กัญชาในฐานะสมุนไพรควบคุมในประเทศไทย: ประกาศ พ.ศ. 2568 อนุญาตอะไร และห้ามอะไร

ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ช่อดอกกัญชาในประเทศไทยมีสถานะเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ช่อดอกขายให้ได้เฉพาะผู้ซื้อที่มีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ซึ่งสั่งจ่ายในปริมาณใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน และห้ามโฆษณาหรือขายช่อดอกทางออนไลน์ สถานะนี้กำหนดว่าใครขาย แปรรูป ศึกษาวิจัย หรือส่งออกช่อดอกได้ และกำหนดด้วยว่าผู้ปลูก คลินิก หรือร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตเสี่ยงโดนโทษอะไร

หมายเหตุผู้แปล: บทความนี้อธิบายเฉพาะกฎหมายไทย ถ้าคุณปลูกในเวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย หรือประเทศอื่น เนื้อหาในบทความนี้ไม่ได้อนุญาตให้คุณทำสิ่งใดเลย กฎหมายของประเทศคุณเองดูได้ที่ กฎหมายกัญชาในเอเชียและตลาดสำคัญทั่วโลก

ตัวกฎและวันที่สำคัญ

ชื่อเต็มของกฎนี้คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ชื่อภาษาอังกฤษคือ Notification of the Ministry of Public Health Re: Controlled Herbs (Cannabis), B.E. 2568 ประกาศนี้ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาคือสื่อที่รัฐใช้เผยแพร่กฎหมายอย่างเป็นทางการ ประกาศมีผลในวันถัดมา คือวันที่ 26 มิถุนายน 2568

กฎหมายไทยนับปีเป็นพุทธศักราช (พ.ศ.) ถ้าต้องการปีคริสต์ศักราช (ค.ศ.) ให้ลบ 543 ออก เช่น พ.ศ. 2568 ตรงกับ ค.ศ. 2025

สิ่งที่ควรทำ: ในแฟ้มใบอนุญาต สัญญา และเอกสารอบรมพนักงาน ให้เขียนชื่อประกาศภาษาไทยพร้อมวันที่ 26 มิถุนายน 2568 เอกสารทุกฉบับจะได้อ้างถึงกฎฉบับเดียวกัน

เป็นประกาศ ไม่ใช่พระราชบัญญัติ

ประกาศคือกฎที่รัฐมนตรีลงนามเอง โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา รัฐมนตรีออกประกาศได้เพราะมีกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้อำนาจไว้ ในกรณีนี้คือพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งต่อไปในบทความนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า “พ.ร.บ. ปี 2542” ดังนั้นถ้าจะแก้กฎนี้ ก็แค่ออกประกาศฉบับใหม่ ไม่ต้องลงมติในสภา

แปลว่าไม่มีกฎหมายที่ชื่อ “พ.ร.บ. สมุนไพรควบคุม 2568” ถ้าใครพูดชื่อนี้ เขากำลังหมายถึงประกาศฉบับนี้ ตอนนี้ไทยก็ยังไม่มีพระราชบัญญัติกัญชาด้วย คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 แล้วส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎร ร่างนี้จึงยังไม่ใช่กฎหมาย

กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมครั้งแรกเมื่อมิถุนายน 2565 ประกาศปี 2568 ทำให้การควบคุมเข้มงวดขึ้น ความเป็นมาทั้งหมดตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2569 อ่านได้ที่ กฎกัญชาของไทย พ.ศ. 2565 ถึง 2569

สิ่งที่ควรทำ: ถ้าที่ปรึกษาหรือผู้ซื้ออ้างถึง “พ.ร.บ. สมุนไพรควบคุม” ให้ขอชื่อกฎเป็นภาษาไทยและวันที่ลงราชกิจจานุเบกษาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเชื่อคำแนะนำนั้นหรือไม่

สมุนไพรควบคุมกับยาเสพติดต่างกันอย่างไร

ยาเสพติด สมุนไพรควบคุม
กฎหมายแม่บท ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พ.ร.บ. ปี 2542
ช่อดอกกัญชาตอนนี้ หลุดจากบัญชียาเสพติดตั้งแต่มิถุนายน 2565 เป็นสมุนไพรควบคุม และกฎเข้มงวดขึ้นตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568
ควบคุมอย่างไร ใช้กฎหมายอาญาว่าด้วยยาเสพติด ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูป ต้องมีใบอนุญาต (มาตรา 46)
โทษถ้าค้าขายโดยไม่มีใบอนุญาต ตอนนี้ไม่ได้ใช้กฎหมายนี้กับช่อดอกแล้ว จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 78)

ประกาศปี 2568 ไม่ได้นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติด ที่ผ่านมารัฐบาลเคยประกาศแผนจะนำกลับไป เช่นในปี พ.ศ. 2567 แต่ตราบใดที่ยังไม่มีกฎฉบับใหม่ลงราชกิจจานุเบกษา แผนนั้นก็ยังไม่มีผลอะไร

สิ่งที่ควรทำ: ถ้ามีคนบอกว่า “ตอนนี้กัญชาถูกกฎหมายแล้ว” ให้ช่วยอธิบายให้ถูก ต้นกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดก็จริง แต่การซื้อขายช่อดอกยังต้องมีทั้งใบอนุญาตและใบสั่งจ่าย

ส่วนไหนของต้นที่นับเป็นสมุนไพรควบคุม

  • ช่อดอกกัญชา: เป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศนี้
  • ใบ ลำต้น ราก และเมล็ด: ไม่เป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศนี้ เพราะข้อ 3 กำหนดให้เฉพาะช่อดอกของกัญชาเท่านั้นที่เป็นสมุนไพรควบคุม
  • สารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก: THC (tetrahydrocannabinol) คือสารหลักที่ทำให้เมา สารสกัดที่มี THC เกินระดับนี้อยู่ภายใต้กฎอีกฉบับ คือกฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้ขอใบอนุญาตได้มีแค่ 3 กลุ่ม ได้แก่ นิติบุคคลไทยที่ไม่ถือเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หน่วยงานของรัฐ และสภากาชาดไทย รายละเอียดอ่านได้ที่ กฎกระทรวง 2 ฉบับของไทย พ.ศ. 2569

สิ่งที่ควรทำ: ในบันทึกการผลิตแต่ละรุ่น (batch record) ทุกใบ ให้ระบุว่าเป็นส่วนไหนของต้น ถ้าเป็นสารสกัด ให้ระบุเปอร์เซ็นต์ THC จากใบรับรองผลการวิเคราะห์ด้วย บันทึกนี้จะบอกได้ว่ารุ่นการผลิตนั้นอยู่ภายใต้กฎฉบับไหน

อะไรทำได้ อะไรห้ามทำ

กิจกรรม กฎ
ขายช่อดอก ขายได้เฉพาะผู้ถือใบอนุญาต ผู้ซื้อต้องมีใบสั่งจ่ายตามแบบ ภ.ท.33 ที่สั่งจ่ายในปริมาณใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน
โฆษณาช่อดอก ห้ามทุกช่องทาง รวมถึงโซเชียลมีเดียและฟอรัมนี้
ขายช่อดอกออนไลน์ ห้าม
ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย แปรรูป แต่ละกิจกรรมต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ. ปี 2542
ช่อดอกที่จะขายหรือส่งออก ต้องมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับรองหลักปฏิบัติที่ดีทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยว (GACP) ตามที่สำนักงานกฎหมายหลายแห่งสรุปไว้
ปลูกใช้เอง ตั้งแต่ปี 2565 ผู้ปลูกที่บ้านจดแจ้งการปลูกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านแอป “ปลูกกัญ” เท่าที่เราหาข้อมูลได้ ยังไม่พบแหล่งใดที่บอกว่าปี 2568 ห้ามปลูกที่บ้าน ก่อนลงปลูก ให้ตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับ อย.

บทสรุปของสำนักงานกฎหมายให้รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ แบบ ภ.ท.33 เป็นแบบฟอร์มกระดาษ แต่ละใบใช้ได้ครั้งเดียว ผู้ออกใบสั่งต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ 1 ใน 7 กลุ่ม ได้แก่ แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนจีน เภสัชกร และทันตแพทย์ สถานที่จำหน่ายต้องเก็บใบสั่งจ่ายทุกใบไว้อย่างน้อย 1 ปี

กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 กฎนี้กำหนดเกณฑ์ใบอนุญาตช่อดอกกัญชาให้เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ควรทำ: ก่อนขายช่อดอกแม้แต่ครั้งเดียว ให้ตรวจดูว่าคุณถือใบอนุญาตถูกประเภท ใบอนุญาตแต่ละประเภทครอบคลุมอะไรบ้าง อ่านได้ที่ ใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายในไทย

ถ้าทำผิดกฎจะเกิดอะไรขึ้น

  • จำคุกหรือปรับ (มาตรา 78): จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ใช้กับการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปโดยไม่มีใบอนุญาต และใช้กับการทำกิจการต่อในช่วงที่ใบอนุญาตถูกพักใช้ด้วย
  • พักใช้ใบอนุญาต (มาตรา 52): คำสั่งพักใช้แต่ละครั้งมีผลได้ไม่เกิน 90 วัน
  • เพิกถอนใบอนุญาต (มาตรา 54): เมื่อใบอนุญาตถูกเพิกถอน บุคคลเดิมจะขอใบอนุญาตใหม่ตาม พ.ร.บ. ปี 2542 ไม่ได้เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจะได้ใบอนุญาตใหม่หรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้อนุญาต ตามข้อ 8 (1) (จ) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2559 ข้อห้าม 2 ปีนี้ครอบคลุมทั้งบริษัท กรรมการ ผู้จัดการ และผู้รับผิดชอบอื่น ๆ
  • อุทธรณ์ (มาตรา 70–71): คุณอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้ ต้องยื่นภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งยังมีผลบังคับอยู่ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด

บทลงโทษครบทุกระดับดูได้ที่ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตในประเทศไทย

สิ่งที่ควรทำ: จดกำหนดอุทธรณ์ 30 วันไว้ในแฟ้มเอกสารด้านการปฏิบัติตามกฎหมายตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าวันหนึ่งได้รับคำสั่ง คุณจะได้ไม่พลาดกำหนดเวลา

สิ่งที่ทำได้ภายในสัปดาห์นี้

  1. ผู้ปลูก: อย่าขายช่อดอก จนกว่าคุณจะมีใบอนุญาตจำหน่าย และช่อดอกมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับรอง GACP ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณอาจโดนโทษตามมาตรา 78
  2. ฟาร์มที่วางแผนจะขาย: ลองทำบันทึกให้ครบสำหรับรุ่นการผลิตเล็ก ๆ 1 รุ่น บันทึกแหล่งที่มาของเมล็ดหรือกิ่งโคลน ปัจจัยการผลิตทุกอย่างพร้อมวันที่และปริมาณ น้ำหนักตอนเก็บเกี่ยว และผู้ซื้อ คุณจะเห็นว่าบันทึกขาดตรงไหนก่อนผู้ตรวจจะเจอ ใช้เฉพาะสารกำจัดศัตรูพืชที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร และใช้ตามที่ฉลากระบุ
  3. ร้านค้าและคลินิก: ตรวจแบบ ภ.ท.33 ทุกใบที่หน้าเคาน์เตอร์ ใบสั่งต้องเป็นกระดาษ ออกโดยผู้ประกอบวิชาชีพ 1 ใน 7 กลุ่ม และสั่งจ่ายในปริมาณใช้ไม่เกิน 30 วัน เก็บเข้าแฟ้มไว้อย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้มีหลักฐานแสดงตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจ
  4. ทุกคนที่โพสต์ออนไลน์: ลบโพสต์ที่แสดงช่อดอกเพื่อขายหรือเสนอส่งช่อดอก อ่าน กฎการโฆษณาและการขายกัญชาในประเทศไทย ก่อนโพสต์ครั้งต่อไป
  5. บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ: ปรึกษาทนายความไทยว่าบริษัทของคุณนับเป็น “คนต่างด้าว” หรือไม่ ก่อนซื้ออุปกรณ์สกัด

ถ้ามีคำถาม หรือจังหวัดของคุณบังคับใช้กฎนี้ต่างออกไป โพสต์ไว้ใต้หัวข้อนี้ได้เลย

เอกสารอ้างอิง

  • ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142, 25 มิถุนายน 2568: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542
  • กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปเพื่อการค้าซึ่งสมุนไพรควบคุม พ.ศ. 2559, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 103 ก, 9 ธันวาคม 2559
  • กฎกระทรวงว่าด้วยสารสกัดจากกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569
  • กฎกระทรวงว่าด้วยสมุนไพรควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎเหล่านี้เปลี่ยนมาแล้วหลายครั้ง ก่อนลงมือทำอะไร ให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อน