การเก็บรักษาช่อดอกกัญชาแห้ง: ภาชนะ ซองควบคุมความชื้น การเก็บแบบเย็น สต็อกปริมาณมาก การตรวจวิเคราะห์ และกฎหมายไทย (ตอนที่ 2 จาก 2)

หลังบ่มเสร็จ วิธีเก็บช่อดอกจะตัดสินว่าดอกคงความแรงและกลิ่นไว้ได้นานแค่ไหน ตอนนี้ว่าด้วยภาชนะ ซองควบคุมความชื้นและสารดูดความชื้น การเก็บแบบเย็น ใบเล็ม (trim) สต็อกปริมาณมาก การหมุนเวียนสต็อก ตารางการตรวจวิเคราะห์ และกฎหมายไทย ท้ายบทมีแผนการเก็บรักษาสำหรับทุกขนาด ตั้งแต่ผู้ปลูกที่บ้านไปจนถึงฟาร์มขนาดใหญ่

สรุปสั้น ๆ ว่าทำไมการเก็บรักษาจึงสำคัญ แสง ออกซิเจน ความร้อน และความชื้นที่ไม่เหมาะสม ล้วนทำให้ดอกแห้งเสื่อมคุณภาพ THC จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแคนนาบินอล (CBN) ซึ่งเป็นสัญญาณทางเคมีหลักว่าดอกเริ่มเก่า สารให้กลิ่น (เทอร์ปีน) ก็ระเหยหายไป

ช่วงความชื้นที่ปลอดภัยคือค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ (aw) 0.55–0.65 ค่านี้มีสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 1 และบอกว่าน้ำในดอกส่วนที่เชื้อราเอาไปใช้ได้มีมากแค่ไหน สำหรับดอกที่บ่มแล้ว ความชื้นสัมพัทธ์ (RH) ในโหลที่ 58–62% จะให้ค่า aw ประมาณช่วงนี้ เรื่องการบ่มอ่านได้ในบทความ การตากแห้งและการบ่ม

บทความนี้คือตอนที่ 2 อ่านตอนที่ 1 ได้ที่: https://asiannabis.com/t/1376


ภาชนะ: แก้ว พลาสติก และถุงสุญญากาศ

แก้ว คือภาชนะมาตรฐาน แก้วไม่ทำปฏิกิริยากับดอก ก๊าซผ่านไม่ได้ และไม่ปล่อยสารพลาสติไซเซอร์ (plasticiser) ออกมา สารพลาสติไซเซอร์คือสารเคมีที่เติมลงในพลาสติกหลายชนิดเพื่อให้พลาสติกนิ่ม โหลเมสันจาร์ (mason jar) ทั่วไปทำจากแก้วโซดาไลม์ ซึ่งเป็นแก้วธรรมดาที่ใช้กันในบ้าน และใช้งานได้ดีเลย โหลปากกว้างที่ฝาปิดได้สนิทใช้งานสะดวกที่สุด

พลาสติก ปล่อยให้ออกซิเจนซึมผ่านได้ช้า ๆ ซึ่งรวมถึงพอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน ที่ใช้ทำถุงและกล่องใส่อาหารเกือบทั้งหมด สารพลาสติไซเซอร์ยังซึมเข้าไปในวัสดุที่มียางเรซินได้ด้วย ใช้พลาสติกได้ถ้าเก็บแค่ไม่กี่วัน แต่ถ้าเก็บนานเกินประมาณสองสัปดาห์ให้ใช้แก้ว

ถุงสุญญากาศ ดูดออกซิเจนออกได้เกือบหมด แต่ถุงจะบีบดอก ซึ่งทำให้ไทรโคมเสียหายได้ ไทรโคมคือต่อมเรซินที่เก็บแคนนาบินอยด์และเทอร์ปีนไว้เกือบทั้งหมด ออกซิเจนก็ยังซึมผ่านถุงได้ช้า ๆ อยู่ดี ทางเลือกหนึ่งคือซีลดอกแบบสุญญากาศ แล้วเก็บถุงไว้ในโหลแก้วหรือกล่องทึบแสงอีกชั้น

สิ่งที่ควรทำ: ทดสอบฝาโหลแต่ละใบก่อนจะไว้ใจว่าปิดสนิท ใส่ไฮโกรมิเตอร์ (เครื่องวัดความชื้น) ไว้ในโหลที่มีดอก แล้วปิดทิ้งไว้สองสามวัน ถ้าค่าที่อ่านได้ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ความชื้นของห้อง แปลว่าฝารั่วและควรเปลี่ยน


การอัดไนโตรเจน: ไล่ออกซิเจนออก

การอัดไนโตรเจน (nitrogen flushing) คือการไล่อากาศออกจากภาชนะแล้วเติมไนโตรเจนเข้าไปแทน ไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย คือไม่ทำปฏิกิริยากับแคนนาบินอยด์หรือเทอร์ปีน เมื่อไม่มีออกซิเจน THC จะเปลี่ยนเป็น CBN ช้าลง และเทอร์ปีนก็ถูกออกซิไดซ์ช้าลง วิธีนี้ใช้เป็นมาตรฐานกับอาหารที่หืนหรือเสื่อมจากออกซิเจนได้ง่าย และใช้กับกัญชาได้ผลแบบเดียวกัน

คุ้มที่จะทำในสองกรณี:

  • สต็อกที่จะเก็บนานเกินประมาณหกเดือน กรณีนี้มีสองทางเลือก คือการอัดไนโตรเจนหรือการแช่แข็ง
  • ถุงสต็อกปริมาณมากที่จะเก็บนานเกินประมาณ 60 วัน กรณีนี้ควรเลือกอัดไนโตรเจนมากกว่าซีลสุญญากาศ

การอัดไนโตรเจนในปริมาณมากทำได้จริงและคุ้มค่า ชุดอัดไนโตรเจนขนาดเล็กก็มีขาย แต่ปิดผนึกได้ดีแค่ไหนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละชุด

หมายเหตุผู้แปล: ในอากาศร้อนแบบเมืองไทย ประโยชน์ที่ได้คือดอกเก่าช้าลงเมื่อเก็บนาน ให้เริ่มจากทดลองเล็ก ๆ ก่อน แบ่งดอกจากล็อตเดียวกันมาอัดไนโตรเจนแล้วซีลไว้สองสามถุง และเก็บถุงที่ไม่ได้อัดไว้ข้าง ๆ อีกสองสามถุง ส่งตรวจทั้งสองแบบที่ 90 และ 180 วัน (ดูตารางการตรวจด้านล่าง) ก่อนจะเปลี่ยนกระบวนการทั้งหมด ตอนซื้อก๊าซ ให้ขอไนโตรเจนเกรดอาหาร (food grade) จากผู้จำหน่าย


ซองควบคุมความชื้นแบบสองทาง

ซองควบคุมความชื้นแบบสองทาง (two-way humidity pack) สำหรับดอกมีขายเป็นระดับความชื้นที่ตั้งไว้ตายตัว Boveda นิยมใช้ที่ 58% หรือ 62% ส่วน Integra Boost มีแบบ 55% หรือ 62% ซองจะดูดหรือคายความชื้น เพื่อรักษาความชื้นในภาชนะที่ปิดสนิทให้ใกล้ค่า RH นั้น ภายในซองเป็นสูตรเกลือเฉพาะของผู้ผลิต บรรจุอยู่หลังเยื่อกึ่งซึมผ่านได้ เยื่อนี้ให้ไอน้ำผ่านได้ แต่น้ำที่เป็นของเหลวผ่านไม่ได้

ข้อจำกัดของซอง:

  • ซองรับความชื้นได้ในปริมาณจำกัด ซองช่วยดอกที่ตากยังไม่แห้งพอหรือชื้นเกินไม่ได้ ดอกต้องตากแห้งและบ่มอย่างถูกต้องก่อนจะปิดผนึกพร้อมซอง ถ้าใส่ซองในโหลที่ดอกชื้นเกิน ซองจะอิ่มน้ำอย่างรวดเร็ว และความชื้นในโหลก็ยังสูงกว่าเป้าหมาย
  • ซองคุมได้แค่ความชื้น ซองไม่ช่วยเรื่องออกซิเจน แสง หรืออุณหภูมิ
  • ซองชดเชยฝาที่ปิดไม่สนิทไม่ได้ หน้าฝนในไทย อากาศมักมี RH 75–90% ภาชนะที่ปิดไม่สนิทจะมีความชื้นซึมเข้าไปเรื่อย ๆ ให้ตรวจว่าฝาปิดสนิทจริง อย่าเดาเอาเองว่าสนิท

หมายเหตุผู้แปล: ถ้าจะซื้อซอง ให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยของแบรนด์ที่ต้องการ หรือถามสมาชิกคนอื่นในหมวด อุปกรณ์และวัสดุ

สิ่งที่ควรทำ: ใช้ซองเพื่อรักษาดอกที่บ่มถูกต้องแล้วให้คงที่ ไม่ใช่เพื่อแก้ดอกที่ชื้น ถ้าโหลที่ใส่ซองแล้วยังวัดได้เกิน 62% RH หลังผ่านไปหนึ่งถึงสองวัน แปลว่าดอกถูกปิดผนึกตอนที่ยังชื้นเกิน หรือฝารั่ว ให้เอาดอกออกมาตากต่อ


ซิลิกาเจลและกล่องปิดสนิทในหน้าฝน

หมายเหตุผู้แปล: บทความต้นฉบับไม่ได้พูดถึงซิลิกาเจล คำแนะนำด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในการเก็บดอกในสภาพอากาศของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซิลิกาเจลและสารดูดความชื้น (desiccant) แบบอื่นทำได้แค่ดูดความชื้น และไม่คายความชื้นกลับออกมาเลย สารพวกนี้ไม่หยุดดูดที่ระดับความชื้นที่ตั้งไว้เหมือนซองแบบสองทาง ถ้าปิดซิลิกาเจลไว้ในโหลเดียวกับดอก ดอกอาจแห้งจนต่ำกว่า aw 0.55 เมื่อต่ำกว่าระดับนี้ ดอกจะกรอบและกลิ่นหายไป

วิธีที่ปลอดภัยกว่าในหน้าฝนคือกันความชื้นสองชั้น:

  1. ปิดผนึกดอกในโหลแก้ว ถ้าใช้ซองแบบสองทาง ให้ใส่โหลละหนึ่งซอง
  2. วางโหลไว้ในกล่องที่ใหญ่กว่าและปิดได้สนิท เช่น กล่องเก็บอาหารแบบฝาล็อก
  3. ใส่ซิลิกาเจลไว้ในกล่องนอกโหล พร้อมไฮโกรมิเตอร์ตัวเล็ก

ซิลิกาเจลทำให้อากาศรอบโหลแห้ง ถ้าโหลไหนรั่วเล็กน้อย อากาศที่ซึมเข้าไปจะเป็นอากาศแห้งในกล่อง ไม่ใช่อากาศชื้นในห้อง เมื่อไฮโกรมิเตอร์ในกล่องเริ่มวัดค่าได้สูงขึ้น แปลว่าซิลิกาเจลอิ่มตัวแล้ว ให้เปลี่ยนใหม่ หรือนำไปไล่ความชื้นตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ


การเก็บแบบเย็นและแช่แข็ง

กฎ Q10 จากตอนที่ 1 บอกว่าปฏิกิริยาเคมีจะเร็วขึ้นราวสองเท่าทุกครั้งที่อุณหภูมิสูงขึ้น 10 °C ตามกฎนี้ ดอกที่เก็บที่ 15 °C จะเสื่อมเร็วเพียงราวครึ่งหนึ่งของดอกที่เก็บที่ 25 °C ถ้าเก็บสต็อกนานหนึ่งปีขึ้นไป ตู้แช่ไวน์หรือตู้เย็นที่ใช้เก็บดอกโดยเฉพาะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

การแช่แข็งทำให้ปฏิกิริยาเคมีช้าลงมาก รวมถึงปฏิกิริยาที่เกิดจากเอนไซม์ของพืชเอง แต่ไม่ได้หยุดปฏิกิริยาได้ทั้งหมด ข้อเสียคือก้านไทรโคมจะแข็งและเปราะเมื่อแช่แข็ง การหยิบจับ การเขย่า หรือการหดตัวของวัสดุตอนเย็นลง อาจทำให้หัวไทรโคมหักหลุดได้

วิธีแช่แข็งดอกให้ปลอดภัย:

  • แช่แข็งเฉพาะดอกที่มีค่า aw 0.55–0.65 อยู่แล้ว
  • ใช้ภาชนะที่ปิดสนิท ควรเป็นแก้ว และมีช่องว่างอากาศในภาชนะ (headspace) น้อย
  • หยิบจับดอกให้น้อยที่สุดจนกว่าดอกจะกลับมาอุ่นแล้ว

การสกัดด้วยน้ำแข็ง ใช้ความเปราะนี้โดยตั้งใจ เพื่อเคาะไทรโคมให้หลุดจากเนื้อพืช แต่เวลาเก็บรักษา คุณต้องการผลตรงกันข้าม ในเชิงพาณิชย์ การซีลสุญญากาศแล้วแช่แข็งใช้กับดอกที่จะนำไปแปรรูปภายหลัง


เปิดภาชนะเย็นอย่างไรไม่ให้ดอกเปียก

เมื่อเปิดภาชนะเย็นในอากาศร้อนชื้น น้ำจะควบแน่นเกาะบนดอก เหมือนกระป๋องน้ำเย็นที่วางบนโต๊ะแล้วมีหยดน้ำเกาะรอบ ๆ ในอากาศแบบเมืองไทย น้ำนี้มาจากอากาศ ไม่ได้มาจากในโหล

จุดน้ำค้าง (dew point) คืออุณหภูมิที่ความชื้นในอากาศกลายเป็นหยดน้ำเกาะบนพื้นผิว ที่ 30 °C และ 85% RH จุดน้ำค้างอยู่ที่ประมาณ 27 °C พื้นผิวใดที่เย็นกว่านี้จะมีน้ำเกาะ โหลที่เพิ่งออกจากตู้เย็น 5 °C เย็นกว่าจุดน้ำค้างมาก น้ำที่เกาะบนดอกอาจดันค่า aw ที่ผิวดอกให้เกิน 0.65 ซึ่งเป็นระดับที่เชื้อราเติบโตได้

ทำตามขั้นตอนนี้กับสต็อกที่แช่เย็นหรือแช่แข็ง:

  1. ย้ายภาชนะที่ยังปิดอยู่ออกจากที่เก็บเย็น ไปไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิ 15–20 °C อย่างน้อยสองชั่วโมง
  2. เปิดได้ก็ต่อเมื่อด้านนอกของภาชนะอุ่นเท่าอุณหภูมิห้องแล้ว จับแล้วควรรู้สึกอุ่น ไม่เย็น
  3. ถ้าอากาศมีความชื้นเกินประมาณ 80% RH ให้เปิดในห้องแอร์ หรือรอช่วงเวลาที่อากาศแห้งกว่า

ขั้นตอนนี้ได้ผลเพราะดอกอุ่นขึ้นในขณะที่ภาชนะยังปิดอยู่ เมื่อจับภาชนะแล้วไม่รู้สึกเย็น ของข้างในก็ไม่เย็นพอที่จะมีน้ำเกาะแล้ว


การเก็บใบเล็มก่อนนำไปสกัด

หมายเหตุผู้แปล: บทความต้นฉบับไม่ได้พูดถึงใบเล็ม (trim) ประเด็นด้านล่างนำหลักการเก็บรักษาของบทความมาใช้กับใบเล็ม ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับกรณีอื่น โพสต์ไว้ใต้กระทู้นี้ได้เลย

  • เชื้อรา ใช้เพดาน aw 0.65 เหมือนกัน กองใบเล็มชื้น ๆ ในถุงช่วงหน้าฝนที่อากาศร้อนมีความเสี่ยงสูง ให้ทำใบเล็มให้แห้งจนได้ aw 0.55–0.65 ก่อนบรรจุถุง หรือเก็บไว้ในที่เย็น
  • ช่องว่างอากาศในภาชนะ ใบเล็มฟูและเป็นใบ ถุงใบเล็มจึงมีอากาศอยู่มาก ตามที่อธิบายไว้ในตอนที่ 1 วัสดุที่บรรจุหลวม ๆ จะเสียกลิ่นเร็วกว่า ให้บรรจุให้เต็มภาชนะแล้วปิดผนึก
  • แสง ความร้อน และออกซิเจน เก็บใบเล็มไว้ในที่มืด เย็น และปิดสนิท เหมือนกับดอก การซีลสุญญากาศแล้วแช่แข็งตรงกับแนวปฏิบัติเชิงพาณิชย์สำหรับวัสดุที่จะนำไปแปรรูปภายหลัง ถามผู้ที่จะรับสกัดว่าต้องการใบเล็มในสภาพแบบไหน
  • การหมุนเวียน ติดฉลากทุกถุง ระบุรหัสล็อตและวันที่ แล้วนำถุงที่เก่าที่สุดไปแปรรูปก่อน

ตั้งแต่ 26 เมษายน 2569 กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ ใบอนุญาตสำหรับสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% จะออกให้เฉพาะนิติบุคคลไทยที่ไม่เป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หน่วยงานของรัฐ และสภากาชาดไทย ก่อนเก็บใบเล็มไว้เพื่อสกัด ให้ยืนยันให้ชัดก่อนว่าใครจะเป็นผู้ถือใบอนุญาตสกัด


การเก็บสต็อกปริมาณมากเชิงพาณิชย์

เมื่อสต็อกมีถึงหลายร้อยกิโลกรัม การเก็บในโหลทีละใบจะไม่สะดวกอีกต่อไป สต็อกปริมาณมากเก็บได้สามแบบ:

  • ถุงไมลาร์เกรดอาหาร ขนาดประมาณ 250 g–1 kg ต่อถุง อัดไนโตรเจน ซีลด้วยความร้อน แล้วบรรจุลงกล่อง ไมลาร์ (mylar) คือฟิล์มพลาสติกเคลือบโลหะที่กันแสงได้ และให้ออกซิเจนผ่านได้น้อยมาก ถุงแบบนี้เป็นมาตรฐานในการค้าสมุนไพรแห้งและเครื่องเทศ
  • ถุงเกรดอาหารแบบซีลสุญญากาศ ใช้เก็บช่วงสั้นก่อนแปรรูป ถ้าจะเก็บเกินประมาณ 60 วัน ควรใช้การอัดไนโตรเจน
  • ห้องเก็บที่ควบคุมสภาพอากาศ ตั้งไว้ประมาณ 15 °C และ 55–62% RH ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงยูวี (UV) สร้างแบบเดียวกับห้องเย็นสำหรับยาและอาหาร มีการบันทึกอุณหภูมิและความชื้นต่อเนื่อง และมีไฟฟ้าสำรอง

กำหนดรหัสรุ่นการผลิต (batch ID) ให้ทุกล็อต โดยให้ย้อนกลับไปหารอบการเก็บเกี่ยวและการตากแห้งได้ บันทึกวันเก็บเกี่ยว วันที่บ่มเสร็จ และสภาพการเก็บรักษาของแต่ละล็อต ตั้งวันทบทวนคุณภาพภายในของแต่ละล็อต โดยอิงจากผลตรวจของคุณเอง

หมายเหตุผู้แปล: ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตในไทยต้องจัดทำบันทึกบางอย่างอยู่แล้ว (ดู หน้าที่ของผู้ถือใบอนุญาตกัญชาในไทย) ให้เก็บบันทึกการเก็บรักษาไว้คู่กับบันทึกเหล่านั้น เพื่อให้รหัสรุ่นการผลิตรหัสเดียวเชื่อมการเก็บเกี่ยว บันทึกสต็อก และผลตรวจเข้าด้วยกัน


การหมุนเวียนสต็อก: ของเก่าออกก่อน

ใช้การหมุนเวียนแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO: first in, first out) สต็อกเก่าที่ไปติดอยู่หลังสต็อกใหม่จะถูกหยิบใช้เป็นอย่างสุดท้ายเสมอ จึงเสื่อมมากที่สุด วิธีป้องกันมีดังนี้:

  • ถังหรือกล่องเก็บที่ประทับวันที่ไว้
  • กฎที่ชัดเจนว่าใครเป็นคนเบิกสต็อก และเบิกจากตรงไหน
  • SOP (standard operating procedure: ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน) ที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ครอบคลุมการรับเข้า การตรวจ การติดฉลาก และการหมุนเวียนสต็อก SOP คือคำสั่งทีละขั้นตอนที่พนักงานทำตามทุกครั้ง

สิ่งที่ควรทำ: เขียน SOP หนึ่งหน้าสำหรับพื้นที่เก็บของคุณให้เสร็จภายในเดือนนี้ และสอนทุกคนที่มีหน้าที่เบิกสต็อก จุดประสงค์คือไม่ให้มีล็อตไหนถูกลืมไว้ด้านหลัง ขณะที่ THC ในล็อตนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น CBN


ตารางการตรวจวิเคราะห์เพื่อเช็กว่าการเก็บรักษาได้ผล

การตรวจด้านล่างใช้วิธีมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ HPLC (high-performance liquid chromatography: โครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง) วัดแคนนาบินอยด์โดยไม่ให้ความร้อนกับตัวอย่าง จึงรายงานค่า THCA และ THC แยกกัน GC-MS (gas chromatography–mass spectrometry: แก๊สโครมาโทกราฟี–แมสสเปกโตรเมตรี) ใช้แยกและระบุสารที่ระเหยได้ เช่น เทอร์ปีน การตรวจเชื้อจุลินทรีย์ทำได้สองแบบ คือแบบเพาะเชื้อ (เลี้ยงเชื้อจากตัวอย่าง) หรือแบบ PCR ซึ่งเป็นการตรวจทาง DNA เพื่อหาเชื้อจุลินทรีย์ชนิดที่ระบุ ผลตรวจจะออกมาเป็นใบรับรองผลการวิเคราะห์

  • เมื่อบ่มเสร็จ (วันที่ 30–60): ตรวจแคนนาบินอยด์ครบชุด (HPLC) เทอร์ปีนรวม (GC-MS) ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ และเชื้อจุลินทรีย์ (เพาะเชื้อหรือ PCR) ผลชุดนี้คือค่าตั้งต้น (baseline) ของคุณ
  • ที่ 90 วัน: ตรวจ THC, CBD และ CBN สุ่มตรวจเทอร์ปีนเพื่อดูว่าโมโนเทอร์ปีนหายไปแค่ไหน และดูด้วยตาว่ามีเชื้อราหรือไม่
  • ที่ 180 วัน: ตรวจครบชุดเหมือนตอนเก็บค่าตั้งต้นอีกครั้ง แล้วเทียบ CBN กับค่าตั้งต้น สัดส่วน CBN ที่เพิ่มขึ้นคือสัญญาณทางเคมีที่ชัดที่สุดว่าดอกถูกออกซิไดซ์
  • ที่ 12 เดือน: ตรวจครบชุด ร่วมกับการประเมินทางประสาทสัมผัส ซึ่งก็คือการตรวจกลิ่นและลักษณะภายนอกอย่างเป็นระบบ ตั้งเกณฑ์ภายในของคุณเองว่าเทอร์ปีนลดลงได้แค่ไหน เช่น อาจแยกล็อตที่เทอร์ปีนลดลงเกินประมาณ 30% จากค่าตั้งต้นออกมาพิจารณา ตัวเลขนี้เป็นแค่ตัวอย่าง ไม่ใช่มาตรฐานของอุตสาหกรรม

ผู้ปลูกเชิงพาณิชย์ใช้วิธีนี้กำหนดอายุการเก็บรักษา ค่าตั้งต้นบอกว่าล็อตนั้นเริ่มต้นที่ระดับไหน ส่วนการตรวจซ้ำแต่ละครั้งบอกว่าล็อตเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหนภายใต้สภาพการเก็บของคุณ

หมายเหตุผู้แปล: ไม่ใช่ทุกห้องปฏิบัติการในไทยที่ตรวจได้ครบทุกรายการในตารางนี้ ก่อนส่งตัวอย่าง ให้ถามแล็บว่าตรวจเทอร์ปีน ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ และเชื้อจุลินทรีย์ได้หรือไม่ คู่มือของฟอรัมเรื่องการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการในไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี คุณยังถามสมาชิกคนอื่นในหมวด บริการ B2B ได้ด้วย ผู้ปลูกที่บ้านไม่จำเป็นต้องส่งแล็บ แค่มีไฮโกรมิเตอร์ในโหล ฉลากระบุวันที่ และจดว่ากลิ่นเป็นอย่างไรทุกครั้งที่เปิดโหล ก็ตรวจแบบเดียวกันได้คร่าว ๆ แล้ว


กฎหมายไทยเกี่ยวกับการเก็บช่อดอก

ในประเทศไทย ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม สถานะนี้มาจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 และอยู่ในความกำกับดูแลของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) กระทรวงสาธารณสุข กฎสำหรับช่อดอกมีดังนี้:

  • ขายช่อดอกได้เฉพาะเมื่อมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 จากผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญาต และสั่งจ่ายได้ไม่เกิน 30 วัน
  • ห้ามโฆษณาช่อดอก และห้ามขายช่อดอกทางออนไลน์

ในปี 2569 มีกฎกระทรวง 2 ฉบับ (พ.ศ. 2569) ที่คุมเข้มเรื่องใบอนุญาต กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชงมีผลบังคับใช้เมื่อ 26 เมษายน 2569 ส่วนกฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) มีผลบังคับใช้เมื่อ 30 เมษายน 2569 และคุมเข้มเกณฑ์การออกใบอนุญาตช่อดอกกัญชา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … ยังไม่มีผลเป็นกฎหมาย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างนี้เมื่อ 22 กันยายน 2569 และส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎร

ธุรกิจที่ขายหรือแปรรูปช่อดอก ไม่ว่าจะอยู่ในขนาดใดในคู่มือนี้ ต้องมีใบอนุญาตสำหรับกิจกรรมนั้น ให้ตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดเรื่องการติดฉลากและการจัดทำบันทึกกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ และกระทรวงสาธารณสุข

หมายเหตุผู้แปล: ตามมาตรา 78 ของพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2542 การขายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนเก็บช่อดอกหรือใบเล็มในปริมาณเชิงพาณิชย์ ให้ตรวจสอบว่าใบอนุญาตใดครอบคลุมกิจกรรมของคุณในบทความ ใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายในไทย

คู่มือนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายช่อดอกกัญชา ผู้ที่ปลูกที่บ้านในประเทศไทยควรตรวจสอบกฎล่าสุดกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ


สรุปแผนการเก็บรักษา

ปัจจัย เป้าหมาย
อุณหภูมิ 15–18 °C ใช้ตู้เย็นได้เฉพาะเมื่อทำตามขั้นตอนการเปิดภาชนะเย็น
ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ / RH aw 0.55–0.65; RH ในโหล 58–62%
แสง มืดสนิท
ออกซิเจน ช่องว่างอากาศในภาชนะน้อย; อัดไนโตรเจนหรือซีลสุญญากาศเมื่อเก็บนาน
ภาชนะ แก้วปิดสนิทเก็บในที่มืด หรือถุงทึบแสงอัดไนโตรเจน
  1. ตรวจให้แน่ใจว่า aw อยู่ที่ 0.55–0.65 ก่อนปิดผนึก สำหรับรุ่นการผลิตขนาดเล็ก ใช้ค่า RH ในโหลที่ปิดสนิทแทนได้
  2. ใช้โหลแก้วสีชาที่ฝาปิดสนิท ถ้าต้องการ ให้ใส่ซองควบคุมความชื้นแบบสองทางด้วย
  3. เก็บโหลไว้ในที่มืดที่ 15–18 °C
  4. เปิดภาชนะให้น้อยครั้งที่สุด เพราะทุกครั้งที่เปิด อากาศในห้องจะเข้าไป
  5. ถ้าจะเก็บเกินประมาณหกเดือน ให้พิจารณาการอัดไนโตรเจนหรือการแช่แข็ง และทำตามขั้นตอนการเปิดภาชนะเย็น
  6. ติดฉลากทุกภาชนะ ระบุพันธุ์ปลูก (cultivar) รหัสล็อต วันเก็บเกี่ยว และวันที่บ่มเสร็จ แล้วใช้สต็อกที่เก่าที่สุดก่อน

แยกตามขนาด:

  • ผู้ปลูกที่บ้าน (หลักกรัมถึงหลายร้อยกรัม): โหลแก้วสีชาใส่ซองแบบสองทาง 62% เก็บในตู้ที่มืดและเย็นที่สุดในบ้าน อย่าใช้ตู้เย็น เว้นแต่จะทำตามขั้นตอนการเปิดภาชนะเย็น ดอกน่าจะคงคุณภาพดีได้ราวหกเดือน
  • เชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก (หลักกิโลกรัม): ห้องเก็บเฉพาะที่ติดแอร์แบบแยกส่วน (ติดผนัง) ตั้งไว้ประมาณ 18 °C เพิ่มไฮโกรมิเตอร์แบบบันทึกข้อมูล ซึ่งเก็บค่าที่วัดได้ไว้ตลอดช่วงเวลา ตรวจค่า aw ก่อนปิดผนึกดอกเพื่อเก็บระยะยาว
  • ขนาดกลาง (หลักสิบกิโลกรัม): ห้องเย็นที่ 15 °C และ 58–62% RH ใช้ถุงทึบแสงอัดไนโตรเจนกับทุกอย่างที่เก็บเกิน 60 วัน ตรวจตามตารางการตรวจให้ครบทุกรอบ และหมุนเวียนสต็อกอย่างเคร่งครัด ของเก่าออกก่อน
  • ขนาดใหญ่ (หลายร้อยกิโลกรัม): ติดระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสองชุด เพื่อให้ชุดหนึ่งทำงานแทนได้เมื่ออีกชุดเสีย เพิ่มการบันทึกข้อมูลต่อเนื่อง SOP ที่เป็นทางการ และการอัดไนโตรเจนในปริมาณมาก

แชร์วิธีเก็บของคุณ

โพสต์วิธีเก็บของคุณไว้ใต้กระทู้นี้ บอกว่าคุณเก็บดอกไว้ที่ไหน วัดอุณหภูมิและ RH ได้เท่าไร และกลิ่นอยู่ได้นานแค่ไหน ผู้ปลูกที่อยู่ในสภาพอากาศเดียวกันจะได้เทียบผลกัน และเห็นปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ


เอกสารอ้างอิง

  • ASTM D8197-22: ช่วงค่าวอเตอร์แอกทิวิตี้ 0.55–0.65 สำหรับช่อดอกกัญชาแห้งที่เก็บรักษา
  • งานวิจัยด้านการเก็บรักษาที่อ้างถึงในคู่มือนี้ (Zamengo et al. 2019; Taschwer & Schmid 2015; Lindholst 2010; Jaidee et al. 2022; Bini et al. 2024) มีรายการอ้างอิงฉบับเต็มพร้อม DOI อยู่ในตอนที่ 1: https://asiannabis.com/t/1376