บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: Cannabis Laws Across Asia and Key Global Markets, 2026: Thailand and Southeast Asia (Part 1 of 2)
คู่มือนี้สรุปสถานะทางกฎหมายของกัญชา CBD และกัญชงในเอเชีย รวมถึงตลาดต่างประเทศที่ซื้อขายกับผู้ปลูกในเอเชีย ตอนที่ 1 ว่าด้วยประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนที่ 2 ว่าด้วยเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อิสราเอล เยอรมนี และสาธารณรัฐเช็ก แล้วปิดท้ายด้วยแนวโน้มของภูมิภาค 8 ข้อ
ก่อนอ่าน
- THC และ CBD THC (เตตระไฮโดรแคนนาบินอล) คือสารที่ทำให้เมา ส่วน CBD (แคนนาบิไดออล) ไม่ทำให้เมา กฎหมายหลายประเทศกำหนดเพดาน THC เป็นสัดส่วนโดยน้ำหนัก
- กัญชง คือกัญชาที่ปลูกเพื่อเอาเส้นใย เมล็ด หรือ CBD และมี THC ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- ไม่เอาผิดทางอาญา (decriminalised) ส่วนใหญ่หมายความว่า ถ้าถูกพบว่ามีไว้ในปริมาณน้อยจะโดนแค่ปรับ ไม่ถูกดำเนินคดีอาญา แต่ไม่ได้แปลว่าคุณซื้อ ขาย หรือปลูกได้
หัวข้อของแต่ละประเทศจะจบด้วยหมายเหตุผู้แปล ซึ่งบอกสิ่งที่คุณลงมือทำได้หนึ่งอย่าง
ญี่ปุ่น
สถานะ: ห้ามอย่างเข้มงวด แต่เปิดช่องแคบ ๆ ให้ยาที่ผลิตจากกัญชา
ญี่ปุ่นมีกฎหมายกัญชาเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา (Cannabis Control Act) แต่ในเดือนธันวาคม 2567 กฎหมายนี้เปลี่ยนไปหนึ่งเรื่อง
- ธันวาคม 2567: มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้ใช้ยาเกรดเภสัชกรรมที่ผลิตจากกัญชาได้ ตัวอย่างที่ยกมาคือ Epidiolex ซึ่งเป็นยา CBD สำหรับรักษาโรคลมชัก
- นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของญี่ปุ่นที่การใช้กัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย
- การใช้เพื่อสันทนาการ การครอบครอง และการปลูก ยังผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โทษสูงสุดคือจำคุก 7 ปี
- CBD: บทความต้นฉบับบอกว่า CBD ถูกกฎหมายเฉพาะเมื่อมี THC 0% ข้อมูลนี้ล้าสมัยแล้ว ตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2567 ญี่ปุ่นหันมากำหนดปริมาณ THC ตกค้างสูงสุดแทน คือน้ำมันและผงไม่เกิน 10 ppm ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นฐาน เช่น เครื่องดื่ม ไม่เกิน 0.1 ppm และผลิตภัณฑ์อื่นไม่เกิน 1 ppm ผลิตภัณฑ์ที่เกินเกณฑ์นี้จะถือเป็นยาเสพติด
- ในเมืองใหญ่มีผลิตภัณฑ์ CBD วางขายทั่วไป คาดว่าตลาดมีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หมายเหตุผู้แปล: ผลิตภัณฑ์ CBD ของไทยอาจมี THC ปนอยู่เล็กน้อยจนเกินเกณฑ์ของญี่ปุ่น ก่อนส่งผลิตภัณฑ์ CBD ใด ๆ ไปญี่ปุ่น ให้ขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ที่รายงานค่า THC เป็นหน่วย ppm จากแล็บที่มีขีดจำกัดการตรวจวัด (detection limit) ต่ำกว่าเกณฑ์ของญี่ปุ่น ผลตรวจที่เขียนแค่ว่า “ต่ำกว่า 0.2%” พิสูจน์ไม่ได้ว่าผ่านเกณฑ์ญี่ปุ่น
เกาหลีใต้
สถานะ: ใช้ทางการแพทย์ได้แบบจำกัด
- ในปี 2561 เกาหลีใต้เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกที่ทำให้กัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย
- กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยา (Ministry of Food and Drug Safety: MFDS) อนุมัติยาที่ทำจากกัญชาเป็นรายกรณี
- ยาที่ได้รับอนุมัติมี Epidiolex รวมถึง Marinol และ Sativex โดย Marinol (โดรนาบินอล) คือ THC ที่สังเคราะห์ในห้องแล็บ ส่วน Sativex (นาบิซิมอลส์) เป็นสเปรย์พ่นในช่องปากที่มีทั้ง THC และ CBD อ่านเพิ่มได้ที่ ยาแคนนาบินอยด์ที่ได้รับการอนุมัติ
- ผู้ป่วยยื่นขอผ่าน MFDS ในประเทศไม่มีการปลูก และไม่มีระบบร้านจำหน่ายกัญชา (dispensary)
- การใช้เพื่อสันทนาการยังผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
- CBD: ถูกกฎหมายเฉพาะเมื่ออยู่ในยาที่ MFDS อนุมัติแล้วเท่านั้น
หมายเหตุผู้แปล: กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้เตือนว่า คนเกาหลีที่ใช้กัญชาในต่างประเทศ รวมถึงในไทย อาจถูกดำเนินคดีอาญาเมื่อกลับประเทศ ถ้าคุณมีพนักงาน หุ้นส่วน หรือผู้ป่วยเป็นคนเกาหลี ให้บอกพวกเขาให้ตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนทำงานเกี่ยวกับกัญชาหรือใช้กัญชาในไทย เพราะการกระทำที่ถูกกฎหมายในไทยอาจยังถูกดำเนินคดีในเกาหลีได้
จีน
สถานะ: ห้ามอย่างเข้มงวด แต่เป็นผู้ผลิตกัญชงรายใหญ่ที่สุดในโลก
- กัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติด ทั้งการใช้เพื่อสันทนาการและการใช้ทางการแพทย์ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด
- โทษมีทั้งกักตัวและจำคุกเป็นเวลานาน ตามมาตรา 347 ของกฎหมายอาญาจีน การค้ายาเสพติดปริมาณมาก ซึ่งอาจรวมถึงกัญชา มีโทษจำคุก 15 ปี จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
- จีนเป็นผู้ผลิตกัญชงอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งปลูกหลักอยู่ที่มณฑลยูนนานและมณฑลเฮย์หลงเจียง
- CBD: ห้ามใช้เพื่อการบริโภค และห้ามใช้ในเครื่องสำอางตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 สำนักงานบริหารผลิตภัณฑ์การแพทย์แห่งชาติจีน (National Medical Products Administration: NMPA) ใส่ CBD รวมถึงผล น้ำมันเมล็ด และสารสกัดจากใบกัญชา ไว้ในบัญชีส่วนผสมที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง
- จีนถือสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับกัญชามากที่สุดในโลก
- ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยและเมล็ดกัญชงเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ของจีน
หมายเหตุผู้แปล: อุตสาหกรรมกัญชงขนาดใหญ่ของจีนไม่ได้ทำให้ CBD ถูกกฎหมายในจีน ถ้าคุณซื้อเมล็ดกัญชงหรืออุปกรณ์แปรรูปเส้นใยจากจีน ให้ผู้ขายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าสินค้าผ่านพิธีการส่งออกได้ จากนั้นตรวจสอบกฎการนำเข้าของไทยที่เกี่ยวข้องก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ให้สินค้าถูกกักที่ด่านศุลกากร
ฮ่องกง
สถานะ: ไม่ยอมผ่อนปรนเลย ห้าม CBD ตั้งแต่ปี 2566
- กัญชาผิดกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดอันตราย (Dangerous Drugs Ordinance)
- 1 กุมภาพันธ์ 2566: CBD ถูกจัดใหม่ให้เป็นยาเสพติดอันตราย ผลิตภัณฑ์ CBD ที่เคยขายได้ถูกกฎหมายถูกห้ามทั้งหมด
- การค้า: จำคุกสูงสุดตลอดชีวิต และปรับ 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- การครอบครองหรือการเสพ: จำคุกสูงสุด 7 ปี และปรับ 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
- ไม่มีโครงการกัญชาทางการแพทย์
- นี่คือการคุมเข้มที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในเอเชีย ฮ่องกงเปลี่ยนจากตลาด CBD ที่คึกคักเป็นห้ามเด็ดขาดในวันเดียว
หมายเหตุผู้แปล: ถ้าคุณขายผลิตภัณฑ์ CBD หรือกัญชงออนไลน์จากไทย ให้ตัดฮ่องกงออกจากรายชื่อปลายทางที่จัดส่ง และอย่าพกสินค้าเหล่านี้ผ่านสนามบินฮ่องกงแม้แค่แวะต่อเครื่อง เพราะตอนนี้ที่นั่นถือว่า CBD เป็นยาเสพติดอันตรายเหมือนยาเสพติดชนิดอื่น
ไต้หวัน
สถานะ: ห้ามอย่างเข้มงวด ส่วน CBD ใช้ได้แบบจำกัดมาก
- กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 ตามพระราชบัญญัติป้องกันอันตรายจากยาเสพติด (Narcotics Hazard Prevention Act)
- การเสพ: จำคุกสูงสุด 3 ปี
- การครอบครอง: จำคุกสูงสุด 2 ปี
- การค้า: จำคุก 10 ปีถึงตลอดชีวิต
- CBD: ถูกกฎหมายเฉพาะเมื่อแพทย์สั่งจ่าย และต้องมี THC ต่ำกว่า 0.001% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เข้มงวดมาก ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ CBD ใดได้รับอนุมัติให้ผลิตในประเทศ จึงต้องพึ่งการนำเข้าอย่างเดียว
- กัญชง: ปลูกไม่ได้ ผิดกฎหมาย
- ไม่มีโครงการกัญชาทางการแพทย์
หมายเหตุผู้แปล: เกณฑ์ THC 0.001% ของไต้หวันเข้มกว่าเกณฑ์ 0.2% ของไทยถึง 200 เท่า อย่าส่งผลิตภัณฑ์ CBD ของไทยไปไต้หวัน เว้นแต่ผู้นำเข้าได้รับอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนด และผลแล็บของคุณแสดงว่า THC ต่ำกว่า 0.001%
อินเดีย
สถานะ: ซับซ้อน แตกต่างกันไปตามรัฐ
กฎเรื่องกัญชาของอินเดียเป็นการผสมกันระหว่างประเพณีโบราณกับกฎหมายยาเสพติดสมัยใหม่
- ระดับประเทศ: กัญชาถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (Narcotic Drugs and Psychotropic Substances Act 1985 หรือ NDPS Act)
- ภัง (Bhang) คือเครื่องดื่มหรือของบดแบบดั้งเดิมที่ทำจากใบกัญชา กฎหมายนี้เขียนยกเว้นภังออกจากคำนิยามของกัญชาไว้อย่างชัดเจน
- แต่ละรัฐผ่อนปรนไม่เท่ากัน รัฐอุตตราขัณฑ์เป็นรัฐแรกที่อนุญาตให้ปลูกกัญชงได้ เมื่อปี 2561
- กัญชง: รัฐที่ยอมรับมีมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐอุตตราขัณฑ์ อุตตรประเทศ มัธยประเทศ มณีปุระ และหิมาจัลประเทศ อนุมัติให้ปลูกกัญชงแล้ว โดยกำหนดเพดาน THC ที่ 0.3%
- CBD: อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ยังไม่มีระเบียบเฉพาะ แต่มีผลิตภัณฑ์ CBD จากกัญชงวางขาย
- อายุรเวท ซึ่งเป็นระบบการแพทย์แผนดั้งเดิมของอินเดีย และระเบียบการแพทย์แผนดั้งเดิมอื่น ๆ เปิดช่องทางถูกกฎหมายให้ยาที่ทำจากกัญชา
หมายเหตุผู้แปล: กฎของอินเดียต่างกันไปตามรัฐ ข้อมูลสรุประดับประเทศจึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ถ้าคุณจะซื้อขายสายพันธุ์หรือผลิตภัณฑ์กัญชงกับคู่ค้าในอินเดีย ให้ขอดูใบอนุญาตของรัฐ และตรวจเพดาน THC ที่ใบอนุญาตนั้นกำหนด เกณฑ์ของไทยกับอินเดียไม่เท่ากัน (0.2% กับ 0.3%) จึงต้องตกลงกันให้ชัดว่าจะใช้เกณฑ์ไหนก่อนเซ็นสัญญา
เนปาล
สถานะ: ห้ามทั่วประเทศ แต่บางมณฑลเริ่มขยับไปทางปฏิรูป
กัญชามีประวัติยาวนานในเนปาล แต่กฎหมายสมัยใหม่เข้มงวด
- กฎหมายควบคุมยาเสพติด (Narcotic Drugs (Control) Act 1976) ห้ามปลูก ผลิต และขายกัญชา
- กรกฎาคม 2569: สภามณฑลกัณฑกี (Gandaki Provincial Assembly) ผ่านกฎหมายว่าด้วยการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์และอุตสาหกรรม ประมุขของมณฑล (province chief) ลงนามรับรองเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 แต่จะออกใบอนุญาตไม่ได้จนกว่ารัฐบาลมณฑลจะออกระเบียบ
- กฎหมายนี้กำหนดเพดาน THC ที่ 0.3%
- CBD และกัญชง: ยังไม่มีสถานะทางกฎหมายแยกต่างหาก กฎหมายระดับประเทศยังถือว่าอนุพันธ์ทุกชนิดของกัญชาเป็นสารควบคุม
- ร่างกฎหมายระดับมณฑลขัดกับกฎหมายยาเสพติดระดับประเทศ และยังไม่มีการแก้ข้อขัดแย้งนี้
หมายเหตุผู้แปล: ตอนนี้กฎหมายระดับมณฑลของเนปาลยังมีผลเหนือกฎหมายระดับประเทศไม่ได้ อย่ามองว่ามณฑลกัณฑกีเป็นตลาดที่เปิดแล้ว ให้รอจนกว่าข้อขัดแย้งกับกฎหมายปี 1976 (พ.ศ. 2519) จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นทางการ
ศรีลังกา
สถานะ: ห้ามในประเทศ แต่ออกใบอนุญาตปลูกเพื่อส่งออก
- ทั้งการใช้เพื่อสันทนาการและการใช้ทางการแพทย์ยังผิดกฎหมายในประเทศ
- สิงหาคม 2568: คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของศรีลังกา (Board of Investment) อนุมัตินักลงทุนต่างชาติ 7 ราย จากผู้ยื่นขอ 37 ราย ให้ปลูกกัญชาทางการแพทย์เพื่อส่งออกเท่านั้น ใบอนุญาตชุดแรกเป็นแบบชั่วคราว อายุ 6 เดือน
- เงินลงทุนขั้นต่ำมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ห้ามมีผลผลิตรั่วไหลเข้าตลาดในประเทศเด็ดขาด
- กัญชามีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ในการแพทย์อายุรเวทของศรีลังกา มีบันทึกการใช้กัญชาในตำราโบราณตั้งแต่ ค.ศ. 341 (พ.ศ. 884) คือคัมภีร์ Sarartha Sangrahaya ของพระเจ้าพุทธทาส (King Buddhadasa)
หมายเหตุผู้แปล: โครงการของศรีลังกาแสดงให้เห็นว่าการเข้าตลาดแบบส่งออกอย่างเดียวต้องใช้เงินมากแค่ไหน (มากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผู้ปลูกไทยที่วางแผนส่งออกควรใส่ต้นทุนการขอมาตรฐานรับรองและระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดไว้ในแผนธุรกิจ อย่านับแค่ต้นทุนการปลูก
ปากีสถาน
สถานะ: การใช้เพื่อสันทนาการผิดกฎหมาย กรอบสำหรับอุตสาหกรรมและการแพทย์กำลังก่อตัว
- กัญชาเพื่อสันทนาการผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมสารเสพติด (Control of Narcotic Substances Act 1997)
- กันยายน 2563: คณะรัฐมนตรีกลาง (Federal Cabinet) อนุมัติกรอบนโยบายสำหรับการปลูกกัญชงอุตสาหกรรมและกัญชาทางการแพทย์
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้นำโครงการ
- การทำเชิงพาณิชย์เดินหน้าช้า แต่ทิศทางนโยบายชัดเจนแล้ว
- กัญชา โดยเฉพาะแฮชิช (hashish) ผูกพันกับวัฒนธรรมในบางพื้นที่ของปากีสถานมานาน โดยเฉพาะทางภาคเหนือ
- CBD และกัญชง: มีกรอบนโยบายบนกระดาษแล้ว แต่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ยังมีน้อย
หมายเหตุผู้แปล: ก่อนทำธุรกิจกับบริษัทกัญชงของปากีสถาน ให้ขอดูหนังสืออนุมัติที่บริษัทได้รับภายใต้กรอบนโยบายปี 2563 การที่คณะรัฐมนตรีมีกรอบนโยบายไม่ได้พิสูจน์ว่าบริษัทนั้นมีใบอนุญาต
อิสราเอล
สถานะ: มีโครงการทางการแพทย์เต็มรูปแบบ สัดส่วนผู้ป่วยต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อิสราเอลเป็นผู้นำด้านงานวิจัยกัญชามาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 (ราว พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา) ศาสตราจารย์ราฟาเอล เมชูลัม (Raphael Mechoulam) นักเคมีชาวอิสราเอล แยกสาร THC ได้ในปี 2507
- มีผู้ป่วยราว 140,000 คนที่ถือใบอนุญาตใช้กัญชาทางการแพทย์ เป็นอัตราต่อประชากรที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- หน่วยงานกัญชาทางการแพทย์แห่งอิสราเอล (Israel Medical Cannabis Agency: IMCA) เป็นผู้ดูแลโครงการ โดยใช้รูปแบบหน่วยงานกำกับกัญชา (cannabis agency)
- การนำเข้า: อิสราเอลนำเข้าดอกกัญชาทางการแพทย์จำนวนมาก ส่วนใหญ่มาจากแคนาดา (ราว 80% ของปริมาณนำเข้าโดยน้ำหนักในช่วง พ.ศ. 2563–2566)
- การส่งออก: อิสราเอลส่งออกกัญชาทางการแพทย์ไปเยอรมนี สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และตลาดที่มีการกำกับดูแลอื่น ๆ
- อิสราเอลเคยไต่สวนว่ากัญชานำเข้าจากแคนาดาทุ่มตลาดหรือไม่ มีการเสนอเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสูงสุด 165% ในปี 2568 แต่ไม่ได้บังคับใช้ จากนั้นมีการยื่นเรื่องร้องเรียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2569
- ในเดือนพฤษภาคม 2569 คณะกรรมการของกระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ทยอยยกเลิกกัญชาทางการแพทย์แบบสูบภายใน 3 ปี แต่ไม่กี่วันต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งระงับการดำเนินการตามข้อเสนอนี้
- การใช้เพื่อสันทนาการ: ไม่เอาผิดทางอาญาสำหรับการใช้ส่วนตัวตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ผู้กระทำผิดครั้งแรกจะถูกปรับ 1,000 เชเกล แทนการดำเนินคดีอาญา
หมายเหตุผู้แปล: อิสราเอลเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายดอกกัญชาทางการแพทย์ และกฎการนำเข้ามีมาตรฐานคุณภาพเป็นของตัวเอง คือ IMC-GAP สำหรับการปลูก และ IMC-GMP สำหรับการผลิต ที่ผ่านมา ผู้ปลูกต่างชาติส่งให้อิสราเอลได้โดยมีการรับรอง IMC-GAP หรือมาตรฐานอื่นที่อิสราเอลยอมรับว่าเทียบเท่า ฟาร์มไทยที่อยากส่งไปอิสราเอลควรขอรายการมาตรฐานรับรองที่ต้องมีอย่างละเอียดจากผู้นำเข้าในอิสราเอล ก่อนวางแผนปลูกให้ตลาดนี้
เยอรมนี (ตลาดคู่ค้าสำคัญ)
สถานะ: ถูกกฎหมายสำหรับผู้ใหญ่ มีคลับกัญชา (Cannabis Social Clubs)
กฎหมายกัญชาของเยอรมนี (Cannabis Act: CanG) มีผลเมื่อ 1 เมษายน 2567 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายกัญชาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรป
- ผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปพกในที่สาธารณะได้ไม่เกิน 25 กรัม และเก็บไว้ที่บ้านได้ไม่เกิน 50 กรัม
- ผู้ใหญ่แต่ละคนปลูกที่บ้านได้ไม่เกิน 3 ต้น
- คลับกัญชา (Cannabis Social Clubs) หรือ Anbauvereinigungen (ภาษาเยอรมัน แปลว่า “สมาคมผู้ปลูก”) คือคลับไม่แสวงกำไรที่มีสมาชิกไม่เกิน 500 คน คลับปลูกกัญชาร่วมกันเพื่อแจกจ่ายให้สมาชิก
- ถึงกลางปี 2569 มีคลับได้รับอนุมัติแล้วมากกว่า 400 แห่ง
- ไม่มีการขายปลีกเชิงพาณิชย์ สำหรับการใช้ของผู้ใหญ่ แหล่งที่ถูกกฎหมายมีแค่คลับกับการปลูกเองที่บ้าน
- กัญชาทางการแพทย์: ถูกกฎหมายเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2560 ซื้อได้ที่ร้านขายยาเมื่อมีใบสั่งแพทย์
- เยอรมนีเป็นตลาดกัญชาทางการแพทย์ใหญ่ที่สุดในยุโรป นำเข้าจากแคนาดาเป็นหลัก ซึ่งช่วงต้นปี 2569 ส่งให้ราวครึ่งหนึ่งของปริมาณนำเข้า นอกจากนี้ยังนำเข้าจากโปรตุเกสและประเทศอื่น ๆ
หมายเหตุผู้แปล: ดอกกัญชาจากไทยเข้าเยอรมนีได้ผ่านระบบการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ผ่านคลับ เพราะตามมาตรา 19 ของกฎหมายกัญชาสำหรับผู้บริโภค (Consumer Cannabis Act: KCanG) คลับส่งต่อได้เฉพาะกัญชาที่สมาชิกปลูกร่วมกันในสถานที่ของคลับเอง จึงซื้อดอกนำเข้าไม่ได้ ฟาร์มไทยที่อยากส่งไปเยอรมนีต้องได้ GACP สำหรับการปลูก (มาตรฐานคุณภาพสำหรับพืชสมุนไพร) และมาตรฐาน EU-GMP สำหรับการแปรรูป (มาตรฐานการผลิตของยุโรป) ขั้นแรกคือประเมินฟาร์มของคุณเทียบกับข้อกำหนด GACP ทีละข้อ (gap check) เพื่อให้รู้ว่าต้องปรับอะไรบ้างก่อนรับการตรวจประเมิน
สาธารณรัฐเช็ก (ตลาดคู่ค้าสำคัญ)
สถานะ: ไม่เอาผิดทางอาญา มีโครงการทางการแพทย์ที่ลงตัวแล้ว
รายละเอียดการปฏิรูปของเช็กอ่านเพิ่มได้ในกระทู้นี้
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 (กฎหมายเลขที่ 270/2025 Coll.) ผู้ที่อายุเกิน 21 ปีไม่ต้องขออนุญาตสำหรับการใช้ส่วนตัว ถ้าอยู่ในเกณฑ์ 3 ข้อ คือ เก็บที่บ้านได้ไม่เกิน 100 กรัม ที่อื่นไม่เกิน 25 กรัม และปลูกได้ไม่เกิน 3 ต้น
- ถ้าเก็บที่บ้านเกิน 200 กรัม ที่อื่นเกิน 50 กรัม หรือปลูกเกิน 5 ต้น ถือเป็นความผิดอาญา ปริมาณที่อยู่ระหว่างกลาง (ที่บ้าน 100–200 กรัม ที่อื่น 25–50 กรัม หรือปลูก 4–5 ต้น) เป็นความผิดเล็กน้อย (přestupek) ซึ่งมีโทษปรับ
- กัญชาทางการแพทย์: ถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2556 ผ่านหน่วยงานรัฐด้านกัญชาทางการแพทย์ (State Agency for Medical Cannabis: SAKL)
- ประกันสุขภาพครอบคลุมค่ากัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2563 ไม่เกิน 30 กรัมต่อเดือน
- ผลิตภัณฑ์ CBD ที่มี THC ต่ำกว่า 1% ถูกกฎหมายและวางขายทั่วไป
- สาธารณรัฐเช็กกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมกัญชง
หมายเหตุผู้แปล: เกณฑ์ THC 1% ของเช็กสำหรับผลิตภัณฑ์ CBD สูงกว่าเกณฑ์ 0.2% ของไทย แต่ไม่ได้ทำให้กฎของไทยเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไทยยังต้องผ่านเกณฑ์ของไทยก่อนออกนอกประเทศ จึงควรตรวจเทียบกับทั้งสองเกณฑ์
สรุปเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อิสราเอล และยุโรปในตารางเดียว
อนุญาต ·
จำกัดหรือมีเงื่อนไข ·
ห้าม
| ประเทศ | ทางการแพทย์ | สันทนาการ | CBD | กัญชง | เสี่ยงโทษประหารชีวิต |
|---|---|---|---|---|---|
| ญี่ปุ่น | ไม่มี | ||||
| เกาหลีใต้ | ไม่มี | ||||
| จีน | |||||
| ฮ่องกง | ไม่มี | ||||
| ไต้หวัน | ไม่มี | ||||
| อินเดีย | ไม่มี | ||||
| เนปาล | ไม่มี | ||||
| ศรีลังกา | ไม่มี | ||||
| ปากีสถาน | ไม่มี | ||||
| อิสราเอล | ไม่มี | ||||
| เยอรมนี | ไม่มี | ||||
| สาธารณรัฐเช็ก | ไม่มี |
แนวโน้ม 8 ข้อที่ควรจับตาในปี 2569
- การเข้าถึงทางการแพทย์กว้างขึ้น การปฏิรูปเรื่องยาของญี่ปุ่นในปี 2567 กฎหมายระดับมณฑลกัณฑกีของเนปาล และร่างกฎหมายกัญชาทางการแพทย์ของฟิลิปปินส์ ล้วนชี้ว่าเอเชียยอมรับกัญชามากขึ้น
- ไทยคุมเข้มขึ้น ระหว่างปี 2568–2569 ไทยเปลี่ยนจากการขายอย่างเปิดกว้างมาเป็นระบบที่มีโครงสร้างชัดเจนและจำกัดเฉพาะทางการแพทย์ แสดงว่ากฎที่ผ่อนคลายแล้วก็ย้อนกลับได้
- บางที่หันมาห้าม CBD ฮ่องกงห้าม CBD ในปี 2566 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นถูกกฎหมาย ไม่ใช่ทุกแนวโน้มที่จะไปทางผ่อนคลาย
- กฎเรื่อง CBD มักเปลี่ยนก่อน บทความต้นฉบับมองว่า CBD ที่ถูกกฎหมายมักมาก่อนการปฏิรูปที่กว้างกว่า ตัวอย่างที่ยกมาคือตลาด CBD ของญี่ปุ่นที่มีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอุตสาหกรรมกัญชงของอินเดีย
- โมเดลส่งออกอย่างเดียวเริ่มเกิดขึ้น ศรีลังกาออกใบอนุญาตปลูกเพื่อส่งออก โดยต้องลงทุนขั้นต่ำมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไทยส่งออกดอกที่ปลูกตามมาตรฐาน GACP และ GMP ทั้งสองโมเดลส่งผลผลิตออกนอกประเทศ ขณะที่กฎในประเทศยังเข้มงวดหรือยังห้ามอยู่
- เส้นทางการค้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เส้นทางหลักคือ ไทยไปสหภาพยุโรป (ดอกมาตรฐาน GACP และ GMP) อิสราเอลกับแคนาดา (ดอกกัญชาทางการแพทย์ ซื้อขายทั้งสองทาง) และศรีลังกาไปตลาดโลก (ส่งออกผลิตภัณฑ์อายุรเวท) โดยมีเยอรมนีเป็นปลายทางนำเข้าหลัก
- โทษประหารชีวิตยังอยู่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ยังคงมีโทษรุนแรงมากสำหรับการค้ายาเสพติด มาเลเซียเปลี่ยนโทษประหารชีวิตให้เป็นดุลพินิจของศาลในปี 2566 จีนและเวียดนามก็ยังมีโทษประหารสำหรับการค้าปริมาณมาก ใครทำงานในประเทศเหล่านี้ต้องระวังอย่างที่สุด
- ประเทศอาเซียนแตกเป็นสองทาง ไทยมีกรอบทางการแพทย์ ฟิลิปปินส์กำลังผลักดันร่างกฎหมาย และลาวกำลังศึกษาเรื่องกัญชง ขณะที่อินโดนีเซีย เมียนมา และสิงคโปร์ ยังคงห้ามอย่างเข้มงวด
หมายเหตุผู้แปล: แนวโน้มข้อ 2 และข้อ 3 แสดงว่ากฎคุมเข้มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ให้ทบทวนกฎของทุกตลาดส่งออกและทุกประเทศที่เป็นแหล่งซื้อในแผนของคุณทุก 6 เดือน และจดวันที่ตรวจสอบไว้ทุกครั้ง เพื่อให้รู้ทันเมื่อกฎที่คุณพึ่งพาอยู่เปลี่ยนไป
คำถามและข้อมูลอัปเดต
ถ้ากฎในประเทศของคุณเปลี่ยน โพสต์ไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย พร้อมวันที่และลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลทางการ เพื่อให้ผู้ปลูกคนอื่นตรวจสอบได้ ถามเรื่องตลาดส่งออกก็ได้เช่นกัน
บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น กฎหมายกัญชาเปลี่ยนบ่อย ก่อนลงมือทำสิ่งใด ให้ตรวจสอบกฎที่ใช้อยู่ปัจจุบันกับแหล่งข้อมูลทางการของรัฐในประเทศของคุณเสมอ ฟอรัมนี้ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย
เอกสารอ้างอิง
- ญี่ปุ่น: Cannabis Control Act ฉบับแก้ไข ค.ศ. 2024
- เกาหลีใต้: ระเบียบว่าด้วยกัญชาทางการแพทย์ของ Ministry of Food and Drug Safety (MFDS)
- จีน: กฎหมายอาญา มาตรา 347; NMPA Inventories of Prohibited Cosmetic Ingredients (พฤษภาคม ค.ศ. 2021)
- ฮ่องกง: Dangerous Drugs Ordinance ฉบับแก้ไข ค.ศ. 2023
- ไต้หวัน: Narcotics Hazard Prevention Act
- อินเดีย: NDPS Act 1985; นโยบายการปลูกกัญชงของแต่ละรัฐ
- เนปาล: Gandaki Province Act to Regulate the Cultivation of Cannabis for Medicinal and Industrial Use, 2026
- ศรีลังกา: ใบอนุญาตปลูกเพื่อส่งออกของ Board of Investment ค.ศ. 2025
- ปากีสถาน: กรอบนโยบายของ Federal Cabinet ค.ศ. 2020
- อิสราเอล: Israel Medical Cannabis Agency (IMCA); Israel Police, ค่าปรับกรณีกัญชา (gov.il)
- เยอรมนี: Cannabis Act (CanG) 2024
- สาธารณรัฐเช็ก: State Agency for Medical Cannabis (SAKL); zákon č. 167/1998 Sb., § 5, a trestní zákoník, § 285, ve znění zákona č. 270/2025 Sb.; zákon č. 262/2019 Sb.
- ทั่วไป: Cannigma Asia Cannabis Legal Map 2026