mS/cm เป็นระยะเหมือนเครื่องวัด EC ทุกรุ่น
  • Hanna HI98312: เครื่องวัด EC/TDS ที่มี ATC
  • TDS-3: เครื่องวัดรุ่นพื้นฐานที่วางขายภายใต้หลายชื่อแบรนด์ ก่อนจะเชื่อค่าที่อ่านได้ ให้เช็กก่อนว่าเครื่องใช้สเกล 500 หรือ 700

หมายเหตุผู้แปล: อุณหภูมิน้ำมีผลต่อค่า pH และ EC ที่อ่านได้ทั้งคู่ น้ำปุ๋ยในห้องปลูกในไทยมักอุ่นถึง 30 °C หรือมากกว่า เครื่องที่มี ATC จึงช่วยให้คุณไม่ต้องปรับแก้ค่าเอง ก่อนซื้อ ให้ถามผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยว่ามีน้ำยาคาลิเบรตและน้ำยาแช่หัววัดขายในประเทศหรือไม่ ถ้าหาน้ำยามาคาลิเบรตไม่ได้ ไม่นานค่าที่อ่านได้ก็จะเพี้ยน หากอยากรู้ประสบการณ์ใช้งานจริงของเครื่องแต่ละรุ่น ให้ถามในหมวดถาม-ตอบเรื่องธาตุอาหารทั่วไป (General Nutrients Q&A) ของฟอรัม

การคาลิเบรตเครื่องวัด

การคาลิเบรต (การสอบเทียบ) คือการจุ่มเครื่องวัดลงในของเหลวที่รู้ค่าแน่นอน แล้วปรับให้เครื่องอ่านค่าได้ตรง ของเหลวนี้เรียกว่าสารละลายมาตรฐานหรือสารละลายบัฟเฟอร์

  • เครื่องวัด pH: คาลิเบรตด้วยสารละลายมาตรฐาน pH 4.0 และ pH 7.0 จะเพิ่ม pH 10.0 ด้วยหรือไม่ก็ได้ ทำทุกสัปดาห์
  • เครื่องวัด EC: คาลิเบรตด้วยสารละลายมาตรฐาน 1.413 mS/cm ปากกาวัด EC ส่วนใหญ่ทำแค่เดือนละครั้งก็พอ
  • การเก็บหัววัด pH: เก็บหัววัดให้ชุ่มอยู่ในน้ำยาแช่หัววัดที่ทำจากโพแทสเซียมคลอไรด์ (KCl) ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้แห้ง เพราะหัววัดที่แห้งจะเสียถาวร และห้ามเก็บไว้ในน้ำกลั่น

หมายเหตุผู้แปล: ปิดขวดน้ำยาให้สนิทและเก็บให้พ้นแดด ทุกครั้งที่คาลิเบรต ให้เทน้ำยาออกมาเล็กน้อยใส่ถ้วยสะอาด ใช้เสร็จแล้วเททิ้ง อย่าจุ่มหัววัดลงในขวดโดยตรง เพราะน้ำยาที่เหลือในขวดจะปนเปื้อน และดูวันหมดอายุทุกครั้งที่ซื้อ

สิ่งที่ควรทำ: ตั้งการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ให้คาลิเบรต pH ทุกสัปดาห์ และคาลิเบรต EC เดือนละครั้ง ก่อนคาลิเบรตแต่ละครั้ง ให้จดค่าที่เครื่องอ่านได้ในสารละลายมาตรฐานไว้ ตัวเลขนี้บอกว่าเครื่องอ่านค่าเพี้ยนไปเท่าไร ถ้าค่าเพี้ยนมากขึ้นทุกสัปดาห์ แสดงว่าหัววัดเริ่มเสื่อมแล้ว

การปรับ pH อย่างปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ลด pH (pH Down)

ผลิตภัณฑ์ สารออกฤทธิ์ ข้อดี ข้อเสีย
General Hydroponics pH Down, Advanced Nutrients pH Down กรดฟอสฟอริก (H₃PO₄) ใช้กันเป็นมาตรฐานในวงการ ช่วยให้ pH คงที่ และเติม P ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงทำดอก ถ้า P มากเกินไปอาจทำให้ Zn และ Fe ถูกล็อค เป็นสารกัดกร่อน
กรดซิตริก กรดซิตริก (C₆H₈O₇) ปลอดภัย ราคาถูก เป็นเกรดอาหาร เหมาะกับดินอินทรีย์ pH อยู่ได้ไม่นาน เพราะจุลินทรีย์ย่อยซิเตรตแล้ว pH จะกลับขึ้นไปอีก ไม่เหมาะกับไฮโดรโปนิกส์
กรดไนตริก HNO₃ เติมไนเตรต (NO₃⁻) ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงทำใบ นิยมใช้ในหมู่มืออาชีพ อันตรายมาก ใช้ในฟาร์มเชิงพาณิชย์เท่านั้น
กรดซัลฟิวริก H₂SO₄ ราคาถูกที่สุด ซัลเฟตไม่เป็นอันตรายต่อพืช อันตรายที่สุด ต้องใช้เกรดอาหารเท่านั้น ไม่แนะนำสำหรับผู้ปลูกมือสมัครเล่น
น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว กรดอะซิติกหรือกรดซิตริก เป็นของธรรมชาติ ปลอดภัย หาง่าย ได้ผลไม่นาน ภายในไม่กี่ชั่วโมง pH จะกลับขึ้นไปอีก ใช้กับดินอินทรีย์เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพิ่ม pH (pH Up)

ผลิตภัณฑ์ สารออกฤทธิ์ ข้อดี ข้อเสีย
General Hydroponics pH Up, Advanced Nutrients pH Up โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) ออกฤทธิ์เร็ว แรง และแม่นยำ ใช้กันเป็นมาตรฐานในวงการ เป็นสารกัดกร่อน ใส่เกินได้ง่าย ต้องสวมถุงมือและแว่นป้องกันตา
โพแทสเซียมซิลิเกต K₂SiO₃ เพิ่ม pH และให้ซิลิคอน ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยให้ลำต้นแข็งแรงและทนศัตรูพืชได้ดีขึ้น ในสารละลายเข้มข้นอาจตกตะกอนรวมกับแคลเซียม จึงต้องเจือจางก่อนใช้
โดโลไมต์ CaMg(CO₃)₂ เป็นบัฟเฟอร์ธรรมชาติ ช่วยให้ pH อยู่ใกล้ 7.0 และเติม Ca กับ Mg อัตราใช้: 1 ช้อนโต๊ะต่อดิน 1 แกลลอน หรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อดิน 4 ลิตร ออกฤทธิ์ช้า ใช้เวลาหลายวัน ใช้ได้เฉพาะผสมลงดินไว้ล่วงหน้า
เปลือกหอยนางรม CaCO₃ ค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุและคงที่ในระยะยาว เหมาะมากกับดินมีชีวิต ช้าเกินไปสำหรับไฮโดรโปนิกส์ ใช้ได้เฉพาะในดินหรือวัสดุปลูกอินทรีย์
ขี้เถ้าไม้ K₂CO₃, CaCO₃ เป็นด่างสูงมาก เติม K, Ca และจุลธาตุ ใส่เกินได้ง่าย กะปริมาณให้แม่นไม่ได้ ใช้ให้น้อยมาก

กระทู้เรื่องซิลิคอนในฟอรัมได้ตรวจดูแล้วว่าสรรพคุณของซิลิคอนข้อไหนมีหลักฐานรองรับ

หมายเหตุผู้แปล: สำหรับผู้ปลูกที่บ้านในไทย pH Up และ pH Down สำเร็จรูปจากผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเป็นทางเลือกที่ใช้ได้จริงที่สุด กรดไนตริกและกรดซัลฟิวริกอันตรายเกินไปสำหรับการปลูกที่บ้าน ให้เติมกรดหรือด่างลงในน้ำเสมอ ห้ามเติมน้ำลงในกรดหรือด่าง และสวมถุงมือกับแว่นป้องกันตาทุกครั้ง ถ้าต้องการตรวจว่าผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนในไทยแล้วหรือยัง ดูวิธีตรวจสอบว่าปุ๋ยถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่

ทีละขั้นตอน

  1. ผสมปุ๋ยก่อน เพราะปุ๋ยจะทำให้ pH ของน้ำเปลี่ยน
  2. วัด pH ของสารละลายที่ผสมเสร็จแล้ว
  3. เติม pH Up หรือ pH Down โดยเริ่มที่ 1–2 มล. ต่อ 1 แกลลอนสหรัฐ (3.8 ลิตร) หรือประมาณ 0.25–0.5 มล. ต่อลิตร
  4. คนให้เข้ากัน รอ 10 นาที แล้ววัดใหม่
  5. ทำซ้ำจนได้ pH ตามเป้าหมาย
  6. ปรับ pH ครั้งละไม่เกิน 0.3 การปรับทีละน้อยช่วยไม่ให้ปรับเลยเป้าแล้วต้องปรับกลับอีกทาง ซึ่งทำให้รากเครียด

สิ่งที่ควรทำ: จดไว้ว่าถังขนาดที่คุณใช้ประจำต้องเติม pH Down หรือ pH Up กี่มล. ครั้งต่อไปให้เริ่มจากปริมาณนั้น ไม่ต้องกะเอา

การตรวจน้ำไหลออก (runoff): ดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่บริเวณราก

น้ำไหลออก (runoff) คือน้ำที่ไหลออกจากก้นกระถางหลังให้น้ำ น้ำนี้พาเกลือออกมาจากวัสดุปลูกด้วย ค่า pH และ EC ของน้ำไหลออกเป็นวิธีเดียวที่บอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ในบริเวณราก บริเวณรากหรือไรโซสเฟียร์ (rhizosphere) คือวัสดุปลูกชั้นบาง ๆ ที่หุ้มรอบรากอยู่

ระบบให้น้ำแบบไหลทิ้ง (run-to-waste) และวิธี PourThru

ระบบให้น้ำแบบไหลทิ้ง (run-to-waste) คือการให้สารละลายมากพอจนมีบางส่วนไหลออกจากกระถาง แล้วทิ้งน้ำส่วนนั้นไปโดยไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ ผู้ที่ปลูกในเส้นใยมะพร้าวนิยมใช้วิธีนี้ การให้น้ำแต่ละครั้งจะชะสารละลายเก่าออกไปบางส่วน น้ำที่ไหลออกมาจึงบอกได้ว่ามีอะไรค้างอยู่ในวัสดุปลูก

PourThru เป็นวิธีเก็บตัวอย่างอีกแบบที่คล้ายกัน ใช้ในการปลูกพืชในภาชนะเชิงพาณิชย์ หลังให้น้ำตามปกติ ให้เทน้ำกลั่นปริมาณน้อย ๆ ที่กำหนดไว้แน่นอนลงบนวัสดุปลูก แล้วนำน้ำที่ถูกดันออกมาทางรูระบายน้ำไปตรวจ คู่มือส่งเสริมการเกษตรของ University of Florida (สหรัฐฯ) แนะนำให้รอประมาณ 30 นาทีสำหรับกระถางเล็ก และรอได้นานถึง 2 ชั่วโมงสำหรับภาชนะใหญ่ จากนั้นเติมน้ำให้พอเก็บได้ประมาณ 50 มล. คู่มือประมาณไว้ว่าใช้น้ำราว 150 มล. สำหรับกระถาง 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) และ 350 มล. สำหรับกระถาง 3 แกลลอน (11 ลิตร) ค่าที่วัดได้แต่ละครั้งจะนำมาเทียบกันได้ก็ต่อเมื่อคุณรอนานเท่าเดิมและใช้น้ำปริมาณเท่าเดิมทุกครั้ง

วิธีเก็บตัวอย่างน้ำไหลออก

  1. ให้น้ำต้นไม้ตามปกติด้วยสารละลายธาตุอาหารที่ปรับ pH แล้ว
  2. วางถาดไว้ใต้กระถางเพื่อรองน้ำที่ไหลออก
  3. ปล่อยให้น้ำช่วงไม่กี่วินาทีแรกไหลทิ้งไป เพราะเป็นน้ำเก่าจากการให้น้ำครั้งก่อน จากนั้นจึงเก็บน้ำไหลออก
  4. วัด pH และ EC ของน้ำไหลออกทันที
  5. จดผลลงสมุดบันทึก เพื่อติดตามแนวโน้ม

อ่านผล: เทียบน้ำที่ให้เข้าไปกับน้ำที่ไหลออกมา

สิ่งที่เห็น ความหมาย สิ่งที่ต้องทำ
EC น้ำไหลออกต่ำกว่า EC น้ำที่ให้ ต้นไม้ดูดธาตุอาหารได้ดี เป็นภาวะปกติและดีที่สุด ให้ปุ๋ยตามตารางเดิมต่อไป
EC น้ำไหลออกใกล้เคียงกับ EC น้ำที่ให้ ต้นไม้ไม่ดูดธาตุอาหาร สาเหตุที่เป็นไปได้คือธาตุอาหารถูกล็อคเพราะ pH หรือรากเสียหาย ตรวจ pH น้ำไหลออกและสุขภาพราก พิจารณาลด EC
EC น้ำไหลออกสูงกว่าน้ำที่ให้ตั้งแต่ 0.5 mS/cm ขึ้นไป มีเกลือสะสมในบริเวณราก ซึ่งอาจทำให้รากเสียหาย ล้างด้วยน้ำเปล่าที่ปรับ pH แล้ว จน EC น้ำไหลออกลดลงถึงค่าเป้าหมาย จากนั้นให้ปุ๋ยที่ความเข้มข้น 50%
pH น้ำไหลออกต่ำกว่า pH น้ำที่ให้เกิน 0.5 วัสดุปลูกกำลังเป็นกรด รากอาจเครียด เพิ่ม pH น้ำที่ให้ขึ้น 0.2–0.3 ล้างแบบเบา ๆ และตรวจดูว่ามีรากสีม่วงหรือสีน้ำตาลหรือไม่

การล้าง (flush) คือการรดน้ำเปล่าปริมาณมากเพื่อชะเกลือออกจากวัสดุปลูก

ความถี่: ถ้าปลูกในเส้นใยมะพร้าวหรือไฮโดรโปนิกส์ ให้วัดน้ำไหลออกทุกครั้งที่ให้น้ำ ถ้าปลูกในดิน ให้วัดอย่างน้อยทุก 2–3 ครั้งที่ให้น้ำ ก่อนจะเปลี่ยนอะไรครั้งใหญ่ ให้ดูแนวโน้มจากค่าที่วัดได้ 3–5 ครั้งติดกันก่อน

หมายเหตุผู้แปล: เมื่อไฟดับ ปั๊มน้ำ ปั๊มลม และเครื่องทำความเย็นน้ำจะหยุดทำงาน ระบบไฮโดรโปนิกส์ไม่มีวัสดุปลูกช่วยพยุงค่าของสารละลายไว้ pH และ EC จึงเปลี่ยนไปได้ระหว่างที่น้ำอุ่นขึ้น หลังไฟดับทุกครั้ง ให้วัด pH, EC และอุณหภูมิในถังสารละลายก่อนให้ปุ๋ยรอบถัดไป

สิ่งที่ควรทำ: ทำสมุดบันทึก 5 ช่อง ได้แก่ วันที่, pH น้ำที่ให้, EC น้ำที่ให้, pH น้ำไหลออก และ EC น้ำไหลออก แนวโน้มในบันทึกนี้จะบอกปัญหาได้ก่อนที่ใบจะแสดงอาการ

ความผิดพลาดเรื่อง pH และ EC ที่พบบ่อย 10 ข้อ

# ความผิดพลาด ผลที่เกิดขึ้น วิธีแก้
1 ไม่วัด pH ธาตุอาหารถูกล็อคโดยไม่รู้ตัว อาการดูเหมือนขาดธาตุ แต่เติมปุ๋ยเพิ่มเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น หาปากกาวัด pH มาใช้ และวัดทุกครั้งที่ให้น้ำ
2 ไม่คาลิเบรตเครื่องวัด ค่าที่อ่านผิดทำให้ปรับผิด ต้นไม้เสียหาย คาลิเบรตปากกาวัด pH ทุกสัปดาห์ด้วยน้ำยา 4.0 และ 7.0 และคาลิเบรตปากกาวัด EC ทุกเดือน
3 ไล่ปรับ pH ไปมา (ปรับมากเกินไป) ใส่ pH Up จนเลยเป้า แล้วใส่ pH Down จนเลยเป้าอีกทาง รากเครียด เติมครั้งละ 1–2 มล. ต่อแกลลอน (ประมาณ 0.25–0.5 มล. ต่อลิตร) รอ 10 นาทีแล้ววัดใหม่ ปรับ pH ครั้งละไม่เกิน 0.3
4 ไม่สนใจน้ำไหลออก เกลือสะสมโดยมองไม่เห็น จนเป็นพิษต่อราก วัด pH และ EC ของน้ำไหลออกสม่ำเสมอ แล้วเทียบกับน้ำที่ให้
5 pH ไม่เหมาะกับวัสดุปลูก ดินที่รดน้ำ pH 5.5 จะทำให้ Ca และ Mg ถูกล็อค ไฮโดรโปนิกส์ที่ pH 6.8 จะทำให้ Fe, Mn และ Zn ถูกล็อค ดิน 6.0–7.0 เส้นใยมะพร้าว 5.8–6.3 ไฮโดรโปนิกส์ 5.5–6.5
6 ปรับ pH ก่อนผสมปุ๋ย ปุ๋ยทำให้ pH เปลี่ยนไปมาก สุดท้ายต้องปรับสองรอบและเปลืองผลิตภัณฑ์ ผสมปุ๋ยก่อนเสมอ แล้วจึงปรับ pH
7 EC สูงเกินไปสำหรับต้นกล้า รากอ่อนไหม้ ต้นกล้าโตช้า ปลายใบเหลือง ต้นกล้าใช้ EC 0.2–0.8 แล้วเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 0.2
8 ไม่บัฟเฟอร์ (ปรับสภาพ) เส้นใยมะพร้าวใหม่ เส้นใยมะพร้าวใหม่จับ Na⁺ และ K⁺ ไว้ ทำให้ต้นขาด Ca และ Mg รุนแรงในสัปดาห์แรก ก่อนใช้ ให้แช่เส้นใยมะพร้าวข้ามคืนในสารละลาย CalMag ที่ EC 1.5–2.0
9 ปล่อยให้หัววัด pH แห้ง หัววัดที่แห้งจะเสียถาวรและต้องเปลี่ยนใหม่ เก็บหัววัดในน้ำยาแช่ KCl เสมอ ห้ามเก็บในน้ำกลั่น
10 สับสนสเกล ppm ถ้าใช้ตารางสเกล 700 กับเครื่องวัดสเกล 500 จะให้ปุ๋ยมากเป็น 1.4 เท่าของที่ควรให้ ต้นไม้ไหม้ ถ้ากลับกันจะให้ปุ๋ยน้อยไปในสัดส่วนเดียวกัน รู้ให้แน่ว่าเครื่องของคุณใช้สเกลไหน หรือดีกว่านั้นคือใช้ค่า EC (mS/cm) ไปเลย

วินิจฉัยธาตุอาหารถูกล็อคก่อนเติมปุ๋ย

ต้นของคุณอาจแสดงอาการขาดธาตุ เช่น ใบเหลือง มีจุดสีน้ำตาล หรือโตช้า อย่าเพิ่งเติมปุ๋ยทันที ให้ไล่ตรวจ 6 ขั้นตอนนี้ตามลำดับ แต่ละขั้นจะตัดสาเหตุออกไปทีละข้อ

ขั้นที่ 1 – ตรวจเครื่องวัด เครื่องคาลิเบรตแล้วหรือยัง ถ้ายัง ให้คาลิเบรตก่อนแล้ววัดใหม่ ขั้นนี้ตัดความเป็นไปได้ที่ค่าที่อ่านได้จะผิด

ขั้นที่ 2 – วัดน้ำไหลออก รดด้วยน้ำเปล่าที่ปรับ pH แล้ว เก็บน้ำไหลออกมาวัด pH และ EC

ขั้นที่ 3 – ดู pH น้ำไหลออก อยู่ในช่วงที่เหมาะกับวัสดุปลูกของคุณหรือไม่

  • ไม่อยู่: แสดงว่าธาตุอาหารถูกล็อคเพราะ pH ให้ล้างด้วยน้ำที่ปรับ pH ถูกต้อง จน pH น้ำไหลออกถึงค่าเป้าหมาย
  • อยู่: ไปขั้นที่ 4

ขั้นที่ 4 – ดู EC น้ำไหลออก สูงกว่า EC น้ำที่ให้เกิน 0.5 mS/cm หรือไม่

  • ใช่: มีเกลือสะสม ให้ล้างจน EC น้ำไหลออกถึงค่าเป้าหมาย แล้วกลับมาให้ปุ๋ยที่ 50% ของ EC ที่ใช้ตามปกติ
  • ไม่ใช่: ไปขั้นที่ 5

ขั้นที่ 5 – ตรวจราก รากสีขาวหรือสีครีมอ่อนคือรากที่แข็งแรง ถ้ารากสีน้ำตาลและลื่นเป็นเมือก แสดงว่าเป็นโรครากเน่า

  • รากสีน้ำตาล: แหล่งข้อมูลต้นฉบับแนะนำให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H₂O₂) 3% อัตรา 3 มล. ต่อลิตร อีกทางเลือกหนึ่งคือ Hydroguard ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์สำหรับบริเวณราก ตรวจอุณหภูมิน้ำด้วย โดยควรให้ต่ำกว่า 22 °C
  • รากสีขาว: ไปขั้นที่ 6

ขั้นที่ 6 – ยืนยันว่าขาดธาตุจริง ถึงขั้นนี้แล้วจึงค่อยพิจารณาเติมเฉพาะธาตุอาหารตัวที่ขาด โดยเทียบอาการที่ใบกับตารางอาการขาดธาตุอาหาร

ในกลุ่มผู้ปลูกมักพูดกันว่า กรณีที่ดูเหมือน “ขาดธาตุ” ส่วนใหญ่ที่จริงคือธาตุอาหารถูกล็อคเพราะ pH หรือมีเกลือสะสม มีเพียงส่วนน้อยที่ขาดจริง แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ชิ้นไหนให้สัดส่วนที่เชื่อถือได้ และงานวิจัยในรายการเอกสารอ้างอิงก็ไม่มีชิ้นไหนสนับสนุนตัวเลขแบบนั้น ถึงอย่างนั้น สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงจากคำพูดนี้ก็ตรงกับ 6 ขั้นตอนข้างต้น คือให้ตัดสาเหตุเรื่อง pH และเกลือออกก่อน

หมายเหตุผู้แปล: การคุมน้ำปุ๋ยให้ต่ำกว่า 22 °C ทำได้ยากในไทย เพราะห้องปลูกมักร้อนถึง 30–35 °C ถ้าไม่มีเครื่องทำความเย็นน้ำ น้ำในถังสารละลายมักอุ่นกว่านั้นมาก กระทู้การเพาะปลูกไฮโดรโปนิกส์ที่อุณหภูมิถังสารละลาย 31 °C เปรียบเทียบไว้ 3 ทางเลือก ได้แก่ ใช้เครื่องทำความเย็น ใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ หรือเปลี่ยนระบบปลูก สำหรับการรักษาราก ให้ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามฉลากอย่างเคร่งครัด ดูเพิ่มเติมที่สารที่พ่นบนกัญชาได้ตามกฎหมายภายใต้ GACP ของไทย

สิ่งที่ควรทำ: พิมพ์ 6 ขั้นตอนนี้ติดไว้ข้างถังปุ๋ย คุณจะได้ตัดสาเหตุเรื่อง pH และเกลือออกก่อนเสียเงินซื้อปุ๋ยเพิ่ม

เอกสารอ้างอิง

  1. Veazie P et al. (2025). Impact of substrate pH and micronutrient fertility rates on Cannabis sativa. Agrosystems, Geosciences & Environment, 8(1), e70044. doi:10.1002/agg2.70044.
  2. Veazie P, Whipker BE et al. (2021). When Micronutrients Become Macro Problems. Cannabis Business Times (คอลัมน์ Cultivation Matters).
  3. Rx Green Technologies. Identifying pH Levels in Cannabis (เอกสารทางเทคนิคเรื่อง pH). https://www.rxgreentechnologies.com/blog/ph-technicalpaper/
  4. Advanced Nutrients (2017). Nutrient Lockout: What It Is and How To Prevent It! https://www.advancednutrients.com/articles/nutrient-lockout/
  5. Quesada Moya F / Pevgrow (2024). Marijuana also has its PH — Best PH for Cannabis (Soil & Hydro) Chart. https://pevgrow.com/blog/en/marijuana-also-has-its-ph/
  6. CocoForCannabis. How To Set EC Targets; Growing Cannabis in Coco Coir with High Frequency Fertigation. https://www.cocoforcannabis.com/ectargets/
  7. Science in Hydroponics (2020). A Guide to Different pH Down Options in Hydroponics.
  8. BVB Substrates (2021). Cannabis substrate and pH buffer. https://www.bvb-substrates.com/references-support/cannabis-substrate-and-ph-buffer/
  9. HortGrow Solutions. Coco Coir as a Medium-CEC Substrate: Balancing Precision and Buffering. https://hortgrow.com/blog/coco-coir-as-a-medium-cec-substrate-balancing-precision-and-buffering
  10. Advanced Nutrients (2025). How to Optimize Your Commercial Grow With Rockwool for Cannabis; Peat Moss for Cannabis: The Complete Guide to Maximizing Your Grow Medium. advancednutrients.com
  11. Modern Farms (2026). DWC Cannabis Setup Guide.
  12. The Cannigma (2026). Living Soil Cannabis: Why Top Cultivators Are Ditching Synthetic Nutrients. https://cannigma.com/plant/living-soil-cannabis-cultivation/
  13. Malík M, Tlustoš P (2025). Soilless Growing Media for Cannabis Cultivation. Agriculture (MDPI), 15(18), 1955. doi:10.3390/agriculture15181955
  14. Blimburn Seeds (2024). Best EC and pH for Cannabis Nutrient Uptake.
  15. GrowDiaries (2024). EC and PPM in Cannabis + Common Nutrient Deficiencies from Incorrect pH.

หมายเหตุทางกฎหมาย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษา ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกขายได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ซึ่งสั่งจ่ายได้ไม่เกิน 30 วัน และห้ามโฆษณาหรือขายช่อดอกทางออนไลน์ ต่อมามีการออกกฎกระทรวง พ.ศ. 2569 อีก 2 ฉบับ กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดกัญชาและกัญชงมีผลใช้บังคับวันที่ 26 เมษายน 2569 ส่วนกฎกระทรวงสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดของเกณฑ์ใบอนุญาตช่อดอก มีผลใช้บังคับวันที่ 30 เมษายน 2569 คุณปลูกกัญชาได้หรือไม่ และต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกฎหมายในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ ฟอรัมนี้ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อสันทนาการ

หากมีคำถามเรื่องเครื่องวัด การปรับ pH หรือการอ่านค่าน้ำไหลออก โพสต์ไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย ระบุวัสดุปลูก ค่า pH และ EC ของน้ำที่ให้ และค่า pH และ EC ของน้ำไหลออกมาด้วย ผู้ปลูกคนอื่นจะได้ช่วยคุณอ่านค่าได้