การจัดจำแนกกัญชาตามคีโมไทป์ (Type I-V): ระบบเคมียุคใหม่

ระบบจำแนกทางเคมี — วิทยาศาสตร์สมัยใหม่แทนที่ Indica/Sativa


1. ทำไมต้องจำแนกตาม Chemotype?

ระบบ Indica/Sativa/Ruderalis ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 (Lamarck, 1785) โดยอิงจากสัณฐานวิทยา — ความสูง รูปใบ ความหนาแน่นของดอก หลังจากการผสมข้ามสายพันธุ์กว่า 100 ปี ขอบเขตทางสัณฐานวิทยาระหว่าง “ชนิดย่อย” แทบจะหายไปแล้ว

การวิเคราะห์ทางเคมีของตัวอย่างดอกกัญชาเชิงพาณิชย์ 89,923 ตัวอย่างจากหกรัฐในสหรัฐอเมริกา (Smith et al., 2022) พบว่า: ป้าย “Indica”, “Sativa” หรือ “Hybrid” ไม่ตรงกับส่วนประกอบ cannabinoid หรือ terpene ที่แท้จริงของพืชอย่างสม่ำเสมอ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คุณไม่สามารถบอกได้ว่าสายพันธุ์หนึ่งมี THC หรือ CBD มากเพียงใดเพียงแค่ดูจากใบ

Chemotype — การจำแนกตามส่วนประกอบทางเคมี — แก้ปัญหานี้ ระบบที่ Small & Beckstead เสนอ (1973) และต่อมาขยายโดย de Meijer et al. (2003) แบ่งกัญชาเป็นกลุ่ม chemotype ที่วัดได้ด้วย HPLC หรือ GC-MS

2. ห้าเคโมไทป์หลัก

เคโมไทป์ อัตราส่วน THC:CBD Cannabinoid หลัก การใช้งาน
Type I THC สูง >5:1 THC 15-35% การแพทย์ (ปวด นอนไม่หลับ PTSD)
Type II สมดุล 1:1-5:1 THC+CBD ใกล้เคียง การแพทย์ (ลดผลข้างเคียงต่อจิตประสาท)
Type III CBD สูง <1:5 CBD 10-20% THC<1% สุขภาพ hemp ตามกฎหมาย
Type IV CBG สูง CBG 10-20% วิจัย ต้านอักเสบ
Type V ไม่มี cannabinoid <0.1% เส้นใย อาหาร วัสดุก่อสร้าง

3. ยีน THCAS vs CBDAS — ปัจจัยกำหนด

Chemotype ถูกกำหนดเป็นหลักโดย locus ยีนเดียว บนโครโมโซมที่เข้ารหัสเอนไซม์ synthase:

  • THCAS (THCA synthase) — เปลี่ยน CBG-A → THC-A
  • CBDAS (CBDA synthase) — เปลี่ยน CBG-A → CBD-A
จีโนไทป์ เคโมไทป์ ผลลัพธ์
BT/BT Type I THC สูง แทบไม่มี CBD
BT/BD Type II ทั้ง THC และ CBD
BD/BD Type III CBD สูง แทบไม่มี THC

จุดสำคัญ: รูปร่างใบกว้างหรือแคบ ไม่เกี่ยวข้อง กับยีน THCAS/CBDAS มีเพียงการทดสอบยีนหรือวิเคราะห์ทางเคมีเท่านั้นที่ระบุ chemotype ได้อย่างแม่นยำ

4. มากกว่า 150 Cannabinoid — ไม่ใช่แค่ THC และ CBD

ถึงปี 2025 นักวิทยาศาสตร์ระบุ phytocannabinoid มากกว่า 150 ชนิด ในกัญชา:

Cannabinoid แหล่งที่มา ศักยภาพ
CBN THC เสื่อมสภาพ ช่วยนอนหลับ
CBC CBCA synthase ต้านอักเสบ ต้านซึมเศร้า
THCV พันธุ์แอฟริกัน ลดความอยากอาหาร ต้านเบาหวาน
CBDV พันธุ์ hemp ลมชัก ออทิสติก
CBG สารตั้งต้นทุก cannabinoid ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านมะเร็ง
Delta8-THC THC ไอโซเมอร์ ออกฤทธิ์อ่อนกว่าประมาณ 50%

5. Terpene Profile & Entourage Effect

กัญชาผลิต terpene มากกว่า 200 ชนิด Russo (2011, 2019) พิสูจน์ว่า terpene มีปฏิสัมพันธ์แบบ synergy กับ cannabinoid — เรียกว่า entourage effect

Terpene กลิ่น ผลทางชีวภาพ Entourage
Myrcene มะม่วง สมุนไพร สงบ คลายกล้ามเนื้อ เพิ่มการดูดซึม THC ผ่าน BBB
Limonene ส้ม มะนาว ลดวิตกกังวล ยกระดับอารมณ์ THC+Limonene ลดความวิตก
Beta-Caryophyllene พริกไทย ต้านอักเสบ จับ CB2 receptor โดยตรง
Linalool ลาเวนเดอร์ สงบ ต้านชัก เสริม CBD ลดอาการชัก
Alpha-Pinene สน ขยายหลอดลม สมาธิ ต้านความจำเสื่อมจาก THC
Terpinolene ดอกไม้ สน สงบเล็กน้อย พบในสายพันธุ์ Sativa
Humulene ฮอปส์ ลดความอยากอาหาร ต้านอักเสบเสริม CBC
Ocimene โหระพา ต้านเชื้อรา ไวรัส ต้องการวิจัยเพิ่ม

นัยปฏิบัติ: สองสายพันธุ์ Type I เหมือนกัน (THC 25%) แต่ terpene ต่างกัน ให้ผลต่างสิ้นเชิง

6. Autoflower ถึงคุณภาพ Photoperiod แล้ว

โปรแกรม breeding สมัยใหม่ (2020-2026) ผสมยีน Ruderalis เข้าสู่พื้นฐาน elite photoperiod ผ่าน 5-8 รุ่น backcross:

  • THC autoflower ปัจจุบันถึง 25-30% (เทียบเท่า photoperiod)
  • CBD autoflower: Type III ถึง 15-20% CBD, THC < 0.3%
  • วงจรชีวิต 70-90 วัน → 4 รอบ/ปี ปลูกกลางแจ้ง
  • ไม่พึ่งพาช่วงแสง → ปลูกได้ตลอดปีในเขตร้อน

7. คู่มือเลือกสายพันธุ์ตาม Chemotype

แทนที่จะถาม “Indica หรือ Sativa?” ให้ถาม: “ฉันต้องการ chemotype อะไร?”

5 ขั้นตอน:

  1. ระบุ chemotype (Type I-V) ตามวัตถุประสงค์
  2. เลือก terpene profile ที่เหมาะเพื่อปรับแต่งผลให้ตรงความต้องการ
  3. ตรวจสอบ COA จากห้องปฏิบัติการบุคคลที่สาม
  4. ผู้เริ่มต้น → เริ่มจาก Type II หรือ III
  5. จดบันทึกเพื่อหาสูตรที่เหมาะกับตัวเอง

เอกสารอ้างอิง

  1. Small & Beckstead (1973). Nature, 245, 147-148.
  2. Russo (2011). British J Pharmacology, 163(7), 1344-1364.
  3. Russo (2019). Frontiers in Plant Science, 9, 1969.
  4. Laverty et al. (2019). Genome Research, 29, 146-156.
  5. Grassa C.J. et al. (2021). A new Cannabis genome assembly associates elevated cannabidiol (CBD) with hemp introgressed into marijuana. New Phytologist, 230(4), 1665-1679. doi:10.1111/nph.17243
  6. Smith C.J., Vergara D., Keegan B., Jikomes N. (2022). The phytochemical diversity of commercial Cannabis in the United States. PLOS ONE, 17(5), e0267498. doi:10.1371/journal.pone.0267498
  7. ElSohly M.A., Radwan M.M., Gul W., Chandra S., Galal A. (2017). Phytochemistry of Cannabis sativa L. Progress in the Chemistry of Organic Natural Products, 103, 1-36. doi:10.1007/978-3-319-45541-9_1
  8. Morales P., Hurst D.P., Reggio P.H. (2017). Molecular Targets of the Phytocannabinoids: A Complex Picture. Progress in the Chemistry of Organic Natural Products, 103, 103-131. doi:10.1007/978-3-319-45541-9_4
  9. de Meijer et al. (2003). Genetics, 163(1), 335-346.
  10. Vergara et al. (2021). PeerJ, 9, e10672.
  11. Tahir et al. (2021). J Cannabis Research, 3, 7.

คำเตือนทางกฎหมาย: บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ในประเทศไทย กัญชาถูกควบคุมภายใต้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 และกฎกระทรวง พ.ศ.2569 การจำหน่าย แปรรูป และส่งออกช่อดอกกัญชาเพื่อการค้าต้องมีใบอนุญาต ส่วน ภ.ท. 33 คือแบบใบสั่งจ่ายช่อดอกกัญชา ไม่ใช่ใบอนุญาตปลูก ห้ามใช้เพื่อนันทนาการ

Asiannabis Community — asiannabisthailand@gmail.com