บริหารร้านจำหน่ายกัญชา (dispensary) ในไทยโดยไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต: การตรวจ การจัดคนสำรอง การต่ออายุ กฎการขายออนไลน์ และสมุดบันทึกอาการไม่พึงประสงค์ (ตอนที่ 2 จาก 2)

ตอนนี้ร้านจำหน่ายกัญชา (dispensary) ในไทยถูกสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าทุก ๆ ไม่กี่เดือน ปัญหาใบอนุญาตส่วนใหญ่มาจาก 3 เรื่อง เรื่องแรกคือไม่มีผู้ผ่านการอบรมอยู่ประจำร้าน เรื่องที่สองคือที่อยู่ในเอกสารไม่ตรงกัน และเรื่องที่สามคือบันทึกไม่ครบ คู่มือนี้มี 6 หัวข้อ ได้แก่ ขั้นตอนการตรวจ การจัดคนเข้ากะ การต่ออายุใบอนุญาตให้ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายในการทำตามกฎ สิ่งที่โพสต์ออนไลน์ได้ และการทำสมุดบันทึกข้อร้องเรียนและอาการไม่พึงประสงค์

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ร้านที่จะได้ใบอนุญาตขายช่อดอกกัญชาในไทยต้องผ่านเงื่อนไข 4 ข้อ ข้อแรก ร้านต้องมีใบอนุญาตหลักที่เข้าเกณฑ์ เช่น ใบอนุญาตสถานพยาบาล ร้านขายยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือใบอนุญาตประเภทใกล้เคียง ข้อสอง ต้องมีผู้ผ่านการอบรมอยู่ประจำร้านตลอดเวลาที่เปิดขาย ข้อสาม ใบอนุญาตทุกใบต้องใช้ที่อยู่เดียวกัน และข้อสี่ บันทึกสต็อกต้องเป็นปัจจุบัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (กรมการแพทย์แผนไทยฯ) เป็นผู้จัดหลักสูตรอบรมการจัดการกัญชาที่พนักงานต้องผ่าน ร้านขายช่อดอกได้เฉพาะเมื่อลูกค้ามีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 และจ่ายได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน ร้านที่ฝ่าฝืนกฎเหล่านี้อาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1291

หมายเหตุผู้แปล: คู่มือนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย เรื่องที่เกี่ยวกับใบอนุญาตของคุณเองควรปรึกษาทนายความไทยที่ทำคดีหรืองานด้านใบอนุญาตกัญชา


ขั้นตอนการตรวจ

ใครมาตรวจ และตรวจบ่อยแค่ไหน

เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจมาจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยฯ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หลังกฎเข้มงวดขึ้นในเดือนเมษายน 2569 เจ้าหน้าที่มาตรวจถี่ขึ้นมาก ผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่เล่าว่าในปี 2569 เจ้าหน้าที่มาทุก 1–3 เดือน ส่วนในปี 2566–2567 มาประมาณปีละ 2 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้มาจากคำบอกเล่าของผู้ประกอบการที่บทความต้นฉบับยกมา ไม่ใช่สถิติทางการ

การตรวจเกือบทุกครั้งไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่มีกฎข้อไหนบังคับให้ต้องแจ้ง ผู้ประกอบการที่ถูกตรวจมาแล้วหลายครั้งบอกว่าเดาไม่ได้เลยว่าเจ้าหน้าที่จะมาเมื่อไร

สิ่งที่ควรทำ: เตรียมร้านให้พร้อมเหมือนเจ้าหน้าที่จะมาวันนี้ เก็บเอกสารใบอนุญาตทั้งหมดไว้ในแฟ้มเดียวที่เคาน์เตอร์ พนักงานทุกคนจะได้หยิบให้เจ้าหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องค้นหา

เจ้าหน้าที่ตรวจอะไร และตรวจตามลำดับไหน

บทความต้นฉบับบอกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจตามลำดับเดิมทุกครั้ง ข้อมูลนี้มาจากคำบอกเล่าของผู้ประกอบการ ผู้แปลไม่พบลำดับนี้ในเอกสารฉบับใดที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยแพร่

  1. ติดใบอนุญาตให้เห็นชัด ใบอนุญาตฉบับปัจจุบันต้องมองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้า โดยไม่ต้องถามพนักงาน ถ้ามองไม่เห็น แค่ข้อนี้ก็นับเป็นข้อบกพร่องแล้ว
  2. มีผู้มีคุณสมบัติอยู่ในร้าน เจ้าหน้าที่จะขอดูใบรับรองการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกร แพทย์ หรือแพทย์แผนไทย ถ้าในร้านไม่มีผู้มีคุณสมบัติอยู่เลย จะถือว่าฝ่าฝืนกฎ
  3. การเก็บรักษา ต้องเก็บช่อดอกไว้ในตู้ที่ใช้เก็บกัญชาโดยเฉพาะ ตู้ต้องติดป้ายและล็อกได้ ห้ามวางบนพื้น และต้องแยกจากสินค้าอื่น
  4. แบบ ภ.ท.27 และ ภ.ท.28 เป็นปัจจุบัน แบบ ภ.ท.27 ใช้บันทึกว่าช่อดอกได้มาจากที่ไหน แบบ ภ.ท.28 ใช้บันทึกว่าช่อดอกถูกใช้หรือขายไปอย่างไร เจ้าหน้าที่จะนับของบนชั้นแล้วเทียบกับ 2 แบบนี้ ถ้าตัวเลขไม่ตรงกัน ร้านจะถูกสอบสวนข้อหารายงานเท็จ
  5. บันทึกแบบ ภ.ท.33 การขายทุกครั้งต้องมีใบสั่งจ่ายที่ตรงกัน เจ้าหน้าที่อาจสุ่ม 10–20 รายการ มาเทียบกับยอดขายที่บันทึกไว้ในแบบ ภ.ท.28
  6. ที่อยู่ตรงกัน เอกสารทุกฉบับที่ร้านเก็บไว้ต้องใช้ที่อยู่เดียวกัน เจ้าหน้าที่จะเทียบที่อยู่กับทะเบียนพาณิชย์และใบอนุญาตหลักของคุณ

ถ้าเจ้าหน้าที่เข้ามาในร้านแล้ว คุณจะแก้ 6 ข้อนี้ไม่ทันสักข้อ

สิ่งที่ควรทำ: ตรวจ 6 ข้อนี้ด้วยตัวเองทุกสัปดาห์ และตรวจตามลำดับเดียวกับเจ้าหน้าที่ ถ้าคุณเจอปัญหาก่อน ก็ยังมีเวลาแก้ก่อนเจ้าหน้าที่มาเจอ

ถ้าถูกพบข้อบกพร่อง จะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าเจ้าหน้าที่พบการฝ่าฝืน จะออกหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หนังสือจะระบุเรื่องต่อไปนี้

  • ร้านฝ่าฝืนบทบัญญัติข้อไหน
  • ระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาต (30 หรือ 90 วัน) หรือแจ้งว่าส่งเรื่องให้พิจารณาเพิกถอน
  • วันสุดท้ายที่ต้องส่งรายงานการแก้ไข ซึ่งอธิบายว่าคุณแก้ปัญหาไปแล้วอย่างไร

หมายเหตุผู้แปล: มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ให้สั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต ร้านขายกัญชาไม่ได้ แต่ยังขายอุปกรณ์และสินค้าอื่นที่ไม่ใช่กัญชาได้ ถ้าธุรกิจมีใบอนุญาตสำหรับกิจการนั้นแยกไว้ เรื่องนี้สำคัญกับร้านอุปกรณ์ปลูก (growshop) ที่จดทะเบียนขายอุปกรณ์สำหรับกัญชาไว้ด้วย

หมายเหตุผู้แปล: มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กำหนดโทษกรณีดำเนินกิจการต่อระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต (มาตรา 52 วรรคสอง) โทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วันแรกที่ถูกพักใช้ ให้ล็อกตู้เก็บกัญชาและจดจำนวนสต็อกไว้ บันทึกนี้ใช้ยืนยันได้ว่าร้านไม่ได้ขายกัญชาเลยระหว่างถูกพักใช้

ถ้าร้านกำลังจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทนายความช่วยเตรียมเอกสารและคำชี้แจง แล้วยื่นเป็นลายลักษณ์อักษร แนวทางของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า ร้านที่ถูกพักใช้แล้วกลับมาทำผิดเรื่องเดิมซ้ำจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแทบไม่มีช่องให้ใช้ดุลพินิจผ่อนผัน

หมายเหตุผู้แปล: มาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ให้อุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยยื่นต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งยังมีผลบังคับอยู่ และตามมาตรา 71 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด การเพิกถอนใบอนุญาตอยู่ในมาตรา 54 ร้านที่ถูกเพิกถอนจะขอใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. นี้ใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี พ้น 2 ปีไปแล้ว ผู้อนุญาตก็ยังมีดุลพินิจว่าจะออกใบอนุญาตใหม่ให้หรือไม่ กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559 ข้อ 8(1)(จ) ห้ามบริษัทขอใบอนุญาต 2 ปีเช่นเดียวกัน ข้อห้ามนี้ใช้กับกรรมการ ผู้จัดการ และผู้รับผิดชอบคนอื่นของบริษัทด้วย ถ้าตั้งบริษัทใหม่โดยใช้คนชุดเดิม ก็ยังติดข้อห้ามนี้อยู่

สิ่งที่ควรทำ: วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง ให้จดวันที่ไว้ เพราะระยะอุทธรณ์ 30 วันเริ่มนับจากวันนั้น ติดต่อทนายความไทยภายในสัปดาห์เดียวกัน แล้วเริ่มเขียนรายงานการแก้ไขทันที


จัดพนักงานให้ถูกกฎ

ใบรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ใช้ได้แค่ไหน

ใบรับรองการอบรมการจัดการกัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีข้อจำกัดดังนี้

  • ใบรับรองออกให้ตัวบุคคล ไม่ได้ออกให้ร้าน และโอนให้คนอื่นไม่ได้
  • ถ้าพนักงานที่มีใบรับรองลาออก ร้านต้องจ้างคนที่มีใบรับรองมาประจำร้านให้ได้ก่อน จึงจะเปิดร้านต่อได้ กฎไม่มีช่วงผ่อนผันให้
  • ใบรับรองครอบคลุมขั้นตอนการจัดการกัญชา การจ่าย และการให้คำปรึกษา ผู้ถือใบรับรองไม่ได้กลายเป็นเภสัชกร และไม่มีสิทธิ์สั่งจ่ายกัญชา

จัดคนสำรองไว้ เพื่อไม่ให้ร้านต้องเปิดโดยไม่มีผู้ถือใบรับรอง

ร้านเล็กที่มีผู้ถือใบรับรองแค่คนเดียวเสี่ยงที่สุด บทความต้นฉบับแนะนำไว้ 3 ข้อ

  • ส่งพนักงานไปอบรมอย่างน้อย 2 คน ให้พนักงานอย่างน้อย 2 คนผ่านการอบรมของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ถ้าคนหนึ่งป่วย ลา หรือลาออก ร้านก็ไม่ต้องปิด ค่าอบรมถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายจากการถูกพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน
  • เขียนกฎการเปลี่ยนตัวไว้ ให้เขียนว่า ทุกครั้งที่ผู้ถือใบรับรองคนหลักไม่อยู่ คนที่สองต้องเข้ามาแทน ถ้าไม่มีใครมาแทน ร้านต้องไม่เปิด เก็บหลักฐานไว้ด้วยว่ามีกฎนี้เป็นลายลักษณ์อักษรจริง ถ้ายังเกิดการฝ่าฝืนขึ้นจนได้ ขั้นตอนที่เขียนไว้แต่พนักงานคนหนึ่งไม่ทำตาม จะช่วยชี้ว่าเป็นความผิดพลาดของคนคนนั้น ไม่ใช่ว่าทั้งร้านละเลยกฎ
  • เก็บสำเนาใบรับรองไว้ที่ร้าน นำใบรับรองของพนักงานทุกคนไปถ่ายสำเนาและรับรองสำเนาถูกต้อง แล้วเก็บไว้ในแฟ้มพร้อมยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู อย่าคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะยอมรับรูปถ่ายในโทรศัพท์

สิ่งที่ควรทำ: ภายในเดือนนี้ ให้กำหนดผู้ถือใบรับรองสำรองไว้สำหรับทุกวันที่ร้านเปิด แล้วเขียนชื่อทั้งคนหลักและคนสำรองไว้ในตารางเข้ากะ


การต่ออายุใบอนุญาต: ช่วงที่เสี่ยงที่สุด

ภายใต้กฎที่ใช้ตั้งแต่ปี 2569 การต่ออายุไม่ใช่แค่การยื่นเอกสารตามขั้นตอน หน่วยงานจะตรวจร้านใหม่ตามเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ร้านที่ได้ใบอนุญาตครั้งแรกตอนกฎยังหลวมในปี 2565–2567 เสี่ยงที่สุดในการต่ออายุครั้งแรก เพราะร้านต้องผ่านเกณฑ์ 4 ข้อในปัจจุบัน ไม่ใช่เกณฑ์เดิมตอนที่ได้ใบอนุญาตครั้งแรก

รายการที่ต้องตรวจก่อนต่ออายุ

60 วันก่อนใบอนุญาตหมดอายุ:

  • ตรวจว่าใบอนุญาตหลักยังไม่หมดอายุ ใบอนุญาตหลักอาจเป็นใบอนุญาตสถานพยาบาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขายยา สกัด หมอพื้นบ้าน หรือปลูก และต้องดูด้วยว่าใบอนุญาตหลักจะไม่หมดอายุก่อนวันต่ออายุใบอนุญาตกัญชา หรือหมดอายุไม่นานหลังจากนั้น
  • ตรวจว่าที่อยู่ในใบอนุญาตหลักตรงกับใบอนุญาตกัญชาทุกตัวอักษร
  • ถ้าที่อยู่ไม่ตรงกัน ให้ยื่นขอแก้ไขที่อยู่กับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตตั้งแต่ตอนนี้ อย่ารอให้ถึงวันต่ออายุ

30 วันก่อนใบอนุญาตหมดอายุ:

  • ยื่นคำขอต่ออายุพร้อมเอกสารประกอบให้ครบ
  • แนบใบอนุญาตหลักฉบับปัจจุบันและหลักฐานว่าคุณเป็นเจ้าของอาคาร ถ้าเช่าอาคาร ให้แนบสัญญาเช่าและหนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร แนบรูปตู้หรือห้องที่ใช้เก็บกัญชาโดยเฉพาะ และใบรับรองจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ของพนักงานที่มีคุณสมบัติทุกคนด้วย
  • เก็บสำเนาเอกสารที่ยื่นไว้ครบชุด พร้อมใบรับเรื่อง

หลังต่ออายุแล้ว:

  • ติดใบอนุญาตฉบับใหม่ทันที
  • เปลี่ยนสำเนาที่ติดไว้ตรงทางเข้า แก้หัวกระดาษของแบบ ภ.ท.27 และ ภ.ท.28 และแก้ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (คู่มือที่เขียนขั้นตอนการทำงานเป็นข้อ ๆ ให้พนักงานทำตาม) ให้เป็นข้อมูลล่าสุด
  • ถ้าเลขใบอนุญาตเปลี่ยน ให้แก้เลขในสื่อทุกชิ้นที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

สาเหตุที่การต่ออายุถูกปฏิเสธ

ในปี 2569 สาเหตุที่ถูกปฏิเสธบ่อยที่สุดเท่าที่มีบันทึกไว้คือที่อยู่ในใบอนุญาตกัญชาไม่ตรงกับใบอนุญาตหลัก สาเหตุอันดับสองคือไม่มีใบอนุญาตหลักเลย ร้านที่ยื่นขอครั้งแรกในปี 2565 โดยมีแค่ทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป จึงไม่มีใบอนุญาตหลักมายื่นตอนต่ออายุ

สิ่งที่ควรทำ: วันนี้ให้ตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินไว้ 2 ครั้ง คือ 60 วันและ 30 วันก่อนใบอนุญาตหมดอายุ


ค่าใช้จ่ายในการทำตามกฎ

ร้านจำหน่ายกัญชาที่ทำตามกฎปี 2569 ครบทุกข้อมีค่าใช้จ่ายที่ปี 2565 ยังไม่มี ผู้แปลไม่พบแหล่งข้อมูลตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เชื่อถือได้ ตารางด้านล่างจึงมีแค่รายการค่าใช้จ่าย ให้ขอใบเสนอราคาจริงของแต่ละรายการ

รายการค่าใช้จ่าย หมายเหตุ
อบรมกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ (ครั้งแรก) จ่ายครั้งเดียว คิดตามจำนวนพนักงานที่ส่งไปอบรม
ต่ออายุและดูแลใบอนุญาตหลัก ขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาต
พนักงานสำรองที่มีใบรับรอง ค่าจ้างพนักงานสำรองแบบพาร์ตไทม์ที่มีใบรับรอง ให้เทียบกับความเสียหายถ้าร้านต้องปิด
การทำบันทึก ค่าซอฟต์แวร์หรือระบบจดด้วยมือ และเวลาทำงานของพนักงาน
ให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจเอกสารตอนต่ออายุ จ่ายครั้งเดียวต่อการต่ออายุหนึ่งรอบ ถ้าคุณใช้ที่ปรึกษา

รายการเหล่านี้เป็นต้นทุนจริงในการทำร้าน ร้านที่ไม่ได้ตั้งงบรายการเหล่านี้ไว้ในปี 2569 มักเป็นร้านที่ตัดขั้นตอนมากที่สุด ร้านกลุ่มนี้มักลดค่าใช้จ่ายเรื่องการทำบันทึกและการจัดคนสำรอง ซึ่งเป็น 2 ข้อบกพร่องที่เจ้าหน้าที่เจอบ่อยที่สุดตอนตรวจ

สิ่งที่ควรทำ: ใส่ทุกรายการนี้ไว้ในงบประมาณ 12 เดือนข้างหน้า และใช้ตัวเลขจากใบเสนอราคาจริง เช่น ค่าอบรมจริงของกรมการแพทย์แผนไทยฯ และค่าที่ปรึกษาของคุณ


การขายออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ห้ามขายช่อดอกกัญชาทางออนไลน์ไว้ชัดเจน ข้อห้ามนี้ใช้กับทุกแพลตฟอร์ม เช่น

  • ระบบรับสั่งซื้อใน LINE Official Account (LINE OA คือบัญชีสำหรับธุรกิจบนแอป LINE)
  • ประกาศขายใน Facebook Marketplace
  • ลิงก์ร้านค้าใน Instagram
  • หน้าสินค้าบน Lazada หรือ Shopee
  • กลุ่ม LINE ใดก็ตามที่มีการแจ้งราคาและขอให้โอนเงิน

กฎหมายไม่ได้ดูว่าลูกค้าจ่ายเงินที่ไหน แต่ดูว่าร้านเสนอขายที่ไหน

ดูจาก 2 ตัวอย่างนี้

  • แชตบอตใน LINE OA ที่ตอบลูกค้าว่า “พิมพ์ ‘1’ เพื่อสั่ง 10 กรัม” ถือเป็นการเสนอขายทางออนไลน์ ถึงลูกค้าจะมารับของเองที่ร้านก็ตาม
  • โพสต์ Facebook ที่เขียนว่า “ทักแชตถามราคา” แล้วส่งราคาให้ทางข้อความส่วนตัว ก็ถือว่าเสนอขายทางออนไลน์เหมือนกัน

เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ เข้าดูโซเชียลมีเดียที่เปิดสาธารณะได้ และจะเข้าไปดูเมื่อสอบสวนข้อร้องเรียน

ทำได้: เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ที่ตั้งร้านและเวลาเปิดปิด รูปสินค้าที่ไม่มีราคา และคำอธิบายลักษณะทั่วไปของสายพันธุ์เพื่อให้ข้อมูล ขอบเขตนี้ใกล้เคียงกับกฎสำหรับยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในไทย

ทำให้ถูกตรวจสอบทันที:

  • ลงรายการราคาในช่องทางสาธารณะหรือกึ่งสาธารณะ
  • “โปรโมชัน” หรือโค้ดส่วนลด
  • คำว่า “ซื้อ” “สั่งซื้อ” “จัดส่ง (delivery)” หรือ “THC%” ในแคปชันหรือโพสต์
  • ซื้อโฆษณาผลิตภัณฑ์กัญชาบน Meta, Google หรือ TikTok

ทุกข้อข้างต้นยังผิดข้อห้ามเรื่องการโฆษณาในประกาศฉบับเดียวกันด้วย

บางร้านทำทั้งร้านจำหน่ายกัญชาและร้านขายอุปกรณ์ปลูกไปพร้อมกัน ถ้าร้านของคุณเป็นแบบนี้ ให้ใช้บัญชี LINE OA 2 บัญชีที่แยกกันโดยสิ้นเชิง บัญชีแรกใช้สำหรับวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ซึ่งมีกฎการโฆษณาต่างจากกัญชา บัญชีที่สองใช้ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น ถ้าใช้บัญชีเดียวกับลูกค้าทั้งสองกลุ่ม ข้อมูลในบัญชีอาจกลายเป็นหลักฐานว่าคุณทำการตลาดกัญชากับผู้ใช้เพื่อสันทนาการ

หมายเหตุผู้แปล: กฎหมายนี้ใช้กับฟอรัมนี้ด้วย ห้ามโฆษณาหรือเสนอขายช่อดอกในฟอรัม รวมถึงในหมวดซื้อขาย (Marketplace)

สิ่งที่ควรทำ: ภายในสัปดาห์นี้ให้ไล่ดู LINE OA, Facebook, Instagram และหน้าร้านออนไลน์ของคุณทั้งหมด ลบราคา ปุ่มสั่งซื้อ แชตบอตที่รับออร์เดอร์ และคำว่า “ซื้อ” “สั่งซื้อ” “จัดส่ง” และ “THC%” ออก


สมุดบันทึกข้อร้องเรียนและอาการไม่พึงประสงค์

อาการไม่พึงประสงค์ (adverse event) คืออาการผิดปกติที่ไม่ต้องการซึ่งเกิดขึ้นหลังใช้ผลิตภัณฑ์ บทความต้นฉบับบอกว่ากฎของกรมการแพทย์แผนไทยฯ บังคับให้ร้านที่จ่ายกัญชาตามใบสั่งแบบ ภ.ท.33 ต้องบันทึกทุกข้อร้องเรียนและทุกอาการไม่พึงประสงค์ที่ลูกค้าแจ้ง และต้องนำบันทึกนี้ให้เจ้าหน้าที่ดูตอนตรวจ ผู้แปลไม่พบข้อกำหนดนี้ในกฎที่เผยแพร่ แต่การจดบันทึกไว้ก็ยังเป็นแนวปฏิบัติที่ดี

ใช้สมุดกระดาษที่ลงวันที่ทุกรายการก็พอ แต่ละรายการให้จดอาการหรือโรคที่ลูกค้ามาปรึกษา ผลิตภัณฑ์ที่จ่าย และอาการที่ลูกค้าแจ้งกลับมา อย่าจดชื่อลูกค้า เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

สมุดที่ไม่มีอะไรจดไว้เลยไม่ได้ช่วยยืนยันอะไร สมมติว่าคุณจ่ายกัญชาตามใบสั่งแบบ ภ.ท.33 มา 3 เดือนแล้ว แต่สมุดยังไม่มีรายการเลย สมุดเปล่าเล่มนี้ก็ไม่ได้แสดงว่าผลิตภัณฑ์ของคุณไม่เคยทำให้ใครมีปัญหา

การเริ่มจดบันทึกง่ายกว่าที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คิด เก็บสมุดเย็บเล่มไว้ที่เคาน์เตอร์ ลูกค้าติดต่อมาครั้งหนึ่งก็จดหนึ่งบรรทัด แต่ละบรรทัดมีข้อมูลดังนี้

  • วันที่
  • ชื่อผลิตภัณฑ์
  • เลขล็อต ถ้าตามย้อนกลับได้
  • ข้อร้องเรียน หรือเขียนว่า “ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์”

จดสั้น ๆ ก็ได้ ถ้าจดอย่างสม่ำเสมอ สมุดเล่มนี้ยังใช้ยืนยันได้ว่าคุณระมัดระวังอย่างสมเหตุสมผลแล้ว (due diligence) ในกรณีที่มีคนร้องเรียนเรื่องใบอนุญาตของคุณในภายหลัง

อาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง เช่น วิตกกังวลรุนแรง เจ็บหน้าอก และหมดสติ บทความต้นฉบับบอกว่าต้องรายงานกรมการแพทย์แผนไทยฯ ภายใน 72 ชั่วโมง ผู้แปลยืนยันไม่ได้ว่ามีกฎนี้จริงหรือไม่ และกฎนี้อ้างอิงกฎหมายข้อใด ให้สอบถามกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดว่าต้องรายงานอาการร้ายแรงอย่างไร และเก็บสำเนาเอกสารที่ส่งไปไว้

หมายเหตุผู้แปล: ถ้าลูกค้าเจ็บหน้าอกหรือหมดสติในร้าน ให้โทร 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินของไทยก่อนทำอย่างอื่น ถ้าอาการไม่รุนแรง ดูคู่มือในฟอรัมเรื่องภาวะเมาจาก THC เกินขนาด

สิ่งที่ควรทำ: เริ่มใช้สมุดตั้งแต่วันนี้ และจดหนึ่งบรรทัดทุกครั้งที่ขาย


ติดตามกฎที่เปลี่ยนไป

หมายเหตุผู้แปล: ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … ยังไม่ได้เป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างนี้เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ระหว่างที่ร่างยังไม่ผ่าน กฎในคู่มือนี้ยังใช้บังคับตามเดิม ถ้าร่างนี้ผ่านเป็นกฎหมาย ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนไป ติดตามความคืบหน้าได้ในกระทู้ฟอรัมเรื่องร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. …

สิ่งที่ควรทำ: ก่อนต่ออายุใบอนุญาตทุกครั้ง ให้ตรวจสถานะล่าสุดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และกฎกระทรวง พ.ศ. 2569 ถ้ามีคำถามเรื่องการตรวจ การต่ออายุ หรือสมุดบันทึก โพสต์ถามไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย

เอกสารอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2569, 22 มิถุนายน). แนวทางการออกคำสั่งทางปกครองในการเพิ่มโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต. เผยแพร่ข่าวโดยกระทรวงสาธารณสุข: https://pr.moph.go.th/online/index/news/343199
  2. กระทรวงสาธารณสุข. (2568). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 มีผลใช้บังคับวันที่ 26 มิถุนายน 2568. https://www.dtam.moph.go.th/sub-law/42864/
  3. กระทรวงสาธารณสุข. (2569). กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569. ราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับวันที่ 30 เมษายน 2569. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/114061.pdf
  4. พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 52, 54, 70, 71 และ 78 (อ้างถึงในหมายเหตุผู้แปล)
  5. กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 103 ก วันที่ 9 ธันวาคม 2559 ข้อ 8(1)(จ) (อ้างถึงในหมายเหตุผู้แปล)